ทุกวันนี้มองไปทางไหนก็เจอตู้อัตโนมัติ หรือ Vending Machine เต็มไปหมด ตั้งแต่ของกินอย่าง ตู้ขายน้ำอัตโนมัติ ตู้กาแฟ ไปยังของเล่นอย่าง ตู้กด Art Toy ทุกท่านเองก็คงรู้สึกเหมือนกันว่า ตู้อัตโนมัติมีเพิ่มขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งก็ตรงกับผลสำรวจจาก มาร์เก็ตบัซซ (Marketbuzzz) ที่เผยว่า เทรนด์ Vending Machine กำลังเติบโตและผู้บริโภคคนไทยมีแนวโน้มจะซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นในอนาคต ทำให้ธุรกิจต้องปรับโซลูชั่นเพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ค่ะ
ซึ่งไม่น่าแปลกใจ เพราะด้วยการพัฒนาของเทคโนโลยีต่าง ๆ รวมทั้งพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคที่เน้นความสะดวกสบายมากขึ้น ส่งผลให้ตู้อัตโนมัติ เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ อย่าง grandviewresearch ก็ได้เปิดเผยข้อมูลว่าตลาดเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Retail Vending Machine) ทั่วโลกมีมูลค่าอยู่ที่ 51.91 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2021 และคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) อยู่ที่ 10.7% ตั้งแต่ปี 2022 ถึง 2030 ค่ะ
ความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับขนมและเครื่องดื่มแบบพร้อมทาน (on-the-go) มาจากวิถีชีวิตที่เร่งรีบของผู้บริโภคในปัจจุบัน เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมยอดขายผลิตภัณฑ์ผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ นอกจากนั้นยังสามารถเชื่อมโยงในเรื่องที่การซื้อสินค้าผ่าน Vending Machine ทำให้ได้รับสินค้าทันทีแบบไม่ต้องรอ ทำให้เป็นตัวเลือกที่สะดวกอย่างยิ่งสำหรับผู้บริโภคค่ะ
โดยเฉพาะในพื้นที่ที่หนาแน่นมีประชากรอยู่มาก ตั้งแต่สำนักงาน ร้านอาหาร ไปจนถึงสถานที่สาธารณะอย่างสวน ถ้าผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มได้ง่าย ๆ มากขึ้น ด้วยเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ก็จะทำให้มีแนวโน้มที่จะกระตุ้นความต้องการใช้เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติในอนาคต แต่นอกจากปัจจัยด้านบนที่กล่าวไปแล้วมีอะไรอีกบ้างที่ผู้บริโภคกังวล รวมทั้งเทรนด์ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ หรือ Vending Machine สามารถดูเพิ่มเติมในผลสำรวจของมาร์เก็ตบัซซต่อไปนี้ได้เลยค่ะ
โดยข้อมูลล่าสุดจากผลสำรวจของมาร์เก็ตบัซซ บริษัทที่ปรึกษาวิจัยตลาดชั้นนำด้านการวิเคราะห์ตลาดผ่านการสำรวจบนมือถือ เผยให้เห็นถึงการใช้งานตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติในประเทศไทยอย่างแพร่หลาย โดยได้สำรวจคนไทยทั่วประเทศจำนวน 977 คน ระหว่างวันที่ 2 ตุลาคม – 7 พฤศจิกายน 2567 โดยผลการสำรวจนี้ได้เน้นแสดงให้เห็นถึงความนิยมของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องต่อการใช้โซลูชั่นค้าปลีกอัตโนมัติค่ะ
คุณ แกรนท์ บาร์โทลี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มาร์เก็ตบัซซ (Marketbuzzz) ตั้งข้อสังเกตว่า ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติสามารถตอบโจทย์ได้อย่างชัดเจนในแง่ของความสะดวกสบายและช่วยประหยัดเวลาให้กับผู้บริโภคชาวไทย ที่ให้ความสำคัญกับการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ที่ต้องการ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพค่ะ
คุณ แกรนท์ บาร์โทลี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มาร์เก็ตบัซซ (Marketbuzzz)
ซึ่งจากการสำรวจ (เริ่มจากด้านซ้ายในรูป) พบว่า 56% ของผู้ตอบแบบสอบถามเคยซื้อสินค้าจากตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา โดย 28% มีการซื้อทุกสัปดาห์ 15% ซื้อทุกเดือน และ 13% ซื้อทุกวันค่ะ
นอกจากนั้นยังพบว่าเหตุผลหลักในการซื้อสินค้าจากตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ได้แก่
ความสะดวกสบาย 72%
ประหยัดเวลา 50%
มีสินค้าพร้อมจำหน่าย 43%
หาเจอง่าย 29%
และการมีช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย 27%
คุณบาร์โทลี่ กล่าวเสริมว่า “ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติในประเทศไทยมีการพัฒนาเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภค โดยมีตัวเลือกในการชำระเงินที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งในรูปแบบของการแสกน QR Code, การชำระเงินด้วย E-wallet และบัตรเครดิต ที่มีให้เลือกเพิ่มเติมจากการชำระเป็นเงินสด โดยวิธีการชำระเงินจากตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ที่พบมี
QR Code 60%
เงินสด 54%
E-wallet 42%
และบัตรเครดิต 8%
ในขณะที่ คนไทยส่วนใหญ่ 58% มีแนวโน้มว่าจะใช้ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติเพิ่มขึ้นในอนาคต แม้ว่าการเติบโตต่อไปนั้นอาจจะเจออุปสรรคหลายประการ ได้แก่ สถานที่ตั้งของเครื่องไม่ตรงกับพฤติกรรมการซื้อสินค้า ความชอบในการซื้อสินค้าที่มีหน้าร้านจริง และตัวเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีจำกัดก็ตามค่ะ
และสำหรับคน 44% ที่ไม่เคยใช้ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ก็ให้เหตุผลในการที่ยังไม่ซื้อว่า
เครื่องไม่ตั้งอยู่ในจุดที่สะดวกในการซื้อ 41%
ชอบซื้อจากร้านค้าปกติมากกว่า 29%
มีตัวเลือกสินค้าน้อย 26%
กังวลเรื่องความสะอาด 13%
เครื่องพังบ่อบ 13%
สินค้าราคาแพง 10%
และอีก 28% ก็มีความกังวลขณะใช้เครื่องอัตโนมัติ
เครื่องกลืนเงิน 49%
ปัญหาในการชำระเงิน 46%
สินค้าใกล้หมดอายุ 37%
สินค้าหมด 33%
สินค้าเก่า 31%
จากข้อมูลธุรกิจตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติในประเทศไทยยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก แต่ผู้ให้บริการจะต้องจัดการให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ทั้งในเรื่องของตำแหน่งที่ตั้งของตู้ ความหลากหลายของสินค้า และแก้ปัญหาเกี่ยวกับการชำระเงินและอายุของสินค้าที่นำมาวางจำหน่าย และหากผู้ให้บริการสามารถปรับเปลี่ยนทางเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เชื่อได้ว่าผู้ประกอบการจะได้ประโยชน์จากศักยภาพของธุรกิจนี้อีกด้วยค่ะ
และสถานที่ที่มักเกิดการซื้อซ้ำก็คือ
Shopping Mall 44%
Office 36%
Condo/Apartment 35%
ปั้มน้ำมัน 23%
และ โรงพยาบาล 20%
ผลการสำรวจเผยถึงรูปแบบการใช้ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติตามประเภทของสินค้าที่ซื้อ โดยสินค้าที่ได้รับความนิยมอันดับต้น ๆ ได้แก่
สินค้าประเภทเครื่องดื่ม 92%
อาหาร/ขนมขบเคี้ยว 34%
นม/ผลิตภัณฑ์จากนม 26%
และ สินค้าที่ไม่ใช่อาหาร 14%
และช่วงเวลาของสินค้าที่ได้รับความนิยมก็แบ่งได้ดังนั้นค่ะ
ช่วงเช้า สินค้าประเภทชา/กาแฟพร้อมดื่ม กาแฟ/ชาชงสด นมและผลิตภัณฑ์นมอื่น ๆ และเครื่องดื่มชูกำลัง จะได้รับความนิยมสูง
ช่วงกลางวัน กาแฟ/ชาชงสด น้ำอัดลม น้ำผลไม้ และน้ำเปล่ารวมถึงน้ำแร่ และเครื่องดื่มใกล้เคียง จะได้รับความนิยมมากขึ้น
ช่วงหัวค่ำและเวลากลางคืน จะเป็นช่วงที่มีการซื้อสินค้าจากตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติค่อนข้างน้อย โดยสินค้าที่ซื้อจะเป็นกลุ่มของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปค่ะ
หากผู้ประกอบการตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติสามารถเพิ่มยอดการใช้งานและผลักดันให้ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคให้มากขึ้นได้ โดยเพิ่มบทบาทในฐานะโซลูชั่นการค้าปลีกที่สร้างความสะดวกสบายและทันสมัยสำหรับผู้บริโภคชาวไทย และไม่ต้องสงสัยเลยว่าด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีใหม่ ๆ จากตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการซื้อสินค้าจากผู้บริโภคมากขึ้นค่ะ
ขอบคุณภาพจาก Shutterstock AI Generator Prompt : a photo-realistic image of a person standing in front of a vending machine, selecting a drink, the vending machine brightly lit displaying various beverage options in colorful packaging, the person casually dressed, seen from a side angle with one hand pressing a button on the machine, the setting is outdoors with soft ambient lighting and a modern, clean environment, neutral and realistic tone focusing on the interaction between the person and the vending machine
จากข้อมูลที่ทาง Marketbuzzz ได้สำรวจเราจะเห็นเลยว่าผู้บริโภคค่อนข้างมีความสนใจและใช้ตู้อัตโนมัติค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว ส่วนตัวผู้เขียนเองก็มองว่า ตู้อัตโนมัติเป็นอะไรที่สะดวก และใช้ค่อนข้างบ่อยเลยทีเดียว ยิ่งเวลาไปในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย หรือ เวลาเร่งรีบ การซื้อสินค้าจากตู้อัตโนมัติยิ่งตอบโจทย์
ในปัจจุบันก็มีตู้จำหน่ายอัตโนมัติให้ใช้หลากหลายมากขึ้น ทั้งสินค้าทั่วไปอย่างเครื่องดื่ม ขนมซึ่งตู้ที่เห็นบ่อยก็คงเป็นตู้เต่าบิน และตู้จากร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-11 ซึ่งเป็นสิ่งที่เราเห็นมาสักพักแล้ว แต่ที่เห็นมีมากขึ้น คือ ตู้จำหน่ายสินค้าอย่าง Art Toy ทำให้เราเห็นถึงการนำ Vending Machine มาปรับใช้บริบทอื่น ๆ นอกจากสินค้าที่เป็นของกิน รวมทั้งก็มีแบรนด์ได้นำตู้อัตโนมัตินี้เข้ามาทำการตลาดมากขึ้น ผู้เขียนจึงขอนำ Case Study ของแบรนด์ที่นำตู้จำหน่ายอัตโนมัตินี้เข้าไปประยุกต์ในการตลาดกันค่ะ
Case Study Vending Machine
ขอเริ่มจากการประยุกต์ใช้ตู้ Vending Machine ในอุตสาหกรรม หรือ การนำมาจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ ก่อนเลย เผื่อเป็นไอเดียเพิ่มเติมให้นักการตลาด หรือ ธุรกิจนำไปประยุกต์ใช้
#ตู้อัตโนมัติสำหรับยาสามัญประจำบ้าน / ATK
เรียกว่าออกแบบมาตอบโจทย์ชีวิตคนในยุคปัจจุบันเน้นใช้ชีวิตด้วยความเร่งรีบ ทำให้บางที อาจไม่มีเวลาไปหาหมอ หรือ ไปร้านยาใกล้บ้าน และบางครั้งอาจเจ็บป่วยเล็กน้อย ต้องการแค่ยาลดไข้ ยาบรรเทาอาการปวด การทำเป็นตู้อัตโนมัติแบบนี้ก็ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการตั้งใน location ที่เป็นที่พักอาศัยที่เป็นคอนโด อพาร์ทเมนท์ จะตรงกลุ่มเป้าหมายมาก เพราะบางครั้งกลุ่มคนทำงาน นักศึกษาที่อาศัยอยู่ ก็ไม่ได้อาจจะออกไปไกลจากที่พัก การมีตู้ตั้งอยู่ใต้ตึกก็คงเป็นอะไรที่สะดวกและตอบโจทย์ค่ะ
#ตู้อัตโนมัติสำหรับเครื่องสำอาง
เคสนี้มาจากต่างประเทศกับ Tress Obsessed โดยแบรนด์จะเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมขนาดพกพาสำหรับผู้หญิง ซึ่งมีการทำเป็น Beauty Vending ออกมาในไซส์สำหรับ Travel หรือ ไซส์พกพานั่นเองค่ะ ก็เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่ดี แต่ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าหากเป็นแบรนด์ที่ไม่ได้มี Demand เยอะมาก หรือ เป็นที่รู้จักของตลาด อาจต้องหา Location ที่เหมาะสมและการทำ Marketing ให้คนรู้จักทั้งตัวแบรนด์ และตัวตู้จำหน่ายค่ะ
ซึ่งการที่สินค้า Beauty นำตู้อัตโนมัติเข้ามาใช้ก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้น ด้วยความสะดวกของการจำหน่าย การทำให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แม้แต่ในประเทศไทยเองก็มีแบรนด์เริ่มใช้ตู้อัตโนมัติเข้ามาใช้ในการทำ Marketing มากขึ้นค่ะ
#ตู้จำหน่ายลิปออยล์ แบรนด์ Love Potion
อย่างที่บอกไปว่าในไทยเองก็มีแบรนด์ที่เริ่มนำตู้อัตโนมัติเข้ามาใช้ ซึ่งบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่เป็นที่นิยมของเหล่า Gen Z อย่าง Love Potion หรือที่เรามักได้ยินว่า แบรนด์ของซ้อก้าดนั่นเองค่ะ โดยสินค้าที่แบรนด์นำมาใช้ก็คือ ลิปออยล์ที่กำลังเป็นที่ต้องการ ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเป็นการนำตู้อัตโนมัติเข้ามาใช้ได้อย่างฉลาด เพราะทั้งความต้องการของสินค้าที่มีมากอยู่แล้ว การทำ Personal Branding ของเจ้าของแบรนด์ และการตลาดอื่น ๆ รวมทั้ง Location ที่ตั้งของตู้ ส่งผลให้การนำสินค้ามาจำหน่ายในตู้อัตโนมัติแบบนี้ ส่งผลดีมากกว่าผลเสีย
แต่ในระยะยาว รวมทั้งในอนาคตอาจต้องมีการทำ Product Management อย่างการคัดสินค้า การจัดเรียง การตัดสินค้าให้ดี และหากมองเรื่องของการเติบโตของการใช้ตู้อัตโนมัติ ก็ต้องทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ความต้องการของสินค้ามีอยู่เรื่อย ๆ ค่ะ ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่แบรนด์เครื่องสำอาง หรือ Beauty เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอุตสาหกรรมอื่น ๆ เองที่ต้องการเข้าสู่ตลาดของตู้อัตโนมัติค่ะ
สรุป Marketbuzzz เผย Vending Machine กำลังเติบโต ธุรกิจเองก็ต้องปรับตัว
จะเห็นว่าเทรนด์ของ Vending Machine มีการเติบโตทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ ด้วยพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภค หลาย ๆ อุตสาหกรรมเองก็ต้องการเข้าสู่ตลาดนี้ แต่อย่างผู้เขียนบอกไปจะต้องมีการจัดการให้ดี ทั้งในส่วนของทำ Product Management และส่วนของการตลาด รวมทั้งในส่วนของ People ที่จะเข้ามาดูแลในส่วนนี้ด้วย เรียกว่าต้องทำทั้งหน้าบ้าน และหลังบ้านให้พร้อม
เพราะสิ่งหนึ่งคือ หากเราจะตู้อัตโนมัติ สินค้านั้นก็ต้องเป็นที่ต้องการ ไม่อย่างงั้นสินค้าอาจมีการค้าง Stock ในตู้ แล้วหากเป็นสินค้าอายุสั้น ก็จะเป็นการสูญเสียมากกว่าสร้างรายได้ แต่หากสินค้าขายดีก็ต้องมีคนคอยเติมสินค้าไม่ให้ขาด และถ้าสินค้ามีหลาย SKU ก็ต้องมีการบริหารสินค้าอีก ดังนั้นนอกจากโจทย์ที่ว่าจะนำตู้อัตโนมัติเข้ามาประยุกต์ในอุตสาหกรรมหรือแบรนด์ของเรายังไงแล้ว ก็อย่าลืมคิดถึง Process อื่น ๆ ที่จะตามมาอีกด้วย
หรือเราอาจต้องมีการลองคิดในมุมใหม่ เช่าตู้มั้ย ไม่ซื้อขาด ทำเป็นแคมเปญก่อนดีมั้ย เพื่อดูผลตอบรับของตลาดและนอกจากมองในเรื่องของการจำหน่าย อาจมองในเรื่องของการนำมาเป็นเครื่องมือทางการตลาด เพื่อสร้าง Engagement ให้กับแบรนด์แทนก็ได้ค่ะ และทั้งหมดนี้ก็คือ Marketbuzzz เผย Vending Machine กำลังเติบโต ธุรกิจเองก็ต้องปรับตัว หวังว่าจะได้ประโยชน์กันไม่มากก็น้อยนะคะ
ถ้าชอบ หรือ สนใจอยากอ่านบทความด้านการตลาดแบบนี้อีก ผู้เขียนฝากติดตามด้วยนะคะ หรือ ถ้าใครอยากให้ผู้เขียนนำมุมมองการตลาดแบบไหนมาเล่าให้ฟัง สามารถคอมเมนต์บอกกันได้เลยนะคะ
สำหรับนักอ่านที่ชอบ และ อยากอ่านบทความเกี่ยวกับการตลาดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารด้านการตลาดต่าง ๆ สามารถติดตามได้จาก เพจการตลาดวันละตอน รวมไปถึงเว็บไซต์ Twitter Instagram YouTube ของการตลาดวันละตอนได้เลยนะคะ แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าค่ะヽ(•‿•)ノ
Source Source