Data Research Insights ขนมแมว ขนมสุนัข

8 Data Research Insights เจาะลึกจักรวาลขนมแมวและ ขนมสุนัข จาก Social Listening

บทความนี้พามาดู Data Research Insights ขนมแมว และ ขนมสุนัข กันครับ มาดูกันครับว่าขนมแมวและขนมสุนัขที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงให้ความสนใจมากที่สุดคืออะไร เป็นขนมแบบไหน เลือกซื้อขนมให้สัตว์เลี้ยงในโอกาสอะไร และปัจจัยใดที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ ทั้งหมดนี้จะช่วยให้แบรนด์และ Pet Shop สามารถเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า และนำไปปรับใช้กับกลยุทธ์การตลาดเพื่อเข้าถึงเจ้าของสัตว์เลี้ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ

โปรเจคนี้ได้รับการสนับสนุนโดย SME D Bank ธนาคารเพื่อผู้ประกอบการไทย ที่ต้องการผลักดันธุรกิจ SME เติบโต พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสัตว์เลี้ยงให้สามารถพัฒนาและขยายตลาดได้ไกลขึ้น รวมถึงช่วยให้แบรนด์ขนมสัตว์เลี้ยงเข้าใจแนวโน้มพฤติกรรมของเจ้าของสัตว์เลี้ยงในยุคดิจิทัลครับ

โดย Data Research Insights นี้เกิดจากการวิเคราะห์ข้อมูลจาก Social Listening เพื่อถอดรหัสพฤติกรรมเจ้าของสัตว์เลี้ยง ถ่ายทอดออกมาเป็น Insights ที่นำไปใช้ได้จริง เพื่อให้แบรนด์ขนมแมวและขนมสุนัขสามารถต่อยอดการตลาดและสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับธุรกิจของตัวเองได้

ใครที่อยากรู้ว่าตลาดขนมสัตว์เลี้ยงกำลังเป็นอย่างไร? ขนมแบบไหนกำลังมาแรง? และเจ้าของสัตว์เลี้ยงให้ความสนใจอะไรเป็นพิเศษ? บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกประเด็นแบบจัดเต็ม พร้อมข้อมูลแน่น ๆ ที่สามารถนำไปใช้วางกลยุทธ์ได้ทันที ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลยครับ

8 Step Social Listening – Main Methodology หลักของการทำ Data Research

ในการทำ Data Research จาก Social Listening นั้นเราใช้หลัก 8 Step Social Listening ที่การตลาดวันละตอนคิดขึ้นมาเองจากประสบการณ์ทำ Data Research ให้กับหน่วยงาน องค์กร และบริษัทต่างๆ ไปจนถึงบทความที่เผยแพร่ในเว็บแห่งนี้ไม่น้อยกว่า 100 ชิ้นงาน และยังอยู่ในหนังสือการตลาดแบบฉลาดฟังเสียงลูกค้า Social Listening อีกด้วย ซึ่งทั้ง 8 ขั้นตอนการทำ Data Rerearch จาก Social Listening มีรายละเอียดดังนี้ครับ

1. Research Keywords เรื่องที่เราอยากรู้ คนพิมพ์ออกมาแบบไหน

เริ่มต้นที่ Step 1: Research Keywords เพราะ Social Listening ทำงานโดยดึงข้อมูลจากคำที่คนใช้จริงในการพูดถึงผลิตภัณฑ์บนโลกออนไลน์ ดังนั้นการเลือก Keyword Sets ที่เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำและตรงกับ Insight ที่เราต้องการ

Data Research Insights ขนมแมว ขนมสุนัข

สำหรับโปรเจค Data Research Insights ขนมแมว ขนมสุนัข เราสนใจพฤติกรรมการเลือกซื้อขนมสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะขนมหมา & ขนมแมว จึงใช้ชุดคำค้นหาแบบนี้ครับ

  • “ขนม+แมว” และ “ขนมแมว” คำที่ใช้พูดถึงขนมสำหรับแมวโดยตรง
  • “ขนม+สุนัข” และ “ขนมหมา” ครอบคลุมทั้งคำว่า “สุนัข” และ “หมา” ที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงนิยมใช้

คำเหล่านี้จะช่วยให้เราดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ การเลือกซื้อขนมสัตว์เลี้ยง, การรีวิวจากเจ้าของ, ความนิยมในรสชาติ, และเทรนด์ตลาดขนมสัตว์เลี้ยงได้อย่างแม่นยำ ซึ่งดีกว่าการใช้คำกว้าง ๆ อย่าง “ขนมสัตว์” ที่อาจได้ข้อมูลที่ไม่เฉพาะเจาะจงพอครับ

เมื่อกำหนด Keyword ได้แล้ว เราจะไปสู่ Step 2: Set Up Campaign เพื่อดึงข้อมูลจาก Social Media และแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้อง มาดูกันว่าคนพูดถึงขนมสัตว์เลี้ยงแบบไหนบ้าง

2. Set Campaign for Collecting Data เซ็ตแคมเปญเก็บดาต้า

หลังจากได้ Keyword Sets ที่ใช้ดึงข้อมูลมาแล้ว ขั้นตอนนี้คือการตั้งค่าเครื่องมือ Social Listening เพื่อตรวจสอบว่าผู้บริโภคพูดถึงขนมแมว ขนมหมาบนโซเชียลมีเดียอย่างไร โดยกำหนดช่วงเวลาเก็บข้อมูลย้อนหลัง 11 เดือน (1 พ.ย. 2023 – 30 ก.ย. 2024)

และใช้แพลตฟอร์มหลักที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงนิยมโพสต์เกี่ยวกับขนมสัตว์ ได้แก่ Facebook, Instagram, X (Twitter), TikTok, YouTube จากการดึงข้อมูลทั้งหมด เราได้โพสต์ที่เกี่ยวข้อง 50,000 ข้อความ แต่ยังมีโพสต์ที่ไม่เกี่ยวข้องหลุดเข้ามา ทำให้ต้องเข้าสู่ Step 3: Data Cleansing เพื่อตัดโพสต์ที่ไม่เกี่ยวออก และให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำมากขึ้น

3. Cleansing Data คัดข้อมูลที่ไม่เกี่ยวออกให้หมด

ไม่ใช่ทุกข้อความที่มีคำว่า “ขนมแมว” หรือ “ขนมหมา” จะเกี่ยวข้องกับ Insight ที่เราต้องการ เราจึงต้องมีขั้นตอน Cleaning Data เพื่อตัดข้อมูลที่ไม่ตรงกับโจทย์ออกไปครับ

ตัวอย่างข้อมูลที่ต้องลบออก

  • โพสต์ที่ใช้คำว่า “ขนม+เหมาะ” หรือ “ขนม+หมาย” แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับขนมสัตว์เลี้ยง เช่น ขนมที่เหมาะกับเด็ก หรือขนมที่มีความหมายพิเศษครับ
  • โพสต์ที่พูดถึง “หมวยเล็ก” หรือคำที่เกี่ยวข้องกับชื่อคน ชื่อเล่น หรือชื่อสุนัข ที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยง

จากกระบวนการ Cleaning Data เราตัดข้อความที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปได้ 17,678 ข้อความ หรือคิดเป็น 35.36% จาก 50,000 ข้อความ ทำให้เหลือ 32,322 ข้อความ ที่สามารถนำไปวิเคราะห์ต่อได้อย่างแม่นยำครับ

หากเราไม่กรองข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป อาจทำให้ Insight ที่ได้บิดเบือนและอาจทำให้การตัดสินใจทางการตลาดหรือทางธุรกิจผิดพลาดได้ ดังนั้นการ Cleaning Data จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้การวิเคราะห์มีคุณภาพและนำไปใช้ได้จริงครับ

4. Conversation Analysis วิเคราะห์ทิศทางความเห็น

หลังจากที่เรา Clean Data เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาวิเคราะห์ว่าคนพูดถึงขนมหมา ขนมแมวในทิศทางไหนบ้างครับ แล้วต่อไปเราจะไปที่ Step 5: Categorized Data – การจัดกลุ่มข้อมูล เพื่อให้เห็นภาพรวมของข้อมูลชัดขึ้น

5. Categorized Data จัดหมวดหมู่ดาต้าความเห็นให้เรียบร้อย

หลังจากที่เราทำ Conversation Analysis ขั้นตอนนี้คือการขั้นตอนนี้คือการติด Tag แต่ละโพสความเห็นให้เรียบร้อย จัดกลุ่มข้อมูล ให้เป็นหมวดหมู่ เพื่อง่ายต่อการวิเคราะห์

เมื่อติดแท็กดาต้าทั้งหมดจนเสร็จก็จะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 6 Data Visualization

6. Data Visualization เปลี่ยนดาต้าให้เป็นภาพ

เมื่อเราทำดาต้าทั้งหมดจนเสร็จก็จะไปสู่ขั้นตอนการเปลี่ยนดาต้าให้เป็นภาพ หรือที่เรียกว่าการทำ Data Visualization นั่นเองครับ

Data Research Insights ขนมแมว ขนมสุนัข

เราจะเปลี่ยนดาต้าจากตัวเลข ข้อความ จำนวนมาก ๆ ที่ผ่านการจัดการเรียบร้อยแล้ว ให้กลายเป็น Pie Chart หรือ Column Chart เพื่อทำให้เราเข้าใจได้ง่ายว่าตกลงอะไรสำคัญกว่ากัน คนพูดถึงเรื่องไหนมากน้อยกว่ากัน

เมื่อถึงขั้นตอนนี้ก็จะเข้าสู่สองขั้นตอนสุดท้าย นั่นก็คือ 7 และ 8 ครับ

7. & 8. Insights Summary & Data Driven Decision สรุปประเด็นสำคัญ แล้วเลือกว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง

หลังจากเราผ่านทุกขั้นตอนของ Social Listening และวิเคราะห์ Data ขนมแมวและขนมสุนัข เราจะได้เห็น Insight สำคัญที่ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคมากขึ้น และสามารถนำไปใช้เพื่อวางกลยุทธ์การตลาดหรือพัฒนาสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทีนี้เรารู้จัก 8 Step Social Listening หลักการทำ Data Research โปรเจค Data ครั้งนี้แล้ว มาเข้าสู่เนื้อหาประเด็นหลัก มาทำความเข้าใจ Data Insights ขนมแมว และขนมสุนัขกันเลยครับ

ภาพรวมของ Data

เมื่อดูการกระจายของ Data หลังการ Cleaning Data แล้วจะเห็นได้ว่า Facebook เป็นแพลตฟอร์มที่มีการพูดถึงขนมสัตว์เลี้ยงมากที่สุดครับ คิดเป็น 30.60% รองลงมาคือ TikTok 24.45%, X (Twitter) 17.68%, YouTube 14.03%, และ Instagram 13.24%

จากข้อมูลตรงนี้เราสามารถเห็นแนวโน้มได้ว่า Facebook และ TikTok น่าจะเป็นช่องทางหลักสำหรับการโปรโมตหรือสร้าง Engagement เกี่ยวกับขนมสัตว์เลี้ยง เพราะมีการพูดถึงเยอะที่สุดครับ ส่วน X (Twitter) เป็นพื้นที่ที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงพูดคุยและแชร์ความคิดเห็นกันเยอะพอสมควรเลยครับ ขณะที่ YouTube และ Instagram แม้จะมีสัดส่วนที่น้อยกว่า แต่ก็เป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะสำหรับการทำคอนเทนต์รีวิวสินค้า หรือการให้ความรู้เกี่ยวกับโภชนาการสัตว์เลี้ยงแบบละเอียด

ภาพรวมของข้อมูลชุดนี้ช่วยให้เรามองเห็นแนวทางสำหรับการทำการตลาดขนมสัตว์เลี้ยงได้ชัดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกแพลตฟอร์มให้เหมาะกับประเภทของคอนเทนต์ หรือการเข้าใจว่าผู้บริโภคพูดถึงขนมสัตว์เลี้ยงในบริบทไหนบ้าง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้ต่อยอดสำหรับวางแผนกลยุทธ์แบรนด์หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของเจ้าของสัตว์เลี้ยงได้ครับ

Top Engagement Content ทำคอนเทนต์ยังไงให้ปัง

พามาดูกันดีกว่าครับว่าคอนเทนต์ที่มียอด Engagement สูงเป็นคอนเทนต์อะไร แบบไหน มีจุดเด่นอะไร

โพสต์จากเพจ ชิเอลแมวมึน บน Facebook ซึ่งแชร์เบื้องหลังการถ่ายภาพขนมแมว โพสต์นี้ได้รับ Engagement สูงเนื่องจากความน่ารักสามารถดึงดูดกลุ่มทาสแมว ทำให้กลุ่มเป้าหมายมีอารมณ์ร่วมและอยากมีส่วนร่วมกับแบรนด์มากขึ้นครับ

โพสต์จาก TikTok ที่แชร์เกี่ยวกับขนมหมาประเภท “หูวัวอบแห้ง” ได้รับ Engagement สูง ซึ่งจุดเด่นของโพสต์นี้คือการนำเสนอสินค้าที่แปลกใหม่ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและมีความสมจริง ด้วยการใช้วิดีโอที่แสดงให้เห็นว่าสุนัขตอบสนองต่อหูวัวอบแห้งยังไง ทำให้เกิดความน่าเชื่อถือและสร้างความอยากรู้อยากลองครับ

โพสต์จาก TikTok การใช้ศิลปิน Mark Tuan ในการโปรโมตขนมแมว โดยโพสต์นี้ดึงดูดทั้งแฟนคลับของศิลปินและกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ที่เป็นเจ้าของแมว ทำให้เกิดกระแสการพูดถึงอย่างรวดเร็วบนแพลตฟอร์ม TikTok ครับ

จากการวิเคราะห์พบว่าคอนเทนต์ที่ได้รับ Engagement สูง ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอเบื้องหลังการถ่ายภาพขนมแมวที่เต็มไปด้วยความน่ารักและเป็นกันเอง การรีวิวผลิตภัณฑ์ขนมหมาที่แสดงให้เห็นปฏิกิริยาของสัตว์เลี้ยงจริง ๆ ไปจนถึงการใช้ Influencer ช่วยกระตุ้นการพูดถึงบนแพลตฟอร์มโซเชียล คอนเทนต์เหล่านี้ไม่ได้เน้นเพียงแค่การขายของ แต่สร้างความเชื่อมโยงทางอารมณ์และกระแสการมีส่วนร่วมของกลุ่มเป้าหมายได้ดี จึงช่วยให้เกิดการแชร์และดึงดูดความสนใจในวงกว้างมากขึ้นครับ

Data Insights ขนมแมวและขนมสุนัข

จากการจัดหมวดหมู่ข้อมูลเกี่ยวกับขนมสัตว์เลี้ยง แบ่งออกเป็น 2 หมวดหมู่หลักครับ ได้แก่ ขนมแมวและขนมสุนัข ซึ่งแต่ละหมวดหมู่ยังสามารถแยกย่อยออกเป็น 4 Categories ครับ

Data Research Insights ขนมแมว ขนมสุนัข
  • Flavor: รสชาติที่ได้รับความนิยมมาก 
  • Benefits: ขนมที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง
  • Type: ประเภทขนมที่นิยม 
  • Occasion: โอกาสที่มักกจะกล่าวถึง

จากข้อมูลข้างต้นสามารถสะท้อนแนวโน้มพฤติกรรมของเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่เลือกซื้อขนมให้สัตว์ตามประโยชน์ที่ได้รับ รสชาติที่สัตว์เลี้ยงชอบ และโอกาสในการให้ขนม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่แบรนด์สามารถนำไปพัฒนาสินค้าและกลยุทธ์ทางการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

Data Research Insights ขนมแมว ขนมสุนัข

จาก Data Insight พบว่าขนมแมวถูกพูดถึงมากถึง 70.50% ในขณะที่ขนมสุนัขมีการพูดถึงเพียง 29.50% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าขนมแมวเป็นตลาดที่ได้รับความสนใจมากกว่าในเชิงออนไลน์ ปัจจัยหลักที่ทำให้ขนมแมวถูกพูดถึงเยอะ อาจเป็นเพราะเจ้าของแมวมักจะให้ขนมเป็นกิจวัตรมากกว่าสุนัขครับ เช่น ใช้ขนมแมวเลียเป็นของรางวัลหรือเครื่องมือในการสื่อสารกับแมว นอกจากนี้คอนเทนต์จาก Pet Influencer และ Affiliate Marketing ยังมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการพูดถึงขนมแมวมากขึ้น

ในทางกลับกันขนมสุนัขซึ่งอาจจะไม่ได้ถูกพูดถึงในแง่ของความถี่มากเท่ากับขนมแมว แต่ยังคงเป็นตลาดที่มีมูลค่าและโอกาสในการเติบโต โดยเฉพาะในกลุ่มขนมเพื่อสุขภาพและการฝึกสุนัขครับ

ต่อไปพามาดูรายละเอียดของขนมแมว และขนมสุนัขกันเลยครับว่ามีการพูดถึงยังไงกันบ้าง

Data Insight 1: Flavor รสชาติขนมแมว

Data Research Insights ขนมแมว ขนมสุนัข

ลำดับสัดส่วนการ Mention รสชาติขนมแมวที่ได้รับความนิยม

  • รสทูน่า 29.89%
  • รสแซลมอน 29.74%
  • รสไก่ 20.94%
  • รสครีม 10.64%
  • รสกุ้ง 2.80%
  • รสหอยเชลล์ 2.05%
  • รสซีฟู้ด 1.60%
  • รสปู 1.00%
  • รสมากุโระ 0.80%
  • รสนม 0.55%

ทีนี้เรามาไล่ดู Insight ของ Top 3 ของรสชาติขนมแมวแต่ละชนิดดีกว่าครับ

ขนมแมวรสทูน่าเป็นรสชาติที่ได้รับการพูดถึงสูงสุด โดยมีการพูดถึงมากถึง 29.89% ซึ่งแทบจะสูสีไปกับรสแซลมอนที่ 29.74% จุดเด่นของรสทูน่าคือกลิ่นหอมและรสชาติที่เข้มข้น ซึ่งเป็นที่โปรดปรานของแมวส่วนใหญ่ครับ นอกจากนี้ขนมแมวรสทูน่ายังถูกนำเสนอในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นขนมเปียก ขนมขัดฟัน หรือขนมอบแห้ง เพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งด้านรสชาติและประโยชน์ต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยงครับ

จากการวิเคราะห์คอนเทนต์ที่ได้รับ Engagement สูง จะเห็นว่าผู้บริโภคให้ความสนใจในการเปรียบเทียบรสชาติขนมแมว, การโปรโมตผ่าน Pet Influencer และการพูดถึงประโยชน์ของขนมแมวที่ทำจากทูน่าคุณภาพสูง เช่น ช่วยบำรุงขน ลดก้อนขน และเสริมภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้แบรนด์ขนมแมวหลายแบรนด์ยังใช้การตลาดแบบ Interactive เช่น การให้ผู้เลี้ยงทดลองผลิตภัณฑ์จริง และรีวิวผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและกระตุ้นการซื้อได้ดีครับ

รสแซลมอนเป็นอีกหนึ่งรสชาติที่ได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับขนมแมว โดยมีการพูดถึง 29.74% ซึ่งค่อนข้างใกล้เคียงกับรสทูน่าเลยครับ จุดเด่นของรสแซลมอนคือกลิ่นหอมและรสชาติที่เข้มข้น และยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูงโดยเฉพาะในด้านการบำรุงขนและผิวหนังครับ

จากการวิเคราะห์คอนเทนต์จะเห็นได้ว่ามีการทำ Affiliate Marketing และการใช้ Pet Influencer เป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ขนมแมวรสแซลมอนสร้างโอกาสในการขายมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการทำโปรโมชัน เช่น แจกฟรีหรือให้ทดลองก่อนซื้อ ซึ่งช่วยกระตุ้นยอดขายและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดีครับ

อีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าสนใจคือมีการนำเสนอขนมแมวเกรดพรีเมียม เช่น แซลมอนเลิฟเวอร์ ขนมแซลมอนเกรดซาชิมิ หรือขนมฟรีซดรายจากแซลมอนแท้ ซึ่งช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของสินค้าให้ดูพรีเมียมและมีคุณภาพสูงขึ้นครับ ผมมองว่าแนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยินดีจ่ายมากขึ้นเพื่อขนมแมวที่มีวัตถุดิบคุณภาพดี และหากมีการโปรโมตที่ตรงจุดก็สามารถสร้างยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

Data Research Insights ขนมแมว ขนมสุนัข

รสไก่เป็นรสชาติที่ได้รับความนิยมสูงสุดอันดับสามของขนมแมวครับ โดยคิดเป็น 20.94% ของทั้งหมด ซึ่งโดดเด่นในด้านแง่ของโปรตีนที่มีเยอะครับ จากการวิเคราะห์คอนเทนต์พบว่าขนมแมวรสไก่มักถูกนำเสนอในรูปแบบขนมอบฟรีซดรายซะเป็นส่วยใหญ่ นอกจากนี้การใช้คอนเทนต์แนวกระตุ้นความอยากอาหาร หรือ การรีวิวโดย Pet Influencer ได้รับ Engagement สูง เพราะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้าครับ

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการเชื่อมโยงขนมแมวรสไก่กับคุณค่าทางโภชนาการครับ เช่น การเน้นว่าไก่เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดี ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ และบำรุงสุขภาพแมวในระยะยาว ทำให้ขนมรสไก่ได้รับการยอมรับจากเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ให้ความสำคัญกับโภชนาการของแมวมากขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่แบรนด์ขนมแมวรสไก่ควรใช้กลยุทธ์โปรโมตโดยเน้นไปที่ประโยชน์ต่อสุขภาพแมว และการทดลองให้กินจริงผ่านคอนเทนต์รีวิวเพื่อกระตุ้นยอดขายครับ

Data Insight 2 : Type ประเภทขนมแมว

Data Research Insights ขนมแมว ขนมสุนัข

ลำดับสัดส่วนการ Mention ประเภทขนมแมวที่ได้รับความนิยม

  • ขนมแมวเลีย 77.40%
  • ขนมฟรีซดราย 19.67%
  • ขนมปลาเส้น 2.53%
  • ขนมขัดฟัน 0.40%

ทีนี้เรามาไล่ดู Insight ของ Top 3 แต่ละประเภทกันครับ

Data Research Insights ขนมแมว ขนมสุนัข

ขนมแมวเลียได้รับการพูดถึงมากที่สุดคิดเป็น 77.40% ของทั้งหมด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงให้ความสำคัญกับขนมที่ช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของกับแมวครับ ขนมแมวเลียส่วนใหญ่มีรสชาติที่แมวชื่นชอบเช่น รสทูน่า, รสไก่, รสปลาแซลมอน และรสครีมผสมเนื้อสัตว์ ซึ่งช่วยให้แมวรับประทานง่ายและให้คุณค่าทางโภชนาการ นอกจากนี้แบรนด์ต่าง ๆ ยังมีการเน้นทำตลาดผ่าน Pet Influencer เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือครับ

อีกหนึ่งจุดเด่นที่น่าสนใจคือการนำเข้าขนมแมวเลียจากญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมสูง เช่น Ciao Stick และแบรนด์พรีเมียมอื่น ๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มผู้เลี้ยงแมวในไทยให้ความสนใจสินค้าคุณภาพสูงจากต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นทิศทางที่น่าสนใจสำหรับตลาดขนมแมวในอนาคตครับ

ขนมแมวประเภทฟรีซดราย Freeze-Dried คิดเป็น 19.67% รองจากขนมแมวเลียเท่านั้น จุดเด่นของขนมประเภทนี้คือกระบวนการผลิตที่ช่วยรักษาคุณค่าทางโภชนาการครับ โดยการนำเนื้อสัตว์ เช่น ไก่, ทูน่า, และแซลมอน มาผ่านกระบวนการฟรีซดราย ทำให้คงรสชาติและสารอาหารได้อย่างครบถ้วน จาก Data Insight พบว่าขนมฟรีซดรายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคืออกไก่ฟรีซดรายเนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีครับ นอกจากนี้ขนมฟรีซดรายยังถูกใช้ในหลากหลายบริบทเช่น ใช้ผสมกับอาหารหลักเพื่อกระตุ้นความอยากอาหาร หรือใช้เป็นรางวัลสำหรับแมวที่ต้องการเสริมโปรตีนครับ

กระแสของขนมแมวฟรีซดรายที่รีวิวโดย Pet Influencer ที่มักแสดงให้เห็นว่าแมวชื่นชอบขนมประเภทนี้มากแค่ไหน ส่งผลให้เกิดกระแสการทดลองซื้อในกลุ่มเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับแมวครับ สะท้อนให้เห็นว่าขนมแมวที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ จะเป็นที่ต้องการมากขึ้นในตลาด โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เน้นคุณภาพ Human Grade และปราศจากสารเติมแต่ง การพัฒนาสินค้าในกลุ่มฟรีซดรายจึงเป็นอีกโอกาสสำคัญที่สามารถต่อยอดได้ครับ

Data Research Insights ขนมแมว ขนมสุนัข

ขนมแมวประเภท ปลาเส้น มีสัดส่วนการพูดถึง 2.53% ซึ่งแม้จะเป็นสัดส่วนที่ไม่สูงมากเมื่อเทียบกับขนมประเภทอื่น แต่ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมของเจ้าของแมว จุดเด่นของขนมประเภทนี้คือ ความนุ่มและสามารถฉีกเป็นชิ้นเล็ก ๆ ได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีหลายรสชาติ เช่น รสกุ้ง, ไก่, ทูน่า, และแซลมอน ทำให้มีความหลากหลายในการเลือกซื้อ

การทำตลาดแบบพรีเมียม เช่น ขนมปลาเส้นที่มีวัตถุดิบคุณภาพสูง ไม่มีสารกันเสีย และใช้ปลาแท้ 100% ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มเจ้าของแมวที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพสัตว์เลี้ยง นอกจากนี้ยังมีการรีวิวจากเจ้าของแมวที่พบว่าแมวส่วนใหญ่นิยมกินปลาเส้นมากกว่าขนมประเภทอื่น เนื่องจากกลิ่นหอมและรสชาติที่ดึงดูดความสนใจครับ

ส่วนขนมแมวประเภทขนมขัดฟันแม้จะมีสัดส่วนการพูดถึงเพียง 0.40% แต่ถือเป็นขนมที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นในกลุ่มเจ้าของแมวที่ต้องการดูแลสุขภาพช่องปากของสัตว์เลี้ยง จุดเด่นของขนมประเภทนี้คือ เนื้อสัมผัสที่ออกแบบมาให้ช่วยขัดฟันและลดการสะสมของหินปูน ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในแมวครับ

ผลิตภัณฑ์ขนมขัดฟันหลายแบรนด์มักจะเน้นการเสริมแคลเซียมและแร่ธาตุที่ช่วยบำรุงฟันและกระดูก เพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับขนมประเภทนี้ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาในรูปแบบที่ดึงดูดใจ เช่น ขนมขัดฟันเคลือบเจลบำรุงเหงือก หรือขนมที่มีรสชาติใกล้เคียงกับอาหารปกติของแมว ทำให้แมวสนใจและยอมกินง่ายขึ้นครับ

Data Insight 3: Benefits ประโยชน์ของขนมแมว

ลำดับสัดส่วนการ Mention ประโยชน์ขนมแมวที่ได้รับความนิยม

  • บำรุงข้อต่อและกระดูก 27.82%
  • ฟันและเหงือก 18.24%
  • เสริมภูมิคุ้มกัน 17.72%
  • บำรุงขนและผิวหนัง 13.78%
  • ช่วยลดก้อนขน 5.12%
  • บำรุงสายตา 4.20%
  • บำรุงหัวใจและเลือด 3.02%
  • ลดหินปูน 2.49%
  • กระตุ้นความอยากอาหาร 1.97%
  • ควบคุมน้ำหนัก 1.97%

ทีนี้เรามาไล่ดู Insight ของ Top 3 ประโยชน์ของขนมแมวแต่ละชนิดดีกว่าครับ

ขนมแมวที่มีคุณสมบัติช่วยบำรุงข้อต่อและกระดูกได้รับการพูดถึงมากที่สุด คิดเป็น 27.82% ครับ ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลของเจ้าของแมวเกี่ยวกับสุขภาพกระดูกและข้อต่อของสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะแมวที่อายุมากขึ้นหรือแมวพันธุ์ใหญ่ที่มีแนวโน้มเกิดปัญหาข้อต่อเสื่อม ขนมประเภทนี้มักเสริมแคลเซียม ซึ่งช่วยเสริมสร้างกระดูกและข้อต่อให้แข็งแรงครับ

กระแสของขนมบำรุงข้อต่อค่อนข้างได้รับความนิยมครับ โดยมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เน้นสูตรเฉพาะสำหรับแมวแต่ละช่วงวัย เช่น ขนมสำหรับลูกแมวที่ช่วยเสริมสร้างกระดูก หรือขนมสำหรับแมวสูงวัยที่ช่วยลดอาการข้ออักเสบ แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นว่าเจ้าของแมวค่อนข้างให้ความสำคัญกับสุขภาพระยะยาวของแมวมากขึ้น และต้องการผลิตภัณฑ์ที่สามารถป้องกันปัญหาสุขภาพได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ครับ

ขนมที่ช่วยบำรุงฟันและเหงือกเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงให้ความสนใจครับ ซึ่งปัญหาหลักที่ถูกพูดถึงบ่อยคือ กลิ่นปากแรง, คราบหินปูน และปัญหาสุขภาพช่องปากในแมว โดยเฉพาะแมวที่กินอาหารเม็ดเป็นหลัก นอกจากนี้คอนเทนต์เกี่ยวกับการดูแลช่องปากแมวและการป้องกันกลิ่นปากได้รับ Engagement สูงโดยเฉพาะจากรีวิวของ Pet Influencer และคอนเทนต์ทดลองให้แมวกินขนมขัดฟัน ซึ่งช่วยให้เจ้าของแมวเห็นผลลัพธ์จริงและกระตุ้นการซื้อครับ

แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงให้ความสำคัญกับสุขภาพช่องปากของแมวมากขึ้น และมองหาขนมที่ช่วยดูแลสุขภาพฟันโดยไม่ต้องแปรงฟันโดยตรง แบรนด์ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดกลิ่นปาก, ลดหินปูน และเสริมสร้างสุขภาพเหงือก จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่กำลังเติบโตนี้ได้อย่างแน่นอนครับ

การพูดถึงขนมแมวบนโซเชียลมีเดียเรื่องของประโยชน์ เน้นไปที่คุณสมบัติในการเสริมภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะการช่วยป้องกันโรคต่าง ๆ เช่น ปัญหาทางเดินอาหาร, ภูมิแพ้, และการติดเชื้อในแมว ซึ่งเจ้าของสัตว์เลี้ยงให้ความสำคัญมากขึ้น ตัวอย่างจาก Data Insight ขนมแมวที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันที่ได้รับความนิยม เช่น ขนมแมวเลียที่มีวิตามินเสริม ไม่ว่าจะเป็นวิตามินซี หรืออื่น ๆ ซึ่งช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและสุขภาพโดยรวมของแมว

Insight นี้แสดงให้เห็นว่าเจ้าของแมวต้องการขนมที่ช่วยดูแลสุขภาพในระยะยาว และไม่ใช่แค่ของว่างเท่านั้น การพัฒนาขนมแมวที่มีคุณสมบัติด้านโภชนาการและสุขภาพที่ชัดเจน จะช่วยสร้างความแตกต่างในตลาด และสามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ใส่ใจสุขภาพแมวได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

Data Insight 4: Occasion โอกาสในการใช้ขนมแมว

ลำดับสัดส่วนการ Mention โอกาสการพูดถึงขนมแมวที่มากที่สุด

  • บำรุงข้อต่อและกระดูก 27.82%
  • ฟันและเหงือก 18.24%
  • เสริมภูมิคุ้มกัน 17.72%
  • บำรุงขนและผิวหนัง 13.78%
  • ช่วยลดก้อนขน 5.12%
  • บำรุงสายตา 4.20%
  • บำรุงหัวใจและเลือด 3.02%
  • ลดหินปูน 2.49%
  • กระตุ้นความอยากอาหาร 1.97%
  • ควบคุมน้ำหนัก 1.97%

ทีนี้เรามาไล่ดู Insight ของ Top 3 แต่ละชนิดดีกว่าครับ

จากข้อมูล Social Data พบว่าการใช้ขนมแมวเพื่อเรียกแมวเป็นบริบทที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคิดเป็น 69% ของทั้งหมดครับ ขนมแมวเลียเช่น Nekko มักถูกใช้เพื่อดึงดูดความสนใจของแมว หรือใช้เป็นรางวัลเพื่อฝึกพฤติกรรมครับ เทรนด์นี้สะท้อนว่าขนมแมวไม่ใช่แค่ของกินเล่น แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความสนิทสนมกับแมว ซึ่งแบรนด์สามารถต่อยอดด้วยแคมเปญที่เน้นขนมเรียกแมวหรือพัฒนาสูตรขนมที่ช่วยกระตุ้นการตอบสนองของแมวเพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ ครับ

ขนมแมวถูกนำมาใช้เป็นอาหารว่างคิดเป็น 24% ครับ โดยเน้นขนมที่มีจุดเด่นคือการช่วยเพิ่มพลังงานและเติมสารอาหารให้แมวโดยเฉพาะขนมแมวเกรดพรีเมียมที่เน้นคุณภาพสูง เช่น ขนมปลาเส้น ขนมฟรีซดราย และสมูทตี้สำหรับแมว ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยให้แมวเพลิดเพลินเท่านั้นนะครับ แต่ยังเสริมสารอาหารให้ร่างกายอีกด้วย

อีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าสนใจและมักจะโผล่มาในทุก ๆ การ Mention คือขนมทานเล่นที่ไม่ได้มีแค่ความอร่อย แต่ยังมีประโยชน์ เช่น ขนมที่ช่วยบำรุงขน หรือช่วยเรื่องการย่อยอาหาร เจ้าของแมวจึงเลือกใช้ขนมประเภทนี้เป็นอาหารเสริมแทนขนมที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการครับ

ขนมแมวที่ช่วยกระตุ้นความอยากอาหารคิดเป็น 7% ของการพูดถึงทั้งหมด ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่เจ้าของแมวที่มีปัญหาแมวเบื่ออาหารหรือกินได้น้อย โดยเฉพาะขนมที่มีกลิ่นหอมแรงและรสชาติเข้มข้นครับ เช่น ขนมฟรีซดรายและขนมเลียที่มีส่วนผสมของปลา ไก่ หรืออาหารทะเล

อย่างไรก็ตามกระแสการเลือกขนมที่ไม่ใส่สารกระตุ้นความอยากอาหารกำลังได้รับความสนใจจากเจ้าของแมวที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพระยะยาวของสัตว์เลี้ยงครับ ทำให้หลายแบรนด์เริ่มพัฒนาขนมที่ใช้วัตถุดิบธรรมชาติ และไม่มีส่วนผสมที่อาจส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมการกินของแมว แนวโน้มนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณภาพของขนมมากขึ้น และเลือกสินค้าที่ตอบโจทย์สุขภาพของแมวมากกว่าการกระตุ้นให้กินเยอะขึ้นครับ

Data Insight 5 : Flavor รสชาติขนมสุนัข

Data Research Insights ขนมแมว ขนมสุนัข

ลำดับสัดส่วนการ Mention รสชาติขนมสุนัขที่มากที่สุด

  • เนื้อไก่ 32.79%
  • เนื้อวัว 23.17%
  • เนื้อปลาแซลมอน 13.82%
  • ตับ 9.89%
  • รสนม 9.01%
  • เนื้อเป็ด 4.67%
  • เนื้อแกะ 2.71%
  • เนื้อปลาทูน่า 1.76%
  • แครอท 1.29%
  • เนื้อกระเข้ 0.88%

ทีนี้เรามาไล่ดู Insight ของ Top 3 แต่ละชนิดดีกว่าครับ

จากข้อมูลพบว่าเนื้อไก่เป็นรสชาติที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดในกลุ่มขนมสุนัข คิดเป็น 32.79% ของการพูดถึงทั้งหมด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของเจ้าของสุนัขที่เลือกขนมที่มีโปรตีนสูงและย่อยง่าย โดยขนมที่ทำจากเนื้อไก่มีหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นไก่อบแห้ง สติ๊กไก่แท่ง อกไก่ฟรีซดราย ไปจนถึงขนมหมาเลียรสไก่ผสมผักอย่างแครอทครับ

นอกจากนี้ การใช้ Pet Influencer และ Affiliate Marketing มีบทบาทสำคัญในการผลักดันขนมไก่ให้เป็นที่นิยมมากขึ้น เจ้าของสุนัขมักให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรีวิวจากผู้ใช้จริง หรือมีภาพสุนัขกำลังเพลิดเพลินกับขนมครับ ส่งผลให้ขนมรสไก่ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับผู้เลี้ยงสุนัขที่มองหาขนมที่มีโปรตีนสูงและดีต่อสุขภาพของสัตว์เลี้ยง

ขนมสุนัขรสเนื้อวัวได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดโดยคิดเป็น 23.17% รองจากเนื้อไก่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มของเจ้าของสุนัขที่มองหาทางเลือกโปรตีนที่หลากหลาย นอกจากนี้ขนมเนื้อวัวมักถูกนำเสนอในรูปแบบเนื้ออบแห้งและ ตับวัวฟรีซดรายที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูงครับ

อีกหนึ่งเทรนด์ที่น่าสนใจคือการตลาดที่เน้นขนมสุนัขเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะขนมที่ไม่มีสารปรุงแต่งและสารเคมี โดยเจ้าของสุนัขให้ความสำคัญกับขนมที่ผลิตจากเนื้อแท้ 100% และให้สารอาหารครบถ้วนครับ เช่น หูวัวอบแห้ง ที่ช่วยเสริมสุขภาพฟันและการเคี้ยว เทรนด์นี้สะท้อนถึงความต้องการขนมที่เน้นโปรตีนจากธรรมชาติและตอบโจทย์สุขภาพสุนัขในระยะยาวครับ

ขนมสุนัขที่มีเนื้อปลาแซลมอนเป็นส่วนผสมได้รับความนิยมเป็นอันดับสาม คิดเป็น 13.82% ครับ ซึ่งรองจากเนื้อไก่และเนื้อวัว จุดเด่นของขนมรสแซลมอนที่มักจะกล่สวถึงคือคุณค่าทางโภชนาการที่สูง โดยเฉพาะกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ช่วยบำรุงขนและผิวหนัง นอกจากนี้เจ้าของสุนัขยังมองว่าขนมแซลมอนเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการเสริมอาหารให้สัตว์เลี้ยง

จาก Data ที่พบขนมแซลมอนมีหลากหลายรูปแบบครับ เช่น แซลมอนอบแห้ง, ขนมแซลมอนครีมบำรุงขน, และ แซลมอนบดผสมกับโปรตีนอื่น ๆ ซึ่งบางสูตรได้รับการพัฒนาเป็นขนมเพื่อสุขภาพ เน้นช่วยบำรุงกระดูกและกล้ามเนื้อ หรือใช้เป็นขนมสุนัขเสริมโปรตีนที่ช่วยควบคุมน้ำหนักครับ เทรนด์นี้ชี้ให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับขนมที่ให้สารอาหารครบถ้วน และเลือกขนมที่ช่วยดูแลสุขภาพสุนัขในระยะยาวครับ 

Data Insight 6 : Benefits ประโยชน์ของขนมสุนัข

Data Research Insights ขนมแมว ขนมสุนัข

ลำดับสัดส่วนการ Mention ประโยชน์ของขนมสุนัขที่มากที่สุด

  • บำรุงกระดูกและฟัน 58.32%
  • ระบบหัวใจและหลอดเลือด 15.31%
  • เสริมภูมิคุ้มกัน 12.78%
  • ขับถ่ายง่าย 6.26%
  • บำรุงขน 5.46%
  • บำรุงสายตา 1.86%

ทีนี้เรามาไล่ดู Insight ของ Top 3 แต่ละชนิดดีกว่าครับ

58.32% ของการพูดถึงประโยชน์ขนมสุนัขบนโซเชียลมีเดียเกี่ยวข้องกับการบำรุงกระดูกและฟัน ซึ่งเป็นหมวดหมู่ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดครับ สะท้อนให้เห็นว่าผู้เลี้ยงสุนัขให้ความสำคัญกับสุขภาพช่องปากและความแข็งแรงของข้อต่อเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกับสุนัขพันธุ์ใหญ่หรือสุนัขสูงวัยที่มีแนวโน้มเกิดปัญหากระดูกครับ

โดยขนมที่ตอบโจทย์ด้านนี้มีหลากหลายประเภท เช่น ขนมขัดฟัน, ขนมหูวัวขัดฟัน, และ ขนมสูตรเสริมแคลเซียม ซึ่งได้รับการพัฒนาให้ช่วยลดคราบหินปูนเสริมสร้างสุขภาพฟัน และให้สุนัขได้ขบเคี้ยวเพื่อช่วยฝึกกล้ามเนื้อขากรรไกร นอกจากนี้แบรนด์ขนมยังใช้คอนเทนต์ในการ Educate ผู้บริโภคโดยอธิบายถึงสารอาหารที่ช่วยบำรุงข้อต่อ เช่น กลูโคซามีนและคอนดรอยติน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าของสุนัขว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้ช่วยดูแลสุขภาพระยะยาวได้จริงครับ

คุณสมบัติการบำรุงหัวใจและหลอดเลือดเป็นอีกหนึ่งหมวดหมู่ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มเจ้าของสุนัขพันธุ์ที่มีแนวโน้มเกิดโรคหัวใจครับ แบรนด์ขนมสุนัขหลายแบรนด์มีการใช้ส่วนผสมที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพหัวใจ เช่น Krill Oil, Salmon Oil, และ Arginine ที่มีส่วนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและเสริมสร้างระบบหัวใจให้แข็งแรง 

นอกจากนี้ขนมที่เน้นโปรตีนจากปลาแซลมอน เช่น Salmon Supreme ก็ค่อนข้างได้รับความนิยม เพราะนอกจากจะช่วยบำรุงหัวใจแล้ว ยังมี Omega-3 ที่ช่วยลดการอักเสบและดูแลขนให้เงางามอีกด้วย แบรนด์ต่าง ๆ ยังใช้กลยุทธ์การสื่อสารที่เน้นความเข้าใจง่าย เช่น การแนะนำ สูตรอาหารเสริมระบบหัวใจและภูมิคุ้มกันในแพ็กเดียว เพื่อตอบโจทย์เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ต้องการดูแลสุขภาพของสุนัขแบบครบวงจรครับ

Data Research Insights ขนมแมว ขนมสุนัข

คุณสมบัติในการเสริมภูมิคุ้มกันมักจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากเจ้าของที่ต้องการดูแลสุขภาพสุนัขให้แข็งแรง ลดความเสี่ยงจากโรคต่าง ๆ โดยเฉพาะสุนัขที่มีแนวโน้มป่วยง่ายหรืออยู่ในช่วงวัยที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ แบรนด์ขนมสุนัขมีการพัฒนาสูตรที่มีส่วนผสมของโปรไบโอติกส์, นมแพะอัดเม็ด, และซุปเปอร์ฟู้ดส์เพื่อช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันจากภายในครับ

ขนมประเภท Human Grade ที่ใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง ปลอดสารปรุงแต่ง และมีสารอาหารเสริมได้รับความนิยมค่อนข้างมาก เจ้าของสัตว์เลี้ยงให้ความสำคัญกับขนมที่ไม่เพียงแต่อร่อย แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพในระยะยาวครับ

Data Insight 7 : Type ประเภทขนมสุนัข

ลำดับสัดส่วนการ Mention ประเภทของขนมสุนัขที่มากที่สุด

  • ฟรีซดราย 35.96%
  • ขนมขัดฟัน 33.74%
  • Stick 16.50%
  • ขนมสุนัขเลีย 8.87%
  • หูสัตว์ 4.93%

ทีนี้เรามาไล่ดู Insight ของ Top 3 แต่ละชนิดดีกว่าครับ

ในแง่ของประเภทขนมสุนัข 35.96% มุ่งไปที่ขนมประเภทฟรีซดราย (Freeze-Dried) ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ให้ความสำคัญกับโภชนาการ จุดเด่นของขนมประเภทนี้คือ กระบวนการผลิตที่รักษาคุณค่าทางโภชนาการไว้อย่างครบถ้วน โดยไม่มีการปรุงแต่งสารกันเสียหรือแต่งสี กลุ่มโปรตีนที่ได้รับความนิยมสูงได้แก่ อกไก่ฟรีซดราย, ตับวัวฟรีซดราย และแกะ-เป็ดวัวฟรีซดราย ซึ่งถูกมองว่าเป็นขนมเพื่อสุขภาพที่เหมาะกับสุนัขทุกวัยครับ

แบรนด์ต่าง ๆ มีการพัฒนาสูตรพรีเมียมที่เสริมประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น สูตร Brain & Nervous System ที่ช่วยบำรุงสมองและระบบประสาท หรือ สูตรที่ช่วยบำรุงข้อกระดูกและระบบย่อยอาหาร ส่งผลให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงไว้วางใจและเลือกใช้มากขึ้น เทรนด์นี้สะท้อนให้เห็นว่า ขนมฟรีซดรายกำลังกลายเป็นหมวดหมู่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีแนวโน้มที่ผู้บริโภคจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงและโภชนาการครบถ้วนมากขึ้นครับ

Data Research Insights ขนมแมว ขนมสุนัข

ขนมขัดฟันสำหรับสุนัขคิดเป็น 33.74% แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลสุขภาพช่องปากของสุนัข จุดเด่นของขนมประเภทนี้มักจะเน้นคุณสมบัติ ช่วยลดคราบหินปูน, ลดกลิ่นปาก และเสริมสร้างสุขภาพเหงือกและฟันครับ เจ้าของสัตว์เลี้ยงมักจะให้ความสนใจกับขนมขัดฟันที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะพร้าว และสูตรที่เสริมแร่ธาตุที่ช่วยบำรุงฟัน

แบรนด์ต่าง ๆ พัฒนาได้พัฒนาขนมขัดฟันในรูปแบบที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกระดูกขัดฟัน, แท่งเคี้ยวเสริมแคลเซียม หรือขนมขัดฟันแบบซอฟต์ที่เหมาะกับสุนัขทุกช่วงวัย สะท้อนให้เห็นว่าเจ้าของสัตว์เลี้ยงเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพฟันของสุนัขมากขึ้น ทำให้ผลิตภัณฑ์ในหมวดนี้มีโอกาสเติบโตต่อไปในตลาดขนมสุนัขครับ

ขนมแบบแท่งหรือ Stick Treats คิดเป็น 16.50% ซึ่งเป็นหนึ่งในประเภทขนมที่ได้รับความนิยมสูง จุดเด่นของขนมประเภทนี้คือเนื้อสัมผัสที่หนึบ เคี้ยวเพลิน และสามารถช่วยขัดฟันไปในตัว เหมาะสำหรับสุนัขที่ชอบกัดแทะเพื่อความเพลิดเพลิน นอกจากนี้ขนม Stick ยังมีหลายรูปแบบเช่น Stick นิ่มสำหรับสุนัขเล็ก, Stick โปรตีนสูงจากปลา หรือ Stick สูตรบำรุงข้อต่อและสุขภาพฟันครับ

จาก Data Insight พบว่าขนม Stick ได้รับความสนใจจาก Pet Influencer และร้านค้าออนไลน์ที่มักทำคอนเทนต์รีวิวขนมแบบแท่งเพื่อแสดงให้เห็นว่าสุนัขเพลิดเพลินกับขนมประเภทนี้มากแค่ไหน ทำให้เกิดการทดลองซื้อในหมู่เจ้าของสัตว์เลี้ยง เทรนด์นี้สะท้อนให้เห็นว่าขนมที่ตอบโจทย์ทั้งรสชาติและสุขภาพยังคงได้รับความนิยมและขนม Stick ก็เป็นตัวเลือกที่เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์การให้รางวัลสุนัขได้ดีครับ

Data Insight 8 : Occasion โอกาสในการใช้ขนมสุนัข

ลำดับสัดส่วนการ Mention โอกาสในการกล่าวถึงของขนมสุนัขที่มากที่สุด

  • ให้เป็นรางวัล 91.76%
  • ให้กับสุนัขป่วย 8.24%

ทีนี้เรามาไล่ดู Insight ของ Top 3 แต่ละชนิดดีกว่าครับ

ขนมสุนัขที่ใช้เป็นรางวัล คิดเป็น 91.76% ของการพูดถึง Occasion ในการใช้ขนมสุนัขครับ ซึ่งเป็นโอกาสการใช้งานที่ได้รับความนิยมสูงสุด โดยขนมจะช่วยเสริมสร้างพฤติกรรมที่ดี และทำให้สุนัขจดจำคำสั่งได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในการฝึกเบื้องต้นเช่น ฝึกให้นั่ง, คอย หรือเดินตามคำสั่ง เจ้าของสัตว์เลี้ยงนิยมใช้ขนมเป็นแรงจูงใจในการฝึกเพราะเป็นรางวัลที่เข้าใจง่ายและกระตุ้นความสนใจของสุนัขได้ดีครับ

จาก Data Insight พบว่า ขนมรางวัลถูกนำเสนอผ่านคอนเทนต์ Educate การฝึกสุนัข และถูกใช้ในงานอีเวนต์สำหรับสัตว์เลี้ยง เช่น งานประกวดหรือกิจกรรมออกกำลังกาย และมีสูตรเฉพาะสำหรับสุนัขที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เทรนด์นี้สะท้อนให้เห็นว่าขนมที่ตอบโจทย์การฝึกและพฤติกรรมเชิงบวกจะยังคงเป็นที่ต้องการสูง และสามารถต่อยอดการตลาดไปสู่กลุ่มเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ต้องการเสริมสร้างความสัมพันธ์กับสุนัขครับ

แม้ขนมสุนัขที่ใช้ในช่วงสุนัขป่วยจะมีการพูดถึงเพียง 8.24% ของทั้งหมด แต่ถือเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญ โดยเจ้าของสัตว์เลี้ยงมักใช้ขนมเป็นตัวช่วยในการให้สารอาหารเสริม หรือป้อนยาให้สุนัขที่ไม่ค่อยอยากอาหารครับ จาก Data Insight พบว่ามีการแชร์คอนเทนต์เกี่ยวกับขนมที่ช่วยให้สุนัขกินยาได้ง่ายขึ้น หรือขนมที่ถูกพัฒนาให้เหมาะกับสุนัขที่มีปัญหาสุขภาพเฉพาะทาง สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการพัฒนาขนมสำหรับสุนัขป่วยที่ให้ประโยชน์เชิงโภชนาการ และสามารถช่วยให้เจ้าของดูแลสัตว์เลี้ยงได้สะดวกขึ้นครับ

Key Insights Recommendations สำหรับ Marketer

Facebook (30.60%) เป็นแพลตฟอร์มที่มีการพูดถึงขนมแมวและขนมสุนัขมากที่สุด โดยส่วนใหญ่มาจากเพจร้านค้าเพ็ทช็อป แบรนด์สินค้า และกลุ่มคนรักสัตว์ที่แชร์รีวิวและประสบการณ์การให้อาหารสัตว์เลี้ยง

TikTok (24.45%) ติดอันดับที่สอง โดยมีเนื้อหาส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบรีวิววิดีโอสั้น แสดงปฏิกิริยาของสัตว์เลี้ยงเมื่อได้รับขนม และเนื้อหาจาก Pet Influencer ที่ช่วยให้แบรนด์ได้รับความสนใจจากเจ้าของสัตว์เลี้ยง

X (Twitter) (17.68%) มีการพูดถึงขนมแมวและขนมสุนัขในรูปแบบการรีวิวสั้น ๆ แชร์ภาพและความคิดเห็นจากเจ้าของสัตว์เลี้ยง รวมถึงเทรนด์ขนมที่กำลังได้รับความนิยม

YouTube (14.03%) มีการพูดถึงในรูปแบบของ วิดีโอรีวิวสินค้าระยะยาว และเนื้อหาที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโภชนาการสัตว์เลี้ยง เช่น การเปรียบเทียบขนมแต่ละประเภท และคำแนะนำจากสัตวแพทย์

Instagram (13.24%) มักถูกใช้ในการโชว์ภาพขนมสัตว์เลี้ยง การทำคอนเทนต์แนว aesthetic และรีวิวจากเจ้าของสัตว์เลี้ยง รวมถึงการโปรโมตสินค้าผ่าน Pet Influencer

Data Research Insights ขนมแมว ขนมสุนัข

จากการวิเคราะห์ข้อมูล Social Listening พบว่า ขนมประเภทฟรีซดราย (Freeze-dried) เป็นประเภทที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดในกลุ่มขนมสุนัขคิดเป็น 35.96% และเป็นที่นิยมในตลาดขนมแมวเช่นกันคิดเป็น 19.67% แสดงให้เห็นถึงความต้องการของเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่ให้ความสำคัญกับ คุณค่าทางโภชนาการ และความเป็นธรรมชาติของวัตถุดิบครับ 

สำหรับนักการตลาดแบรนด์สามารถเน้นการสื่อสารด้านคุณสมบัติอาหารสัตว์ที่ครบถ้วน โดยเฉพาะโปรตีนสูง ไม่มีสารเติมแต่ง และการคงคุณค่าทางขนม ควบคู่ไปกับการทำ Educational Content เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับเจ้าของสัตว์เลี้ยง และเพิ่มโอกาสในการตัดสินใจซื้อครับ

Data Research Insights ขนมแมว ขนมสุนัข

จากการวิเคราะห์ข้อมูล Social Listening พบว่ารสไก่และรสแซลมอน เป็นรสชาติที่ได้รับความนิยมสูงในตลาดขนมสัตว์เลี้ยงทั้งขนมแมว และขนมสุนัขครับ โดยในกลุ่มขนมสุนัขรสไก่มีการพูดถึงมากที่สุดถึง 32.79% รองลงมาคือเนื้อวัวและแซลมอน ในขณะที่ฝั่งขนมแม มีแนวโน้มที่แตกต่างออกไปครับ โดยรสทูน่า 29.89% และรสแซลมอน 29.74% เป็นรสชาติที่ได้รับความนิยมสูงสุด ตามมาด้วยรสไก่ที่ 20.94% ครับ

จากข้อมูลดังกล่าวผมมองว่านักการตลาดและคนที่กำลังคิดจะทำขนมสัตว์เลี้ยงครับ โดยใช้กลยุทธ์เน้นรสชาติยอดนิยมเป็นจุดขายหลัก โดยเฉพาะรสไก่และแซลมอนซึ่งได้รับความนิยมทั้งในตลาดขนมแมวและสุนัข นอกจากนี้การพัฒนารสชาติที่เป็นที่นิยมของสัตว์แต่ละประเภท พร้อมการนำเสนอจุดเด่นเรื่องคุณภาพวัตถุดิบและคุณค่าทางโภชนาการ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการดึงดูดลูกค้าให้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้มากขึ้นครับ

คุณสมบัติด้านสุขภาพนับเป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคให้ความสนใจเมื่อเลือกซื้อขนมแมวและขนมสุนัขครับ โดยการบำรุงกระดูกและฟัน มีสัดส่วนการพูดถึงมากที่สุดในกลุ่มขนมสุนัขถึง 58.32% และในขนมแมว การบำรุงข้อและกระดูก ก็เป็นปัจจัยหลักที่ถูกกล่าวถึงสูงสุดที่ 27.82%

นอกจากนี้สุขภาพฟันและเหงือก 18.24% และการเสริมภูมิคุ้มกัน 17.72% เป็นอีกคุณสมบัติที่ได้รับความสนใจอย่างมากในตลาดขนมแมว แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงของพวกเขาโดยรวม นักการตลาดจึงควรเน้นการสื่อสารคุณสมบัติเด่นเหล่านี้ เช่น ฟันแข็งแรง กระดูกสุขภาพดี และช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน เพื่อสร้างความน่าสนใจและเพิ่มคุณค่าให้กับผลิตภัณฑ์ครับ

ตัวอย่างกลยุทธ์อย่าง CHALLENGE แมวเลีย เป็นอีกแนวทางการตลาดที่ช่วยสร้าง Engagement บนโซเชียลมีเดียได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ การกระตุ้นให้เกิดการแชร์คอนเทนต์จากผู้บริโภค หรือ User-Generated Content ซึ่งเป็นรูปแบบที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของเจ้าของสัตว์เลี้ยง

นักการตลาดสามารถนำกลยุทธ์นี้ไปปรับใช้โดยอาจเพิ่มลูกเล่น เช่น การสร้างชาเลนจ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อให้เกิดกระแสไวรัลบนแพลตฟอร์มอย่าง TikTok และ Instagram ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เหมาะกับคอนเทนต์แนววิดีโอสั้นครับ

สรุป 8 Data Research Insights เจาะลึกจักรวาล ขนมแมว และ ขนมสุนัข จาก Social Listening

Data Research Insights ขนมแมว และ ขนมสุนัข ครั้งนี้ช่วยให้เห็นภาพรวมของตลาดขนมสัตว์เลี้ยงบนโซเชียลมีเดียได้อย่างชัดเจนครับ โดยข้อมูลที่ได้สามารถใช้เป็นแนวทางในการทำการตลาดให้เข้ากับพฤติกรรมของเจ้าของสัตว์เลี้ยงยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสม การสร้างคอนเทนต์ให้ตรงใจ หรือแม้แต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับเทรนด์ที่กำลังมาแรง เช่น ขนมฟรีซดราย ขนมเพื่อสุขภาพ หรือฟังก์ชันเสริมที่ช่วยดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง

สุดท้ายนี้ การตลาดวันละตอน ขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านบทความนี้ จริง ๆ แล้วยังมีอีกหลายโปรเจคจาก Project Data Research for SMEs รอติดตามได้เลยครับ

ชื่อเติ้ลครับ เป็น Senior Data Insight Researcher & Marketing Content Creator แห่งการตลาดวันละตอนครับ ^^ มีงานอดิเรกเป็น ผู้ช่วยนักวิจัยฝั่ง Consumer Insights ที่คณะวิทยาศาตร์การกีฬา ที่จุฬาครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *