ส่อง 7 Video Content 2025 ที่คนไทยชอบดู พร้อมกลยุทธ์การตลาดที่เอาไปปรับใช้ได้

ในยุคที่ใคร ๆ ก็ทำวิดีโอคอนเทนต์ ทำไมบางแบรนด์ถึงปัง แต่บางแบรนด์กลับเงียบ? คำตอบอาจอยู่ที่ว่าเราเข้าใจ ‘ภาษา’ ที่คนไทยใช้ดูวิดีโอกันจริง ๆ หรือเปล่า วันนี้ผมเลยอยากจะชวนมาเจาะลึก 7 เทรนด์ Video Content 2025 ที่กำลังมาแรงสุด ๆ บอกเลยว่าถ้าแบรนด์ไหนจับทางถูก ก็มีโอกาสมัดใจผู้บริโภคคนไทยได้อยู่หมัดแน่นอนครับ

ต้องบอกว่าพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ผูกพันกับการ “ชม” และ “ฟัง” เพลงผ่านแพลตฟอร์มวิดีโอเป็นหลักเลยครับ พอเจอกับกระแส T-POP ที่กลับมาเติบโตอย่างก้าวกระโดด “มิวสิกวิดีโอ” ก็เลยกลายเป็นเครื่องมือธุรกิจที่ทรงพลังขึ้นมาทันที

  • แพลตฟอร์มหลัก: YouTube คือพื้นที่หลักในการรับชม MV โดยข้อมูลล่าสุดต้นปี 2025 บอกว่ามีผู้ใช้งานในไทยสูงถึง 47.6 ล้านคน (ที่มา: Datareportal, 2025)
  • การเติบโตของตลาดเพลงไทย: คาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมเพลงไทยโดยรวมจะเติบโตขึ้น 7-10% ในปี 2025 โดยมีรายได้จากตลาดเพลงดิจิทัลเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ซึ่งมีมูลค่ากว่า 9 พันล้านบาทในปีที่ผ่านมา (ที่มา: Bangkok Post)

จากเทรนด์ที่ว่ามานี้ จะเห็นโอกาสทางการตลาดที่น่าสนใจมาก ๆ เลยครับ โดยมี “มิวสิกวิดีโอ” เป็นช่องทางที่ผู้บริโภคตั้งใจเปิดรับทั้งภาพและเสียงอยู่แล้ว ทำให้แบรนด์สามารถเข้าไปสร้างการรับรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์ที่น่าจะตอบโจทย์ก็คือ การร่วมมือกับศิลปิน (Artist Collaboration) เช่น Nestlé x BUS ที่นอกจากจะมีเสียงเพลงที่สื่อถึง Key Message ของแบรนด์ ก็ยังมีการทำ Product Placement ใน MV อีกด้วย ซึ่งการใช้ดนตรีเป็นสะพานเชื่อมระหว่างแบรนด์กับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ก็จะสามารถสร้างความผูกพันทางอารมณ์ที่ลึกซึ้ง และมีโอกาสจะนำไปสู่ความรักในแบรนด์ (Brand Love) ได้นั่นเองครับ

คอนเทนต์ที่สร้างเสียงหัวเราะคือเชื้อวัตถุดิบชั้นดีของการสร้างไวรัลเลยครับ เพราะมันกระตุ้นอารมณ์บวกที่ทำให้คนอยากแชร์ต่อ “มีม” (Meme) ได้กลายเป็นภาษาสากลที่ช่วยให้แบรนด์ดูเข้าถึงง่ายขึ้นเยอะ โดยมี TikTok เป็นเวทีสำคัญในการสร้างและกระจายคอนเทนต์ตลก ๆ เหล่านี้

  • อิทธิพลต่อการซื้อ: 89% ของผู้บริโภคไทยยอมรับว่าโซเชียลมีเดียมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ โดย TikTok มีอิทธิพลสูงถึง 75% เลยทีเดียว (Dataxet, 2025)
  • ฐานผู้ใช้งาน: TikTok ในไทยมีผู้ใช้มากกว่า 57.5 ล้านคน โดยกลุ่มอายุ 25-34 ปี เป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด

หัวใจของกลยุทธ์นี้เรียบง่ายมากครับ นั่นคือการสร้างเสียงหัวเราะเพื่อกระตุ้นให้เกิดการแชร์แบบออร์แกนิก แบรนด์อาจสร้าง Original Funny Content ของตัวเอง หรือร่วมกับ Content Creator เหมือนที่ช่อง “ละครเทยธรรม” ทำคลิปตลกบนเครื่องบินแล้วสอดแทรกสินค้าเข้าไปได้อย่างแนบเนียน 

@afteryumfilm

ละครกะเทยธรรม | EP.39 ตอน ‘อดทนจนกว่าจะแลนด์ 3’ (2/3) ละครกะเทยธรรม ละครคุณธรรม ละครสั้น GalaxyS25Ultra Samsung GalaxyAI

♬ เสียงต้นฉบับ – ละครกะเทยธรรม – ละครกะเทยธรรม

นอกจากนี้ก็ยังสามารถใช้การตลาดแบบ  Meme-jacking หรือการเกาะ เช่น กระแสไวรัลจากซีรีส์ “เขมจิรา” ทางแบรนด์ AIS ก็หยิบยกมาสร้างเป็นคลิปวิดีโอสั้นเพื่อโปรโมตสินค้าแบบติดตลกและเป็นธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม การหยิบไวรัลหรือมีมก็ต้องใช้ความระมัดระวังมากเหมือนกัน เพราะถ้าเล่นผิดจังหวะหรือผิดบริบท อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อภาพลักษณ์แบรนด์ได้เลยครับ

ในยุคนี้ “ความไว้วางใจ” ได้ย้ายจากแบรนด์ไปอยู่ที่ผู้บริโภคด้วยกันเองและเหล่าครีเอเตอร์แล้วครับ วิดีโอรีวิวจึงกลายเป็นเครื่องมือที่คนใช้หาข้อมูลอย่างจริงจังก่อนซื้อ แต่จุดเปลี่ยนที่สำคัญคือ ตอนนี้ผู้บริโภคแยกแยะออกแล้วว่าอันไหนโฆษณา อันไหนคือการใช้งานจริง ความจริงใจและความโปร่งใสจึงเป็นหัวใจที่สำคัญที่สุดเลยครับ

  • พฤติกรรมการค้นหา: 63.4% ของคนใช้อินเทอร์เน็ตในไทย ใช้โซเชียลมีเดียเพื่อค้นข้อมูลสินค้า (ที่มา: We Are Social, 2025)
  • พลังของ Micro-Influencer: กลุ่มนี้มี Engagement Rate สูงกว่ากลุ่ม Macro ถึง 60% และสร้างความรู้สึกจริงใจได้ดีกว่าด้วยครับ (ที่มา: Tellscore)

การจะสร้างความน่าเชื่อถือผ่านรีวิว ต้องตั้งต้นจาก “ความจริงใจ” ครับ แบรนด์ควรทำ Influencer/KOL Marketing โดยให้อิสระแก่ผู้รีวิวในการนำเสนอความเห็นตามจริง และสนับสนุนให้ระบุอย่างชัดเจนว่าคอนเทนต์ได้รับการสนับสนุน (Sponsored) การทำแบบนี้ไม่เพียงแต่จะโปร่งใส แต่ยังแสดงให้เห็นว่าแบรนด์มั่นใจในคุณภาพสินค้าของตัวเองจริง ๆ

นอกจากนี้ การส่งเสริมให้เกิด User-Generated Content (UGC) หรือคอนเทนต์ที่ลูกค้าสร้างขึ้นเอง ก็ยังเป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลังที่สุดในการสร้าง Social Proof เพราะเป็นเสียงที่ Real ที่สุดครับ

Live Commerce ได้ปฏิวัติวงการค้าปลีกบ้านเราไปเลยครับ โดยเปลี่ยนการช้อปปิ้งออนไลน์ให้กลายเป็นความบันเทิงที่โต้ตอบได้ (Shoppertainment) ในขณะเดียวกัน เทรนด์ใหม่ที่กำลังมาคือการใช้ AI ในการไลฟ์ ซึ่งก็เป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย เพราะคนไทยยังให้ความสำคัญกับการมีปฏิสัมพันธ์กับคนจริง ๆ ค่อนข้างมากครับ

  • ตลาด Social Commerce: ประเทศไทยเป็นตลาด Social Commerce ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีมูลค่ากว่า 5 แสนล้านบาท (ที่มา: LINE)
  • พฤติกรรมการซื้อ: 77% ของผู้บริโภคชาวไทยเคยซื้อของผ่านไลฟ์สด (ที่มา: Meta)
@arteereview

แอบสปอยก่อนเลยว่า 9.9 ที่อาตี๋รีวิวมีอะไร!?🔥 #อาตี๋รีวิว #TikTokUni #tiktokshop99 #fyp #tiktok

♬ เสียงต้นฉบับ – แอ๊ะ’แอ๋ 🦇 – แอ๊ะ‘แอ๋ 🦇

ต้องบอกว่าความสำเร็จของไลฟ์สตรีมในตลาดไทยยังคงอยู่ที่ “ความเป็นมนุษย์” และการสร้างอีเวนต์ที่น่าตื่นเต้นผ่าน Flash Sales ครับ แม้เทคโนโลยี AI จะเริ่มมีบทบาท แต่ก็มีบทเรียนจากแบรนด์ที่ลองใช้แล้วได้ผลตอบรับเชิงลบ ว่าผู้บริโภคยังต้องการเชื่อมต่อกับคนจริง ๆ ดังนั้นการสร้างความบันเทิงและตอบโต้ได้อย่างเป็นธรรมชาติจึงยังเป็นกลยุทธ์ที่น่าจะตอบโจทย์ในไทยสำหรับตอนนี้ครับ

ในยุคที่ไลฟ์สไตล์คนเร่งรีบและมีสมาธิสั้นลง คลิปไฮไลท์กีฬาจึงตอบโจทย์พฤติกรรมการเสพสื่อได้แบบพอดิบพอดี ทำให้แฟน ๆ สามารถตามช็อตเด็ดได้ทันทีและมักจะมียอดวิวสูงมาก

  • กีฬายอดนิยม: หนีไม่พ้น ฟุตบอล, วอลเลย์บอลหญิง และมวยไทยครับ (ที่มา: Nielsen Sports)
  • พฤติกรรม Second Screen: แฟนกีฬาไทยกว่า 70% ใช้สมาร์ทโฟนไปพร้อม ๆ กับการชมถ่ายทอดสด (ที่มา: Nielsen Sports)

แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มแฟนกีฬาที่มีความภักดีสูงได้โดยการเป็นผู้สนับสนุนคลิปไฮไลท์ (Highlight Sponsorship), สร้างคอนเทนต์ต่อยอด (Value-added Content) เช่น คลิปวิเคราะห์เกม หรือทำแคมเปญชวนแฟน ๆ ร่วมสนุก อย่างการโหวตช็อตเด็ดประจำสัปดาห์ ซึ่งจะช่วยสร้างความผูกพันระหว่างแฟนกีฬากับแบรนด์ได้เป็นอย่างดีเลยครับ

อุตสาหกรรมเกมในวันนี้ได้กลายเป็นระบบนิเวศทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมขนาดใหญ่ (Gaming Ecosystem) ไปแล้วครับ ผู้คนไม่ได้แค่เล่นเกม แต่ยังดูวิดีโอเกมเพื่อเรียนรู้เทคนิค ติดตามสตรีมเมอร์ และเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ ขณะที่ “อีสปอร์ต” (Esports) ก็ได้สร้างฐานแฟนคลับขนาดใหญ่ที่มีความภักดีสูงมาก

  • จำนวนเกมเมอร์: ไทยมีผู้เล่นเกมมากกว่า 34 ล้านคน (We Are Social, 2025)
  • ประชากรเกมเมอร์: มีความหลากหลายสูงมากครับ มีสัดส่วนผู้หญิงถึง 45% และกลุ่มวัยทำงาน (อายุ 25-34 ปี) เป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด (We Are Social, 2025)

การจะเข้าไปในโลกของเกมเมอร์ต้องทำด้วยความเข้าใจในวัฒนธรรมของพวกเขาครับ กลยุทธ์ที่น่าสนใจอย่าง การเป็นผู้สนับสนุนทัวร์นาเมนต์อีสปอร์ต เช่น แบรนด์สมาร์ทโฟน Realme ที่เข้ามาเป็นผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขัน RoV Pro League ในประเทศไทย ซึ่งไม่เพียงสร้างการรับรู้แบรนด์ในกลุ่มเป้าหมายโดยตรง แต่ยังตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เน้นประสิทธิภาพและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์เกมเมอร์

หรือ การพาแบรนด์เข้าไปในเกม (In-Game Integration) อย่างแบรนด์รถยนต์ MG เคยร่วมมือกับเกม PUBG Mobile สร้างรถยนต์เสมือนจริงให้ผู้เล่นได้ใช้ในเกม ซึ่งเป็นวิธีที่สร้างการมีส่วนร่วมได้อย่างแนบเนียนครับ

วิดีโอจากอินฟลูเอนเซอร์ โดยเฉพาะ “Vlog” มีจุดเด่นคือการสร้างคอมมูนิตี้ครับ ผู้ชมไม่ได้เข้ามาดูเพื่อหาข้อมูล แต่เพื่อติดตามไลฟ์สไตล์และเรื่องราวของคนที่เขาชื่นชอบ ทำให้เกิดความสัมพันธ์และความไว้วางใจที่ลึกซึ้ง การแนะนำสินค้าจึงเปรียบเสมือนการ “ป้ายยา” จากเพื่อน ซึ่งมีพลังโน้มน้าวสูงมาก

  • มูลค่าตลาด: ตลาด Influencer Marketing ในไทยคาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 1.3 หมื่นล้านบาท ในปี 2025 (ที่มา: DAAT)
  • รูปแบบคอนเทนต์ที่น่าเชื่อถือ: คอนเทนต์รูปแบบ “Vlog” หรือ “Day in my life” ได้รับความน่าเชื่อถือสูง เพราะแสดงให้เห็นการใช้งานสินค้าจริงในชีวิตประจำวัน (ที่มา: Tellscore)

หัวใจสำคัญคือการเคารพ “ความไว้วางใจ” ที่ครีเอเตอร์มีต่อคอมมูนิตี้ของเขาครับ กลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจึงไม่ใช่การแฝงโฆษณา แต่เป็นการสนับสนุนอย่างโปร่งใส (Transparent Sponsorship) ที่มาพร้อมกับการใช้งานจริง 

เหมือนที่ช่อง FAROSE เปิดเผยตรง ๆ เมื่อมีผู้สนับสนุน แต่ยังคงความน่าเชื่อถือได้สูง เพราะคอมมูนิตี้เชื่อว่าเขาได้เลือกและลองใช้สินค้ามาแล้วจริง ๆ การตลาดลักษณะนี้เปลี่ยนจากการ “โฆษณา” ไปสู่การ “แนะนำจากคนที่ไว้ใจ” ซึ่งทรงพลังกว่ามากครับ

จากเทรนด์ Video Content ทั้ง 7 ประเภท จะเห็นเลยว่ากุญแจสู่ความสำเร็จในวันนี้ อยู่ที่ ความเข้าใจในพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นความต้องการความบันเทิง, ความต้องการความจริงใจและความโปร่งใส, ความต้องการมีส่วนร่วมแบบเรียลไทม์ หรือความต้องการเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ที่หลงใหลในสิ่งเดียวกัน

ดังนั้นแบรนด์ที่สามารถเลือกใช้รูปแบบวิดีโอที่เหมาะสม และสอดแทรกตัวเองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและบทสนทนาของผู้คนได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยมี “ความจริงใจ” เป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความสัมพันธ์ ก็จะสามารถสร้างผลลัพธ์ที่มากกกว่ายอดวิวได้แน่นอนครับ

Source, Source, Source, Source, Source, Source, Source, Source

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่

Marketing Content Creator and Data Insight Researcher

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *