Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

9 Data Research Insights เจาะลึกจักรวาล ผลิตภัณฑ์สมุนไพร จาก Social Listening

บทความนี้พาทุกคนมาดู Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ว่าผู้บริโภคให้ความสนใจในแง่มุมใดมากที่สุด ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ได้รับความนิยมสูงสุดคืออะไร? เทรนด์ไหนกำลังมาแรง? ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยให้แบรนด์สมุนไพรสามารถเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคและ นำไปปรับใช้กับกลยุทธ์การตลาด เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ

อย่างเช่นเดิมโปรเจคนี้ได้รับการสนับสนุนโดย SME D Bank ธนาคารเพื่อผู้ประกอบการไทย ที่ต้องการผลักดันธุรกิจ SME เติบโต รวมถึงช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และขยายตลาดได้อย่างแข็งแกร่งขึ้น พร้อมนำเทรนด์สมุนไพรไปสู่ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและส่วนผสมจากธรรมชาติ

โดย Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร นี้เกิดจากการวิเคราะห์ข้อมูลจาก Social Listening เพื่อถอดรหัสพฤติกรรมการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพร ถ่ายทอดออกมาเป็น Insights ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสินค้า การออกแบบแคมเปญการตลาด หรือการสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

ใครที่อยากรู้ว่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรแบบไหนกำลังมาแรง? และผู้บริโภคให้ความสนใจอะไรเป็นพิเศษ? บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกประเด็นแบบจัดเต็ม พร้อมข้อมูลแน่น ๆ ที่สามารถนำไปใช้วางกลยุทธ์การตลาดได้ทันที ถ้าพร้อมแล้ว ไปดูกันเลยครับ

8 Step Social Listening Main Methodology หลักของการทำ Data Research

ในการทำ Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร จาก Social Listening นั้นเราใช้หลัก 8 Step Social Listening ที่การตลาดวันละตอนคิดขึ้นมาเองจากประสบการณ์ทำ Data Research ให้กับหน่วยงาน องค์กร และบริษัทต่างๆ ไปจนถึงบทความที่เผยแพร่ในเว็บแห่งนี้ไม่น้อยกว่า 100 ชิ้นงาน และยังอยู่ในหนังสือการตลาดแบบฉลาดฟังเสียงลูกค้า Social Listening อีกด้วย ซึ่งทั้ง 8 ขั้นตอนการทำ Data Rerearch จาก Social Listening มีรายละเอียดดังนี้ครับ

1. Research Keywords เรื่องที่เราอยากรู้ คนพิมพ์ออกมาแบบไหน

เริ่มต้นที่ Step 1: Research Keywords เพราะ Social Listening ทำงานโดยดึงข้อมูลจากคำที่คนใช้จริงในการพูดถึงผลิตภัณฑ์บนโลกออนไลน์ ดังนั้นการเลือก Keyword Sets ที่เหมาะสมเป็นเรื่องสำคัญเพื่อให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำและตรงกับ Insight ที่เราต้องการ

สำหรับโปรเจค Data Research Insights สินค้าสมุนไพร เราสนใจพฤติกรรมการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยเฉพาะสินค้าประเภทแชมพู สบู่ เซรั่ม และน้ำมันสมุนไพร จึงใช้ชุดคำค้นหาแบบนี้ครับ

  • แชมพู+สมุนไพร และ สบู่+สมุนไพร – คำที่ใช้พูดถึงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีส่วนผสมจากสมุนไพรโดยตรง
  • เซรั่ม+สมุนไพร และ เซรั่ม+ธรรมชาติ – ครอบคลุมสินค้าบำรุงผิวและเส้นผมที่มีสมุนไพรเป็นส่วนประกอบ
  • ยาสระผมสมุนไพร – คำที่เจาะจงไปยังผลิตภัณฑ์สำหรับเส้นผมที่มีสมุนไพร
  • ชีววิถี และ ตรีผลา – ชื่อแบรนด์หรือส่วนผสมที่ได้รับความนิยมในตลาดสมุนไพร
  • น้ำมันมะพร้าว และ สูตรสมุนไพร – คำที่ใช้บ่อยในผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ

คำเหล่านี้จะช่วยให้เราดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้า, การรีวิวจากผู้ใช้, ความนิยมในสูตรสมุนไพร, และเทรนด์ตลาดสมุนไพร ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งดีกว่าการใช้คำกว้าง ๆ อย่าง “สินค้าออร์แกนิก” ที่อาจได้ข้อมูลที่ไม่เฉพาะเจาะจงพอครับ

เมื่อกำหนด Keyword Set ได้แล้วเราจะไปสู่ Step 2: Set Up Campaign เพื่อดึงข้อมูลจาก Social Media และแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้อง มาดูกันว่าคนพูดถึงสินค้าสมุนไพรแบบไหนบ้าง

2. Set Campaign for Collecting Data เซ็ตแคมเปญเก็บดาต้า

หลังจากได้ Keyword Set ที่ใช้ดึงข้อมูลมาแล้ว ขั้นตอนนี้คือการตั้งค่าเครื่องมือ Social Listening เพื่อตรวจสอบว่าผู้บริโภคพูดถึงสินค้าสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียอย่างไรบ้าง โดยกำหนดช่วงเวลาเก็บข้อมูลย้อนหลัง 12 เดือน (1 ก.ย. 2023 – 30 ส.ค. 2024)

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

และใช้แพลตฟอร์มหลักที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ Facebook, Instagram, X (Twitter), TikTok, YouTube จากการดึงข้อมูลทั้งหมด เราได้โพสต์ที่เกี่ยวข้อง 50,000 ข้อความ แต่ยังมีโพสต์ที่ไม่เกี่ยวข้องหลุดเข้ามา ทำให้ต้องเข้าสู่ Step 3: Data Cleansing เพื่อตัดโพสต์ที่ไม่เกี่ยวออกให้ได้ข้อมูลที่แม่นยำมากขึ้นครับ

3. Cleansing Data คัดข้อมูลที่ไม่เกี่ยวออกให้หมด

ไม่ใช่ทุกข้อความที่มี Keyword จะเกี่ยวข้องกับ Insight ที่เราต้องการครับ ดังนั้นเราจึงต้องมีขั้นตอน Cleaning Data เพื่อตัดข้อมูลที่ไม่ตรงกับโจทย์ออกไปครับ

ตัวอย่างข้อมูลที่ต้องลบออก

  • โพสต์ที่พูดถึง “ชีววิถี” แต่เป็นบริบทของชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง – ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สมุนไพรโดยตรง
  • โพสต์ที่ใช้คำว่า “สูตรสมุนไพร” แต่เกี่ยวกับอาหาร – เช่น สูตรอาหารสมุนไพรสำหรับทำกับข้าว ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพหรือความงาม
  • โพสต์ที่ใช้คำว่า “หมู่บ้าน” หรือ “ชาวบ้าน” ในเชิงโครงการพัฒนา – เช่น การพูดถึงโครงการสมุนไพรเพื่อเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งไม่เกี่ยวกับสินค้า

จากกระบวนการ Cleaning Data เราตัดข้อความที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปได้ 11,043 ข้อความ หรือคิดเป็น 22.09% จาก 50,000 ข้อความ ทำให้เหลือ 38,957 ข้อความ ที่สามารถนำไปวิเคราะห์ต่อได้ครับ

หากเราไม่กรองข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป อาจทำให้ Insight ที่ได้บิดเบือนและอาจทำให้การตัดสินใจทางการตลาดหรือทางธุรกิจผิดพลาดได้ ดังนั้นการ Cleaning Data จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้การวิเคราะห์มีคุณภาพและนำไปใช้ได้จริงครับ

4. Conversation Analysis วิเคราะห์ทิศทางความเห็น

หลังจากที่เรา Clean Data เรียบร้อยแล้วก็ถึงเวลาวิเคราะห์ว่าคนพูดถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรในทิศทางไหนบ้างครับ แล้วต่อไปเราจะไปที่ Step 5: Categorized Data – การจัดกลุ่มข้อมูล เพื่อให้เห็นภาพรวมของข้อมูลชัดขึ้น

5. Categorized Data จัดหมวดหมู่ดาต้าความเห็นให้เรียบร้อย

หลังจากที่เราทำ Conversation Analysis ขั้นตอนนี้คือการขั้นตอนนี้คือการติด Tag แต่ละโพสความเห็นให้เรียบร้อย จัดกลุ่มข้อมูล ให้เป็นหมวดหมู่ เพื่อง่ายต่อการวิเคราะห์

เมื่อติดแท็กดาต้าทั้งหมดจนเสร็จก็จะเข้าสู่ขั้นตอนที่ 6 Data Visualization

6. Data Visualization เปลี่ยนดาต้าให้เป็นภาพ

เมื่อเราทำดาต้าทั้งหมดจนเสร็จก็จะไปสู่ขั้นตอนการเปลี่ยนดาต้าให้เป็นภาพ หรือที่เรียกว่าการทำ Data Visualization นั่นเองครับ

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

เราจะเปลี่ยนดาต้าจากตัวเลข ข้อความ จำนวนมาก ๆ ที่ผ่านการจัดการเรียบร้อยแล้ว ให้กลายเป็น Pie Chart หรือ Column Chart เพื่อทำให้เราเข้าใจได้ง่ายว่าตกลงอะไรสำคัญกว่ากัน คนพูดถึงเรื่องไหนมากน้อยกว่ากัน

เมื่อถึงขั้นตอนนี้ก็จะเข้าสู่สองขั้นตอนสุดท้าย นั่นก็คือ 7 และ 8 ครับ

7. & 8. Insights Summary & Data Driven Decision สรุปประเด็นสำคัญ แล้วเลือกว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง

หลังจากเราผ่านทุกขั้นตอนของ Social Listening และวิเคราะห์ Data สินค้าสมุนไพร เราจะได้เห็น Insight สำคัญ ที่ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคมากขึ้น และสามารถนำไปใช้เพื่อวางกลยุทธ์การตลาดหรือพัฒนาสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาพรวมของ Data

เมื่อดูการกระจายของ Data หลังจาก Cleaning Data แล้ว จะเห็นได้ว่า Facebook เป็นแพลตฟอร์มที่มีการพูดถึงสินค้าสมุนไพร มากที่สุด (50.22%) รองลงมาคือ Instagram (24.36%), YouTube (11.84%), TikTok (8.45%), และ X (Twitter) (5.14%)

จากข้อมูลนี้เราสามารถเห็นแนวโน้มได้ว่า Facebook เป็นช่องทางหลักที่คนพูดถึงสินค้าสมุนไพรมากที่สุด เหมาะสำหรับการทำ Community Engagement และให้ข้อมูลเชิงลึก, Instagram เป็นแพลตฟอร์มที่เน้นเรื่องภาพลักษณ์และแบรนด์ ควรใช้สำหรับการโปรโมตผลิตภัณฑ์ผ่าน Influencer หรือทำคอนเทนต์ที่เน้นความสวยงามของสินค้า, YouTube เหมาะสำหรับการทำคอนเทนต์รีวิวสินค้าและ How-to ที่อธิบายประโยชน์ของผลิตภัณฑ์สมุนไพรได้อย่างละเอียด 

ในส่วนของ TikTok  แม้จะมีสัดส่วนไม่มากแต่เป็นแพลตฟอร์มที่มีโอกาสไวรัลสูงควรใช้ในการทำ Short-form Video ที่ให้ข้อมูลสนุก ๆ และเข้าถึงง่ายครับ, X (Twitter) เป็นพื้นที่ ๆ คนแชร์ความคิดเห็นและประสบการณ์การใช้ผลิตภัณฑ์ ซึ่งเหมาะสำหรับการติดตามกระแสและเทรนด์ของตลาดครับ

จากภาพรวมของข้อมูลชุดนี้ช่วยให้เรามองเห็นแนวทางสำหรับทำการตลาดสินค้าสมุนไพรได้ชัดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการ เลือกแพลตฟอร์มให้เหมาะกับประเภทของคอนเทนต์ หรือการเข้าใจว่าผู้บริโภคพูดถึงสินค้าสมุนไพรในบริบทไหนบ้าง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้ต่อยอดสำหรับ วางแผนกลยุทธ์แบรนด์ หรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคได้ครับ

Top Engagement Content ทำคอนเทนต์ยังไงให้ปัง

พามาดูกันดีกว่าครับว่าคอนเทนต์ที่มียอด Engagement สูงเป็นคอนเทนต์อะไร แบบไหน มีจุดเด่นอะไร

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

โพสต์จากเพจ Lamoon ละมุน บน Facebook ซึ่งแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับ แชมพูสมุนไพรปิดผมขาว โพสต์นี้ได้รับ Engagement สูงเนื่องจากเป็นสินค้าที่ตอบโจทย์ปัญหายอดนิยมของกลุ่มเป้าหมาย และมีคอนเทนต์รีวิวที่อธิบายวิธีใช้ได้อย่างชัดเจน ทำให้เกิดความสนใจและอยากลองใช้สินค้าครับ

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

โพสต์จาก Instagram ที่ใช้ศิลปินชื่อดังเป็น Presenter โพสต์นี้ได้รับ Engagement สูง เนื่องจากการใช้ กลยุทธ์ Influencer Marketing ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ และสามารถดึงดูดทั้งกลุ่มเป้าหมายที่สนใจสินค้าสมุนไพรและแฟนคลับของศิลปิน ทำให้เกิดกระแสพูดถึงอย่างรวดเร็วบน Instagram ครับ

โพสต์จาก TikTok ที่แชร์เกี่ยวกับแชมพูลดผมร่วง จุดเด่นของโพสต์นี้คือการรีวิวการใช้งานจริงผ่านวิดีโอที่แสดงให้เห็นว่าสินค้ามีประสิทธิภาพอย่างไร เช่น การทดลองใช้แล้วผมดูมีสุขภาพดีขึ้น สิ่งนี้ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและสร้างความอยากทดลองใช้ในกลุ่มเป้าหมายครับ

จากการวิเคราะห์พบว่าโพสต์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า สินค้าสมุนไพรสามารถทำตลาดผ่านช่องทาง Social Media ได้ดี หากใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสม เช่น การรีวิวสินค้า การใช้ Influencer และการนำเสนอแบบวิดีโอที่เข้าถึงง่ายครับ

Data Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

จากการจัดหมวดหมู่ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สมุนไพร สามารถแบ่งออกเป็น 9 หมวดหมู่หลักครับ

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

Portion 9 Categories

  • 1. Serum เซรั่มสมุนไพร 30.34%
  • 2. Soap สบู่สมุนไพร 18.87%
  • 3. Shampoo แชมพูสมุนไพร 17.01%
  • 4. Communication การสื่อสารของแบรนด์ 13.76%
  • 5. Coconut Oil น้ำมันมะพร้าว 8.72%
  • 6. Conditioner ครีมนวดสมุนไพร 5.85%
  • 7. Lipstick ลิปสติกสมุนไพร 2.47%
  • 8. Tri Phala ตรีผลา  1.78%
  • 9. Hair Tonic โทนิคบำรุงผม 1.12%

จากการวิเคราะห์ Social Data สามารถแบ่งออกเป็นสองมิติหลัก ได้แก่ By Mention จำนวนการพูดถึง และ By Engagement การมีส่วนร่วม เช่น ไลค์ แชร์ คอมเมนต์ ซึ่งช่วยให้เห็นแนวโน้มว่าสินค้ากลุ่มใดได้รับความสนใจมากที่สุดและมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมของผู้บริโภค

ในแง่ของ By Mention ผลิตภัณฑ์ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือ Serum 30.34% ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเซรั่มที่ช่วยลดริ้วรอย ปรับสมดุลสีผิว หรือเพิ่มความชุ่มชื้น รองลงมาคือ Soap 18.87% ซึ่งเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ที่ต้องการสบู่สมุนไพรเพื่อช่วยลดสิว จุดด่างดำ และทำให้ผิวกระจ่างใส 

ขณะที่ Shampoo 17.01% ก็ได้รับความสนใจสูง โดยเฉพาะจากกลุ่มที่ต้องการลดปัญหาผมร่วง ขจัดรังแค และทำให้ผมแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ Communication 13.76% ซึ่งเป็นหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการโฆษณาของแบรนด์ต่าง ๆ เช่น การรับรองมาตรฐานความปลอดภัย และประสบการณ์ของผู้บริโภค ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการพูดถึงผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้มากขึ้นคับ Categories ที่เหลือ อย่าง Coconut Oil 8.72%, Conditioner 5.95%, Lipstick 2.47%, Triphala 1.78% และ Hair Tonic 1.12% มีการพูดถึงในระดับรองลงมาครับ

ในทางกลับกัน By Engagement แสดงให้เห็นว่า Communication 28.83% มีอิทธิพลสูงสุดต่อการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค ซึ่งหมายความว่าคนให้ความสนใจและมีปฏิสัมพันธ์กับโพสต์ที่พูดถึงการเน้นประโยชน์และคุณสมบัติของแบรนด์ เช่น รีวิวจากผู้ใช้จริง ความน่าเชื่อถือของแบรนด์ และประสบการณ์จากผู้บริโภค มากกว่าการพูดถึงผลิตภัณฑ์โดยตรงครับ 

รองลงมาคือ Serum 25.27% ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีการแชร์และคอมเมนต์มาก เนื่องจากผู้บริโภคมักให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจน ขณะที่ Shampoo 14.20% และ Soap 13.88% ก็ได้รับ Engagement ค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีการทดลองใช้จริงและรีวิวผ่านโซเชียลมีเดียบ่อยครั้ง ครับ

ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าแม้ผลิตภัณฑ์บางประเภทจะถูกพูดถึงมาก แต่หากไม่มีการสร้าง Content ที่ช่วยเพิ่มการมีส่วนร่วมจากผู้บริโภค ก็อาจไม่สามารถกระตุ้นยอดขายหรือความสนใจได้ในระดับที่ต้องการครับ ในทางกลับกันหมวดหมู่ที่ได้รับ Engagement สูง เช่น Communication ที่เน้นการสื่อสารเรื่องความปลอดภัย และการให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ชัดเจน ซึ่งแบรนด์สามารถนำไปใช้ในการพัฒนา Content Marketing และกลยุทธ์ทางการตลาดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ

ต่อไปพามาดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์สมุนไพรกันเลยครับว่ามีการพูดถึงยังไงกันบ้าง

Data Insight 1: Serum เซรั่มสมุนไพร

ลำดับสัดส่วนการ Mention คุณสมบัติของเซรั่มสมุนไพรที่ได้รับความนิยม

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

– ลดสิว 30.40%
– ขาวกระจ่างใส 22.22%
– ผิวชุ่มชื้น 17.81%
– ลดริ้วรอย 9.23%
– กระชับรูขุมขน 8.49%
– ต้านอนุมูลอิสระ 4.30%
– ผิวอิ่มน้ำ 4.28%
– ปรับสมดุลสีผิว 1.50%
– บำรุงใต้ตา 1.19%
– ผิวดูเด็ก 0.58%

ทีนี้เรามาไล่ดู Insight ของ Top 3 การใช้งานเซรั่มภัณฑ์สมุนไพรแต่ละชนิดดีกว่าครับ

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

เซรั่มลดสิวเป็นหัวข้อที่ได้รับการพูดถึงสูงสุด 30.40% สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการลดสิว ควบคุมความมัน และฟื้นฟูผิว จากผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมชาติ ซึ่งแบรนด์ต่าง ๆ ก็มีการใช้กลยุทธ์การตลาดที่หลากหลาย เช่น การรีวิวจาก Influencer, การเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์, การโฆษณาผ่านคนดัง และการตลาดแบบ Affiliate ซึ่งช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและกระตุ้นความสนใจครับ

จากการวิเคราะห์พบว่ารีวิวจากผู้ใช้จริง โดยเฉพาะโพสต์ Before-After ค่อนข้างมีอิทธิพลสูงต่อการตัดสินใจซื้อครับ นอกจากนี้การจ้างรีวิว และการให้ทดลองใช้สินค้ายังช่วยเพิ่มความไว้วางใจและกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

เซรั่มเพื่อผิวกระจ่างใสได้รับการพูดถึงมากเป็นอันดับสอง 22.22% แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ การลดจุดด่างดำ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และทำให้ผิวดูขาวขึ้น แบรนด์ต่าง ๆ มักใช้กลยุทธ์ รีวิวจากผู้ใช้จริง, การเปรียบเทียบ Before-After และการโฆษณาที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือครับ

จากการวิเคราะห์ Engagement พบว่า Affiliate Marketing ผ่าน Influencer และคอนเทนต์เปรียบเทียบเซรั่มแต่ละตัวค่อนข้างจะมีเยอะ นอกจากนี้โฆษณาที่ใช้แนวคิด “ผิวกระจ่างใสจากธรรมชาติ” และการรีวิวสินค้าที่เหมาะกับผิวแพ้ง่าย ก็ได้รับความสนใจสูงครับ

เซรั่มเพื่อผิวชุ่มชื้นได้รับการพูดถึงมากเป็นอันดับสาม 17.81% สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ การเติมน้ำให้ผิว ป้องกันผิวแห้ง และช่วยให้ผิวดูฉ่ำวาวสุขภาพดี โดยเฉพาะกลุ่มที่มีปัญหาผิวแห้งหรือขาดน้ำ จุดเด่นของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้คือการใช้สารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ เช่น ใบบัวบก ว่านหางจระเข้ และน้ำมันธรรมชาติ ที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและฟื้นฟูผิว จากการวิเคราะห์พบว่า รีวิวจากลูกค้าเกี่ยวกับความสามารถในการเติมน้ำให้ผิว และการใช้ Influencer รีวิวเซรั่มสำหรับผิวแห้ง ได้รับผลตอบรับที่ดีครับ นอกจากนี้แบรนด์ต่าง ๆ ยังใช้กลยุทธ์โฆษณาเน้นสูตรพัฒนาเฉพาะสำหรับผิวคนไทย และการทำ Before-After รีวิวเพื่อแสดงผลลัพธ์ที่ชัดเจนครับ

นอกจากนี้คอนเทนต์ที่เน้นผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยสำหรับผิวแพ้ง่าย หรือเหมาะสำหรับคุณแม่ ก็ได้รับความนิยมสูงซึ่งช่วยขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นครับ

Data Insight 2 : Soap สบู่สมุนไพร

  • ลดสิว 40.95%
  • ลดจุดด่างดำ 30.39%
  • ผิวกระจ่างใส 26.40%
  • ลดกลิ่นกาย 2.26%

ทีนี้เรามาไล่ดู Insight ของ Top 3 ของสบู่สมุนไพรกันครับ

สบู่ลดสิวได้รับการพูดถึงมากที่สุด 40.95% แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการลดสิวบนผิวหน้าและแผ่นหลัง แบรนด์ต่าง ๆ มักใช้กลยุทธ์ รีวิวจากผู้ใช้จริง, Before-After, และการโฆษณาที่เน้นส่วนผสมสมุนไพร เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือครับ จากการวิเคราะห์คอนเทนต์ที่มี Engagement สูง พบว่า Affiliate Marketing ผ่าน Influencer และการนำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับคนแพ้ง่าย ได้รับผลตอบรับที่ดีครับ นอกจากนี้การรีวิวสบู่รักษาสิวเฉพาะจุด เช่น สบู่สำหรับสิวผิวหน้า สิวแผ่นหลัง หรือสูตรเฉพาะของแต่ละแบรนด์ ก็ได้รับความสนใจสูงสร้างการรับรู้และกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

สบู่ลดจุดด่างดำได้รับการพูดถึงเป็นอันดับสอง 30.39% แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ การลดรอยดำ ฝ้า กระ และปรับสีผิวให้สม่ำเสมอจากการใช้สบู่ โดยมีทั้งกลยุทธ์ รีวิวจากผู้ใช้จริง, การนำเสนอสบู่สมุนไพรที่ช่วยลดรอยดำ และการตลาดผ่านคอนเทนต์ Before-After เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ คอนเทนต์ที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น มะนาว บัวบก หรือถ่านไม้ไผ่ ค่อนข้างได้รับความสนใจสูง นอกจากนี้คอนเทต์การเปิดตัวแทนจำหน่ายและการรีวิวสบู่ที่ช่วยลดฝ้าและรอยดำเฉพาะจุด ก็ได้รับผลตอบรับที่ดีเช่นเดียวกันครับ

สบู่เพื่อผิวกระจ่างใสได้รับการพูดถึงเป็นอันดับสาม 26.40% แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการทำให้ผิวดูกระจ่างใส เรียบเนียน และมีออร่า แบรนด์ต่าง ๆ มีการใช้กลยุทธ์ที่เน้นการสื่อสารส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น วิตามิน C ผลไม้ หรือสมุนไพรไทย และ การโฆษณาสบู่ที่ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย นอกจากนี้รีวิวจากผู้ใช้จริงเกี่ยวกับสบู่ที่ช่วยให้ผิวกระจ่างใส และคอนเทนต์ที่เน้น Before-After ก็ได้รับความสนใจสูงครับ

Data Insight 3 : Shampoo แชมพูสมุนไพร 

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร
  • แก้ปัญหาผมร่วง 32.24%
  • ช่วยให้ผมนุ่มลื่น 15.90%
  • แก้ปัญหาผมแห้งเสีย 12.93%
  • ลดปัญหาผมบาง 9.76%
  • ผมแข็งแรง 9.60%
  • ขจัดรังแค 8.82%
  • ลดความมัน 4.63%
  • ช่วยให้ผมดก 3.86%
  • ผมดำ 1.42%
  • เพิ่มจำนวนเส้นผม 0.81%
  • ทำให้ผมอ่อนเยาว์ 0.04%

ต่อไปเรามาไล่ดู Insight ของ Top 3 ของแชมพูสมุนไพรกันครับ

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

แชมพูแก้ผมร่วงเป็นหมวดหมู่ที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุด 32.24% แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาผมร่วงและการฟื้นฟูหนังศีรษะเป็นหลักครับ ความต้องการส่วนใหญ่มาจากกลุ่มที่เผชิญปัญหาผมบางจากฮอร์โมน ความเครียด หรือการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เช่น คุณแม่หลังคลอด ซึ่งเป็นกลุ่มที่มักแสดงความกังวลและมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพอย่างเร่งด่วน แบรนด์ต่าง ๆ มักใช้กลยุทธ์รีวิวจากลูกค้าจริง การให้ความรู้เกี่ยวกับส่วนผสมสำคัญ เช่น Biotin, Caffeine หรือสารสกัดธรรมชาติ และแนะนำให้ใช้คู่กับ Hair Tonic หรือเซรั่มบำรุง

คอนเทนต์ที่เจาะจงกลุ่มเป้าหมายชัดเจนได้รับ Engagement สูง เช่น วิดีโอรีวิวจากผู้ใช้ที่มีปัญหาผมบางจริง หรือคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผม นอกจากนี้การใช้ Influencer และการตลาดแบบ Affiliate ช่วยให้แบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคได้แม่นยำขึ้น ทำให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักและสามารถกระตุ้นยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

แชมพูที่ช่วยให้ผมเงางามได้รับการพูดถึง 15.90% ซึ่งสะท้อนว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการบำรุงเส้นผมให้ดูสุขภาพดี มีน้ำหนัก และเงางามเป็นธรรมชาติ แบรนด์ต่าง ๆ ใช้กลยุทธ์การสื่อสารที่เน้นคุณสมบัติช่วยให้ผมดกดำเงางาม ควบคู่ไปกับส่วนผสมจากสมุนไพรครับ เช่น โสมเกาหลี หรือสารสกัดจากธรรมชาติ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและปลอดภัย อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่นิยมคือการทำตลาดแบบ All-in-One Shampoo ที่รวมคุณสมบัติหลายอย่างในขวดเดียว เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการดูแลเส้นผมแบบครบวงจร

คอนเทนต์ประเภทรีวิวผลิตภัณฑ์และการตลาดแบบ Affiliate ให้ผลตอบรับที่ดี โดยเฉพาะวิดีโอเปรียบเทียบก่อน-หลังใช้ผลิตภัณฑ์ที่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน นอกจากนี้โฆษณาที่เน้นความอ่อนโยนต่อหนังศีรษะ เช่น “ใช้แล้วไม่แพ้” หรือ “ฟื้นฟูผมแห้งเสีย” ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มเป้าหมายที่มีผมแห้งเสียจากการทำสีหรือความร้อนได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ

แชมพูสำหรับผมแห้งเสียได้รับการพูดถึง 12.93% ซึ่งสะท้อนว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเส้นผมที่ถูกทำร้ายจากความร้อน การทำสี และมลภาวะ ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้มักได้รับความสนใจจากกลุ่มที่ต้องการดูแลเส้นผมอย่างเร่งด่วนและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน แบรนด์ต่าง ๆ ใช้กลยุทธ์การเน้นส่วนผสมที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น เช่น ว่านหางจระเข้ น้ำมันธรรมชาติ และสมุนไพรเกาหลี พร้อมนำเสนอแชมพูที่มีครีมนวดในตัว เพื่อลดขั้นตอนการดูแลผมให้ง่ายขึ้น เหมาะกับไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบครับ

ในแง่ของการตลาด Affiliate Marketing และรีวิวจากลูกค้าจริง มีบทบาทสำคัญมากในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ คอนเทนต์ที่ได้รับ Engagement สูงมักเป็นวิดีโอ Before-After ที่โชว์การเปลี่ยนแปลงของเส้นผมอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้โฆษณาที่ให้ข้อมูลเชิงลึก เช่น เกี่ยวกับค่า pH ที่เหมาะกับผมแห้งเสีย หรือคุณสมบัติในการฟื้นฟูเส้นผมจากการทำสี ก็ช่วยให้ผู้บริโภครู้สึกมั่นใจและตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น มากไปกว่านั้น การใช้ Key Message ที่สื่อถึง “คืนชีพให้เส้นผมในขวดเดียว” หรือ “ล็อกความชุ่มชื้นยาวนาน” ช่วยกระตุ้นความสนใจและทำให้แบรนด์โดดเด่นขึ้นท่ามกลางการแข่งขันในตลาดครับ

Data Insight 4 : Coconut Oil น้ำมันมะพร้าว 

  • ใช้กิน 78.20%
  • ใช้หมัก และทา 21.80%

พามาเจาะลึกแต่ละอันกันดีกว่าครับ

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

น้ำมันมะพร้าวได้รับการพูดถึง 78.20% ในบริบทของการบริโภคเพื่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการลดไขมันในเลือด การช่วยย่อยอาหาร และการใช้เป็นตัวช่วยในการลดน้ำหนัก อีกทั้งยังถูกนำเสนอในรูปแบบ “3 in 1” ที่สามารถใช้กิน หมัก และทาผิวได้ ทำให้ผลิตภัณฑ์ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคที่ต้องการตัวช่วยเพื่อสุขภาพ เนื้อหาที่เน้นคุณสมบัติด้านสุขภาพ เช่น การลดคอเลสเตอรอล การช่วยบำรุงสมองสำหรับผู้สูงวัย และการช่วยให้หลับสบาย ได้รับความนิยมค่อนข้างสูง นอกจากนี้โฆษณาที่ใช้ผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพ หรือ Influencer รีวิวการใช้งานจริง ยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์มากขึ้นครับ

การใช้หมักและทาเป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่ได้รับความนิยมของน้ำมันมะพร้าว โดยเฉพาะในเรื่องการดูแลเส้นผมและผิวพรรณ แบรนด์ต่าง ๆ นำเสนอคุณสมบัติของน้ำมันมะพร้าวผ่านการตลาด เช่น ครีมบำรุงมือ, หมักผมลดผมเสีย, และการใช้นวดสปาเพื่อผ่อนคลาย เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสูตรหมักผม DIY, การบำรุงผมให้เงางาม และการใช้ครีมน้ำมันมะพร้าวเพื่อบำรุงผิว มักจะได้รับความสนใจสูง นอกจากนี้การใช้ Influencer รีวิวผลิตภัณฑ์หมักผม และ การโฆษณาว่าผลิตภัณฑ์ช่วยให้ผมยาวเร็วขึ้น ก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ได้รับผลตอบรับที่ดีเช่นเดียวกันครับ

Data Insight 5 : Conditioner ครีมนวดสมุนไพร

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร
  • แก้ปัญหาผมร่วง 36.97%
  • ช่วยให้ผมเงางาม 32.61%
  • แก้ปัญหาผมแห้งเสีย 17.57%
  • ลดปัญหาผมบาง 9.70%
  • เพิ่มจำนวนเส้นผม 2.40%
  • ผมดำ 0.75%

ทีนี้เรามาไล่ดู Insight ของ Top 3 Mention คุณสมบัติของครีมนวดสมุนไพรที่ได้รับความนิยมสูงสุดกันดีกว่าครับ

แชมพูแก้ผมร่วงเป็นหมวดหมู่ที่ถูกพูดถึงมากที่สุด คิดเป็น 36.97% ของทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าปัญหานี้เป็น Pain Point สำคัญของผู้บริโภคครับ โดยเฉพาะในกลุ่มคุณแม่หลังคลอดและผู้ชายที่มีแนวโน้มผมบาง ทำให้แบรนด์ต้องแข่งขันกันนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ได้จริง

จากการวิเคราะห์ Engagement คอนเทนต์ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับสาเหตุของผมร่วงและวิธีแก้ไขได้รับความสนใจสูง เช่นเดียวกับการรีวิวจาก Influencer ที่ช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจในผลิตภัณฑ์มากขึ้น อีกกลยุทธ์ที่ได้ผลคือการโปรโมตแชมพูแบบ Set คู่ แชมพู+ครีมนวด ซึ่งช่วยเสริมประสิทธิภาพการดูแลเส้นผม นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์ 2-in-1 ที่มีส่วนผสมจากสมุนไพร เช่น กระหรูดและใบบัวบก ก็เป็นที่นิยมในกลุ่มที่มองหาทางเลือกจากธรรมชาติ ทำให้แบรนด์ที่ใช้แนวทางนี้สามารถสร้างความแตกต่างและดึงดูดลูกค้าได้มากขึ้นครับ

แชมพูที่ช่วยให้ผมเงางามเป็นหมวดหมู่ที่ถูกพูดถึงมากเป็นอันดับสอง คิดเป็น 32.61% ของทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพเส้นผม ความชุ่มชื้น และความเงางามเป็นพิเศษ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีปัญหาผมแห้งเสียจากการทำสีหรือใช้ความร้อนบ่อย ๆ ครับ

การขายเป็น Set คู่ แชมพู+ครีมนวด ได้รับความสนใจสูง เพราะช่วยให้ผู้บริโภครู้สึกว่าดูแลผมได้ครบจบในเซ็ตเดียว นอกจากนี้แบรนด์ที่นำเสนอแชมพูแบบ All-in-One ที่สามารถทำความสะอาดและบำรุงไปพร้อมกัน ก็ได้รับการตอบรับดีจากกลุ่มที่ต้องการความสะดวก คอนเทนต์ที่อธิบาย Step การฟื้นฟูผมแห้งเสีย ตั้งแต่การเลือกแชมพูไปจนถึงการบำรุงเสริมก็ช่วยดึงดูดความสนใจได้ดี รวมถึงสูตรกู้ผมพังที่เน้นการแก้ปัญหาเฉพาะจุด และรีวิวจากผู้ใช้จริงที่แสดงให้เห็นผลลัพธ์ชัดเจน ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

แชมพูแก้ปัญหาผมแห้งเสียเป็นหมวดหมู่ที่ได้รับการพูดถึงเป็นอันดับสาม คิดเป็น 17.57% ของทั้งหมด สะท้อนว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการบำรุงผมให้ชุ่มชื้น ลดอาการแห้งกรอบ และฟื้นฟูเส้นผมที่เสียจากสารเคมีหรือความร้อน โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำสีผมบ่อย ใช้เครื่องหนีบผม หรือเผชิญกับปัญหาผมเสียสะสมครับ จากการวิเคราะห์ Engagement พบว่าการขายเป็นเซ็ต (แชมพู+ครีมนวด+โทนิค) ได้รับความนิยมสูง เพราะช่วยให้ผู้บริโภครู้สึกว่าดูแลผมได้ครบวงจร นอกจากนี้คอนเทนต์ให้ความรู้เรื่องสมุนไพรที่ช่วยฟื้นฟูเส้นผม เช่น อัญชัน และโสมเกาหลีก็ได้รับความสนใจเพราะผู้บริโภคให้ความสำคัญกับส่วนผสมที่ปลอดภัยและเห็นผลจริงครับ

Data Insight 6: Lipstick ลิปสติกสมุนไพร 

  • ปากอวบอิ่ม 49.29%
  • ชุ่มชื้น 35.82%
  • แก้ปากคล้ำ 14.90%

มาไล่ดู Insight ของ Top 3 ของลิปสติกสมุนไพรกันครับ

ลิปเซรั่มที่ช่วยให้ปากอวบอิ่มและดูชมพูสุขภาพดีเป็นหมวดหมู่ที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุด คิดเป็น 49.29% ของทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความอิ่มฟูของริมฝีปาก รวมถึง Plump Lip Effect ที่ช่วยให้ปากดูมีวอลลุ่มและสดใสขึ้น ความต้องการนี้พบได้ในกลุ่มที่ต้องการริมฝีปากดูอวบอิ่มแบบธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งฟิลเลอร์หรือเครื่องสำอางที่ให้สีฉูดฉาด

การใช้ Influencer รีวิวผลิตภัณฑ์และ Affiliate Marketing เป็นกลยุทธ์ที่ได้รับผลตอบรับดี เพราะช่วยให้ผู้บริโภคเห็นผลลัพธ์จากการใช้งานจริง นอกจากนี้คอนเทนต์เปรียบเทียบ Before-After ที่แสดงให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน รวมถึงการนำเสนอส่วนผสมที่ช่วยบำรุงริมฝีปาก เช่น คอลลาเจน ไฮยาลูรอน และเปปไทด์ ก็เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและกระตุ้นให้เกิดการซื้อครับ

อีกหมวดหมู่ที่ได้รับความสนใจสูงคือ ลิปเซรั่มที่เน้นความชุ่มชื้น คิดเป็น 35.82% ของทั้งหมด ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการป้องกันริมฝีปากแห้ง แตก และลอก โดยเฉพาะในผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น น้ำมันอาร์แกน เชียบัตเตอร์ และไฮยาลูรอน ซึ่งช่วยฟื้นฟูริมฝีปากให้เนียนนุ่มครับ แบรนด์ต่าง ๆ ใช้กลยุทธ์รีวิวจากผู้ใช้จริงและ Influencer เพื่อแสดงผลลัพธ์หลังใช้ พร้อมเน้นฟีเจอร์ “มีสารกันแดดในตัว” ที่ช่วยปกป้องริมฝีปากจากรังสียูวี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่ได้รับการพูดถึงสูงในกลุ่มผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลริมฝีปากแบบครบวงจร

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

ลิปเซรั่มที่ช่วยลดปัญหาริมฝีปากคล้ำเป็นอีกหนึ่งหมวดหมู่ที่ได้รับการพูดถึง คิดเป็น 14.90% ของทั้งหมด สะท้อนว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการปรับสีปากให้ดูสม่ำเสมอและสุขภาพดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีปัญหาปากคล้ำจากแสงแดด การสูบบุหรี่ หรือพฤติกรรมการใช้ลิปสติกที่มีสารเคมีสะสมครับ

กลยุทธ์ที่แบรนด์ใช้ในการทำตลาดคือการเน้นคุณสมบัติของส่วนผสมที่ช่วยฟื้นฟูและปรับสีริมฝีปาก เช่น น้ำผึ้ง วิตามิน C และสารสกัดจากธรรมชาติที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน นอกจากนี้รีวิวจาก Influencer ที่แสดงผลลัพธ์หลังใช้งานจริงก็ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและกระตุ้นความสนใจได้ดี อีกจุดขายสำคัญที่ได้รับความสนใจคือการที่มีคุณสมบัติกันแดดในตัว ซึ่งช่วยปกป้องริมฝีปากจากรังสี UV ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการทั้งการบำรุงและการปกป้องในผลิตภัณฑ์เดียว

Data Insight 7 : Tri Phala ตรีผลา

  • ดีท็อกซ์ 62.81%
  • ลดน้ำหนัก 35.91%
  • ขับมลพิษจาก PM 2.5 1.29%

มาไล่ดู Insight แต่ละอันของตรีผลากันครับ

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

ตรีผลาที่ใช้เพื่อดีท็อกซ์เป็นหมวดหมู่ที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุด คิดเป็น 62.81% ของทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสนใจอย่างมากกับคุณสมบัติในการดีท็อกซ์ลำไส้และแก้ปัญหาท้องผูก ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายคนเผชิญในชีวิตประจำวันครับ แบรนด์ต่าง ๆ นิยมใช้ตรีผลาเป็นส่วนผสมหลักในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ว่าจะเป็นแบบผงชงน้ำ เม็ด หรือแคปซูล เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมการบริโภคที่แตกต่างกัน

คอนเทนต์ที่เน้นผลลัพธ์หลังใช้ เช่น การช่วยล้างสารพิษออกจากร่างกายหรือช่วยลดอาการบวมน้ำ ได้รับความสนใจสูง เนื่องจากผู้บริโภคต้องการเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้ นอกจากนี้แบรนด์ยังใช้กลยุทธ์การตลาดผ่านรีวิวจากผู้ใช้จริง ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ รวมถึงการสื่อสารเรื่องการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่สอดคล้องกับแนวโน้ม Wellness ทำให้ผลิตภัณฑ์ตรีผลายังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพจากภายในครับ

ตรีผลาที่เน้นลดน้ำหนักเป็นหมวดหมู่ที่ได้รับการพูดถึงเป็นอันดับสอง 35.91% ครับ ซึ่งจุดเด่นของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้คือการช่วยควบคุมน้ำหนักอย่างปลอดภัยผ่านกระบวนการดีท็อกซ์และการกระตุ้นระบบเผาผลาญ ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มองหาทางเลือกจากสมุนไพรแทนการใช้ยาลดน้ำหนักครับ

ส่วนใหญ่คอนเทนต์ที่ได้รับความสนใจสูง มักเป็นการรีวิวผลลัพธ์หลังใช้ เช่น “พุงยุบใน 2 สัปดาห์” หรือ “อันดับ 1 สมุนไพรคุมน้ำหนัก” ที่ช่วยดึงดูดความสนใจและสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อมากขึ้น นอกจากนี้แบรนด์ยังใช้กลยุทธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรที่ช่วยลดน้ำหนัก เช่น สรรพคุณของตรีผลาในการขจัดสารพิษและปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร พร้อมกับการโฆษณาว่าผลิตภัณฑ์เป็นออร์แกนิก ไม่มีสารอันตราย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและสุขภาพโดยรวม ทำให้ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ยังคงเป็นที่นิยมในตลาดสุขภาพและการลดน้ำหนักอย่างต่อเนื่องครับ

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

ตรีผลาใช้ในการช่วยขับมลพิษจาก PM 2.5 ได้รับการพูดถึงในสัดส่วน 1.29% ของทั้งหมด แม้ว่าจะเป็นหมวดหมู่ที่มีการกล่าวถึงไม่มาก แต่ก็สะท้อนถึงความสนใจของผู้บริโภคที่ต้องการทางเลือกจากธรรมชาติในการดูแลสุขภาพทางเดินหายใจครับ โดยเฉพาะในช่วงที่มลภาวะทางอากาศสูงและปัญหาฝุ่น PM 2.5 กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง

คอนเทนต์ที่ได้รับความสนใจสูงมักเกี่ยวข้องกับการให้ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรที่ช่วยบรรเทาอาการแพ้ฝุ่น PM 2.5 ซึ่งกล่าวถึงคุณสมบัติช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย หรือสมุนไพรทางเลือกอย่างฟ้าทะลายโจรและขมิ้นชันที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและลดอาการอักเสบของระบบทางเดินหายใจครับ นอกจากนี้แบรนด์ยังใช้กลยุทธ์โปรโมตผลิตภัณฑ์ชงดื่มที่ช่วยล้างพิษในร่างกาย ซึ่งช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคที่มองหาวิธีดูแลสุขภาพแบบองค์รวมโดยไม่ต้องพึ่งยา ทำให้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้เริ่มเป็นที่สนใจมากขึ้นในตลาดสุขภาพและการดูแลร่างกายจากมลภาวะครับ

Data Insight 8 : Hair Tonic โทนิคบำรุงผม

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร
  • ผมแข็งแรง 44.51%
  • แก้ไขปัญหาผมร่วง 39.68%
  • ผมดำ 15.81%

มาไล่ดู Insight กันครับ

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

Hair Tonic ถูกกล่าวถึงในบริบทที่ช่วยให้ผมแข็งแรงเป็นหมวดหมู่ที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุด คิดเป็น 44.51% ของทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการดูแลเส้นผม ลดปัญหาผมขาดหลุดร่วง และกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีปัญหาผมบางหรือเส้นผมอ่อนแอ

Hair Tonic ถูกใช้เป็นตัวช่วยเสริมในระบบการดูแลเส้นผม แบรนด์ต่าง ๆ จึงใช้กลยุทธ์แนะนำให้ผู้บริโภคใช้ควบคู่กับแชมพูและครีมนวด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงลึกถึงรากผม นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ เช่น น้ำมันมะพร้าว ว่านหางจระเข้ และอัญชัน ก็ได้รับความนิยมสูง เพราะตอบโจทย์กลุ่มที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและปลอดภัยต่อหนังศีรษะครับ

การรีวิวผลลัพธ์ก่อน-หลัง เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและกระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้การทำโฆษณาที่เน้นการกระตุ้นผมงอกใหม่ และการใช้สารบำรุงเข้มข้น 20X ก็เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่กำลังมาแรง ซึ่งช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างความแตกต่างและแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

Hair Tonic ถูกกล่าวถึงอย่างมากในบริบทของการแก้ปัญหาผมร่วง โดยเป็นหมวดหมู่ที่ได้รับการพูดถึงเป็นอันดับสอง คิดเป็น 39.68% ของทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูหนังศีรษะ ลดอาการหลุดร่วงของเส้นผม และกระตุ้นให้เกิดเส้นผมใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีปัญหาผมบางหรือผมร่วงจากกรรมพันธุ์ครับ

กลยุทธ์ทางการตลาดที่แบรนด์นิยมใช้คือการเน้นความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ เช่น การรับรองจากมหาวิทยาลัย การทดสอบทางคลินิก หรือการมีเลขที่จดแจ้งถูกต้อง ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค นอกจากนี้แบรนด์ยังใช้การสื่อสารที่เน้นถึงคุณสมบัติของ Hair Tonic ในการคืนชีพรากผมและการฟื้นฟูเส้นผมอย่างล้ำลึกครับ กลยุทธ์โปรโมชั่น 1 แถม 1 ที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อและเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ครับ

นอกจากนี้คอนเทนต์รีวิวจากผู้ใช้จริงที่มีภาพ Before-After เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคสนใจ เนื่องจากช่วยให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนและสร้างความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ คอนเทนต์ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับส่วนผสมสำคัญที่ช่วยบำรุงรากผม เช่น ไบโอติน คาเฟอีน หรือสารสกัดสมุนไพร ก็ได้รับความสนใจสูง เพราะตอบโจทย์กลุ่มที่ต้องการดูแลเส้นผมด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติและปลอดภัยต่อหนังศีรษะครับ

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

Hair Tonic ถูกกล่าวถึงในบริบทของการดูแลเส้นผมให้มีสีเข้มขึ้น คิดเป็น 15.81% ของทั้งหมด อาจเป็นเพราะว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการลดผมหงอกและช่วยให้เส้นผมแข็งแรงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีปัญหาผมหงอกก่อนวัยหรือเริ่มมีผมบางและต้องการตัวช่วยที่ปลอดภัยแทนการย้อมผมครับ

กลยุทธ์ทางการตลาดที่ได้รับความนิยมคือการขายเป็นเซ็ตควบคู่กันระหว่างแชมพูและแฮร์โทนิค ซึ่งช่วยให้การดูแลเส้นผมครบวงจรและเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้แบรนด์ต่าง ๆ ยังใช้คอนเทนต์ Before-After เพื่อแสดงผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์ทำให้ผู้บริโภคเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนและกระตุ้นความสนใจได้ดี อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมคือโปรโมชั่นพิเศษ เช่น ซื้อ 1 แถม 1 หรือส่วนลดเมื่อซื้อเป็นชุด ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการขายและดึงดูดลูกค้าให้ทดลองใช้มากขึ้นครับ

ในด้านคอนเทนต์ที่ได้รับ Engagement สูง มักเป็นรีวิวจากผู้ใช้จริงที่เคยมีปัญหาผมหงอกหรือผมบางแล้วกลับมามีผมดำเงางามอีกครั้ง ซึ่งช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้ผู้บริโภคมั่นใจในประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มที่ต้องการทางเลือกจากสมุนไพรและหลีกเลี่ยงสารเคมีจากการทำสีผมครับ

Data Insight 9 : Communication การสื่อสารของแบรนด์

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร
  • ไม่เป็นอันตราย 48.40%
  • เห็นผลจริง 23.01%
  • มี อย. รับรอง 12.65%
  • สำหรับผิวแพ้ง่าย 7.48%
  • ไม่มีสารกันเสีย 3.15%
  • รีวิวจากผู้ใช้จริง 2.92%
  • ไม่มีแอลกอฮอล์ 2.39%

ทีนี้เรามาไล่ดูประเด็น Communication Top 3 ของผลิตภัณฑ์สมุนไพรดีกว่าครับ

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นอันตรายได้รับการพูดถึงมากถึง 48.40% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะในกลุ่มคุณแม่หลังคลอดและเด็กเล็ก ที่ต้องการเซรั่มหรือแชมพูที่อ่อนโยนและไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตรายครับ กลยุทธ์ที่แบรนด์มักใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ได้แก่ การเน้นจุดขายว่าปลอดภัยต่อแม่และเด็ก, ไม่มีสารกันเสียหรือแอลกอฮอล์, และ ได้รับการรับรองจาก อย. แบรนด์บางรายยังเลือกใช้การรีวิวจากผู้ใช้จริง โดยเฉพาะกลุ่มคุณแม่ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายรู้สึกมั่นใจและกล้าซื้อผลิตภัณฑ์มากขึ้น

อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ได้รับความสนใจคือ การตลาดแบบปราศจากสารเคมี ซึ่งช่วยดึงดูดผู้บริโภคที่ต้องการหลีกเลี่ยงสารอันตราย และมองหาผลิตภัณฑ์ที่มาจากธรรมชาติ 100% การที่แบรนด์สามารถสร้างจุดเด่นด้านความปลอดภัยและใช้คอนเทนต์ที่เข้าถึงกลุ่มครอบครัวได้ดี จะช่วยเพิ่มยอดขายและสร้าง Brand Trust ได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

ประเด็นที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนเห็นผลจริงได้รับการพูดถึง 23.01% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการเห็นผลจริงและระยะเวลาในการเห็นผล โดยแบรนด์ต่าง ๆ ใช้กลยุทธ์ที่ช่วยเสริมความมั่นใจให้กับกลุ่มเป้าหมาย เช่น Before-After Transformation ที่โชว์ภาพเปรียบเทียบก่อนและหลังใช้ผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน, การันตีจากรีวิวลูกค้าที่เน้นความเปลี่ยนแปลงหลังใช้ผลิตภัณฑ์จริง และ โฆษณาที่ระบุระยะเวลาเห็นผล เช่น “ผมขึ้น 100% หลังหมัก 4 ครั้ง” หรือ “ลดฝ้าใน 7 วัน” ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้นครับ

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

ประเด็นเรื่อง อย. ถูกพูดถึง 12.65% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ มาตรฐานความปลอดภัยและการรับรองจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมวดหมู่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสมุนไพรที่ใช้รับประทาน แบรนด์ต่าง ๆ ใช้จุดขายเกี่ยวกับการรับรองจาก อย. เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์ เช่น “มี อย. รับรอง 100%”, “ผ่านมาตรฐานการผลิต” หรือ “สามารถตรวจสอบเลข อย. ได้จริง”

จากการวิเคราะห์คอนเทนต์ที่ได้รับ Engagement สูง พบว่า โฆษณาที่เน้น “ผลิตภัณฑ์ผ่านการจดทะเบียนถูกต้อง”, “ส่วนผสมปลอดภัยตามมาตรฐานสากล” และ “รีวิวจากผู้ใช้จริงที่เลือกผลิตภัณฑ์เพราะมี อย.” ได้รับผลตอบรับที่ดีครับ โดยรวมแล้วการสื่อสารเรื่องมาตรฐานและการรับรองทางกฎหมายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างความไว้วางใจ และลดข้อกังวลของผู้บริโภคเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สมุนไพรได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

4 Key Insights & Recommendations สำหรับ Marketer

1. Social media strategy กลยุทธ์แต่ละแพลตฟอร์ม

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

Facebook 50.22% เป็นแพลตฟอร์มที่มีการพูดถึงผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมและสมุนไพรเพื่อสุขภาพมากที่สุด โดยเนื้อหาหลักมาจากเพจแบรนด์ ร้านค้าออนไลน์ และรีวิวจากผู้ใช้จริงที่แชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับผลลัพธ์หลังใช้ผลิตภัณฑ์

Instagram 24.36% ถูกใช้ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ผ่านภาพและวิดีโอที่เน้นความสวยงาม เช่น Before-After ของผลิตภัณฑ์บำรุงผม และรีวิวลิปเซรั่ม นอกจากนี้ยังมีการโปรโมตผ่าน Influencer และ User-Generated Content

YouTube 11.84% เป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมสำหรับการรีวิวเชิงลึกเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ เช่น การทดลองใช้ Hair Tonic เป็นเวลา 30 วัน หรือการให้ความรู้เกี่ยวกับส่วนผสมสมุนไพรที่ช่วยดีท็อกซ์ร่างกาย

TikTok 8.45% มีการพูดถึงในรูปแบบของวิดีโอรีวิวสั้นที่โชว์ผลลัพธ์แบบรวดเร็ว เช่น การใช้ผลิตภัณฑ์ลดผมหงอก หรือการทดสอบลิปเซรั่มให้ปากดูชมพูขึ้นภายในไม่กี่วัน รวมถึง Challenge และคอนเทนต์ไวรัลที่ช่วยเพิ่ม Engagement

X (Twitter) 5.14% มักถูกใช้สำหรับการแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว รีวิวผลิตภัณฑ์แบบสั้น ๆ และการพูดคุยเกี่ยวกับเทรนด์สุขภาพ เช่น สมุนไพรที่ช่วยขับมลพิษจาก PM 2.5 หรือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดผมร่วงจากความเครียด

2. Communication ควรเน้นผลลัพธ์ที่จับต้องได้

จากการวิเคราะห์การสื่อสารที่ได้รับความสนใจสูงมักเกี่ยวข้องกับผลลัพธ์ที่ชัดเจน เช่น

  • “ผมดกดำขึ้นใน 30 วัน” สำหรับ Hair Tonic
  • “ฟื้นฟูผมแห้งเสียใน 1 นาที” สำหรับแชมพูและครีมนวด

นักการตลาดควรใช้ภาษาที่ตรงจุด ตอบ Pain Point ของลูกค้า และให้ความสำคัญกับการใช้คำที่สร้างความน่าเชื่อถือ เช่น การอ้างอิงรีวิวจากผู้ใช้จริง หรือการนำเสนอข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนผลิตภัณฑ์ครับ

3. Acne products เน้นแก้ปัญหาสิว

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร

จากข้อมูลพบว่าคุณสมบัติลดสิว ได้รับการพูดถึงมากที่สุดในหมวด สบู่ 40.95% และ เซรั่ม 30.40% แสดงให้เห็นถึงความต้องการสูงในตลาด นักการตลาดควรพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรสำหรับลดสิว โดยเน้นส่วนผสมที่มีคุณสมบัติต้านแบคทีเรีย ลดการอักเสบ และควบคุมความมัน เช่น Tea Tree Oil, ขมิ้นชัน, ใบบัวบก และว่านหางจระเข้ ควรนำเสนอผลิตภัณฑ์ในรูปแบบสบู่ทำความสะอาดและเซรั่มบำรุงผิว เพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกันและเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน พร้อมใช้กลยุทธ์การตลาดแบบรีวิว Before-After และเน้นจุดขายเรื่อง สูตรอ่อนโยน ไม่มีสารเคมีรุนแรงเพื่อดึงดูดกลุ่มผู้บริโภคที่มีผิวแพ้ง่ายครับ

4. Influencer Marketing ใช้อินฟลูโปรโมทสินค้า

คอนเทนต์ที่ได้รับ Engagement สูงในหลายหมวดหมู่มักมาจาก รีวิว Before-After ซึ่งเป็นรูปแบบที่ช่วยให้ผู้บริโภคเห็นผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้ต่อเนื่องเพื่อเห็นผล เช่น Hair Tonic, ลิปเซรั่ม และผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก การใช้ Micro-Influencer หรือ KOL ที่มีความน่าเชื่อถือในกลุ่มเป้าหมาย 

AI image generated by Shutterstock (Prompt : a documentary style photograph capturing an influencer promoting an herbal product in a natural setting. the influencer, a young wellness advocate, is seen explaining the benefits of the product while holding it close to the camera. the background features lush greenery, emphasizing the organic nature of the product. natural lighting enhances the authenticity of the scene, with a candid storytelling approach.)

นักการตลาดควรเลือก Influencer ที่สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายของผลิตภัณฑ์ ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก แต่อาจจะพิจารณาคนที่มี Engagement สูง และมีความเกี่ยวข้องกับสินค้าที่โปรโมต เช่น ผู้ที่มีปัญหาผมร่วงแล้วทดลองใช้ Hair Tonic หรือผู้ที่มีริมฝีปากคล้ำแล้วใช้ลิปเซรั่มปรับสีปาก สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างความรู้สึกว่าผลิตภัณฑ์นี้ได้ผลจริง และทำให้ผู้บริโภครู้สึกเชื่อมโยงกับแบรนด์มากขึ้นครับ

นอกจากนี้การให้ Influencer แชร์ประสบการณ์ในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติ เช่น การบอกเล่าผ่าน Storytelling หรือการใช้ Daily Routine Video จะช่วยให้คอนเทนต์ดูน่าเชื่อถือกว่าการโฆษณาตรง ๆ รวมถึงการใช้ Affiliate Marketing ควบคู่ไปกับการให้โค้ดส่วนลดพิเศษ ก็สามารถช่วยเพิ่ม Conversion ได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ

สรุป 9 Data Research Insights เจาะลึกจักรวาล ผลิตภัณฑ์สมุนไพร จาก Social Listening

Data Research Insights ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ครั้งนี้ช่วยให้เห็นภาพรวมของตลาดสมุนไพรบนโซเชียลมีเดียได้อย่างชัดเจน โดยข้อมูลที่ได้สามารถใช้เป็นแนวทางในการทำการตลาดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเลือกช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสม การสร้างคอนเทนต์ที่ตรงกับความสนใจ หรือแม้แต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์เทรนด์ที่กำลังมาแรง เช่น สมุนไพรเพื่อดีท็อกซ์ สมุนไพรบำรุงเส้นผม หรือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดสิวจากสารสกัดธรรมชาติ

สุดท้ายนี้การตลาดวันละตอนขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านบทความนี้ครับ จริง ๆ แล้วยังมีอีกหลายโปรเจคจาก Project Data Research for SMEs ที่น่าสนใจ รอติดตามกันได้เลยครับ

ชื่อเติ้ลครับ เป็น Senior Data Insight Researcher & Marketing Content Creator แห่งการตลาดวันละตอนครับ ^^ มีงานอดิเรกเป็น ผู้ช่วยนักวิจัยฝั่ง Consumer Insights ที่คณะวิทยาศาตร์การกีฬา ที่จุฬาครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *