Marketing Strategy หรือกลยุทธ์การตลาด เป็นหนึ่งสิ่งที่เมื่อพูดถึงความสำเร็จของธุรกิจ การสร้างกลยุทธ์ที่ครอบคลุมและชัดเจนถือเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้ในระยะยาว ซึ่งกลยุทธ์การตลาดไม่เพียงแต่ทำให้แบรนด์โดดเด่นได้ในตลาด แต่ยังช่วยกำหนดทิศทางและเป้าหมายที่ชัดเจนอีกด้วย ซึ่งในบทความนี้ผู้เขียนจะพาคุณผู้อ่านไปรู้จักกับกลยุทธ์การตลาดคืออะไร แตกต่างจาก Marketing Plan อย่างไร และมีองค์ประกอบสำคัญอะไรบ้างที่จะทำให้กลยุทธ์การตลาดของเราสตรองมากขึ้น ถ้าพร้อมแล้ว ก็ลุยกันเลย!
กลยุทธ์การตลาดคืออะไร
AI image generated by Shu tterstock (Prompt : Indoor photo of chess game, businessmen, 2 players, play strategically, the atmosphere is tense, the faces are realistic, no distortion)
กลยุทธ์การตลาด หรือ Marketing Strategy เป็นกลยุทธ์ที่ครอบคลุมภาพรวมของธุรกิจในการส่งเสริมและเสนอคุณค่าต่อกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งจะเป็นเป้าหมายในระยะยาวหรืออีกหลายปีข้างหน้า โดยทั่วไปแล้วในกลยุทธ์การตลาดจะประกอบด้วยเป้าหมายทางธุรกิจ ตลาดกลุ่มเป้าหมาย persona ของลูกค้า คู่แข่ง ตัวชี้วัด และอื่นๆ
โดยกลยุทธ์การตลาดมีประโยชน์ ดังนี้ ช่วยในการ manage ทีมให้สอดคล้องกับเป้าหมาย ช่วยเราระบุและเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย และช่วยให้เราได้ติดตามและใช้ประโยชน์จาก trends ใหม่ ๆ เสมอ นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่า ในปี 2022 CoSchedule ได้ทำการสำรวจนักการตลาดจำนวน 3,599 คน พบว่า นักการตลาดที่ทำกลยุทธ์การตลาดมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ทำถึง 331% อีกด้วย
Marketing Strategy vs. Marketing Plan
กลยุทธ์การตลาด และ Marketing Plan หรือแผนการตลาด เป็น 2 คำที่คนมักใช้สลับกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วทั้งคู่มีกระบวนการที่แตกต่างกัน
กลยุทธ์การตลาดจะระบุเป้าหมายในระยะยาวและภาพรวมทางการตลาดของธุรกิจ ในขณะที่แผนการตลาดจะเป็นแผนโดยละเอียด ซึ่งจะระบุการดำเนินการและกลวิธีที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายในกลยุทธ์การตลาด
ตัวอย่างเช่น สมมติว่าเรากำลังสร้างกลยุทธ์การตลาดให้กับแบรนด์แฟชั่นที่พึ่งเปิดตัวใหม่ เราอาจจะวางกลยุทธ์โดยภาพรวมไว้ว่าจะสร้าง Awareness กับกลุ่มคนเมืองรุ่นใหม่และวางตำแหน่งแบรนด์ให้ดูทันสมัยและราคาไม่แพง และในส่วนของแผนการตลาดอาจจะเน้นไปที่การการสร้างแคมเปญโซเชียลมีเดีย ความร่วมมือกับอินฟลู และการจัดทำ timeline สำหรับการโฆษณาทางออนไลน์ เป็นต้น
ซึ่งทั้งกลยุทธ์การตลาดและแผนการตลาดมีความสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจ แต่ในบทความนี้จะเน้นไปที่กลยุทธ์การตลาดก่อน ดังนั้นผู้เขียนเลยอยากชวนไปดูกันต่อว่า องค์ประกอบแต่ละอย่างที่ประกอบกันเป็นกลยุทธ์การตลาดที่แข็งแกร่งกันนั้นมีอะไรบ้าง
องค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์การตลาด
1. Marketing Mix (4Ps)
ส่วนประสมทางการตลาด หรือที่เรียกอีกอย่างว่า 4Ps คือ framework ขั้นพื้นฐานที่เราต้องจัดทำขึ้นมาเพื่อทำความเข้าใจธุรกิจว่าตอนนี้ทำการตลาดอะไร ทำการตลาดที่ไหน และจะทำการตลาดอย่างไร ซึ่ง framework นี้ประกอบด้วย P ดังต่อไปนี้
Product ผลิตภัณฑ์ / บริการ : ขายอะไร
Price ราคา : ราคาเท่าไหร่
Place ช่องทางการจัดจำหน่าย : ขายที่ไหน
Promotion การส่งเสริมการตลาด : สื่อสารทางการตลาดไปยังลูกค้าอย่างไร
บทความที่แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม
2. Marketing Objectives
เราสามารถกำหนดเป้าหมายทางการตลาดร่วมกับ 4P หรือหลังจากนั้นก็ได้ แต่อย่างไรก็ตามเราควรระบุเป้าหมายทางการตลาดก่อนที่จะสร้างกลยุทธ์ขึ้นมา เพราะเป้าหมายจะเป็นตัว shape องค์ประกอบต่าง ๆ ของแผนให้เข้ารูปเข้ารอย
โดยในการกำหนดเป้าหมายทางการตลาด เราควรตั้งเป้าหมายให้เจาะจงมากที่สุด พยายามกำหนดเป้าหมายให้ SMART นอกจากนี้อย่าลืมว่าเราสามารถกลับมาแก้ไขเป้าหมายได้เสมอหากเกิดการเปลี่ยนแปลง
บทความที่แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม
3. Marketing Budget
งบประมาณการตลาดถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์ หากไม่จัดสรรงบประมาณในด้านต่าง ๆ ให้เหมาะสม กลยุทธ์การตลาดก็จะไม่สร้าง impact ที่ powerful ได้ ดังนั้นให้ลองแบ่งงบประมาณไปที่ความพยายามหนึ่งหรือสองอย่างก่อน แล้วค่อยขยายผลจากสิ่งเหล่านั้น
4. Competitive Analysis
‘รู้เรา’ เป็นสิ่งที่แรกที่ควรทำ ‘รู้เขา’ เป็นสิ่งต่อมาที่ควรมี การรู้จักคู่แข่งของเราเป็นสิ่งสำคัญเมื่อสร้างกลยุทธ์การตลาด ไม่เช่นนั้นแล้วเราอาจจะทำในสิ่งที่เขาทำกันอยู่แล้วจนไม่มีตัวตน หรือเหมือนเราไม่มีสิ่งเปรียบเทียบว่าเราสร้างความแตกต่างให้กับตัวเองและดึงดูดความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายได้เพียงพอแล้วหรือยัง ซึ่งการตามหาคู่แข่งเป็นระยะ ๆ ยังคงมีความจำเป็น เพราะเราอาจจะไปเจอคู่แข่งที่ไม่คาดคิดที่กำลังแย่งชิงความสนใจจากลูกค้ากลุ่มเป้าหมายเราไปอยู่โดยที่เราไม่รู้ตัวก็ได้
5. Segmentation, Targeting, & Positioning
การแบ่งส่วนตลาด การกำหนดกลุ่มเป้าหมาย และการวางตำแหน่งทางการตลาด (STP) เป็น framework นึงที่ช่วยเราตามหากลุ่มเป้าหมายโดยการแบ่งกลุ่มคนที่คิดว่าเป็นลูกค้าออกมาเป็นกลุ่ม ๆ ก่อน จากนั้นก็ให้เลือกกลุ่มเป้าหมายมาอย่างน้อย 1 กลุ่มเป็น primary target หรือกลุ่มเป้าหมายหลัก ต่อมาก็ scope ลงมาอีกโดยการทำ persona ให้เห็นเป็นภาพตัวอย่างบุคคลชัดขึ้น
สุดท้ายเป็นการเปรียบเทียบตำแหน่งแบรนด์ของเรากับคู่แข่ง โดยเลือกสิ่งที่เราทำได้ดีกว่าคู่แข่งมา 2 ข้อ เพื่อนำมาใช้สร้างแกน XY จากนั้นจับแบรนด์เรากับคู่แข่งมาวางตำแหน่งในกราฟดังกล่าว ซึ่งวิธีนี้ก็จะทำให้เรารู้ว่าตอนนี้เราตรงไหนแล้ว
บทความที่แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม
6. Content Creation
การสร้าง content ทางการตลาดเองก็ต้องมีกลยุทธ์ เพราะเราก็ต้องการให้ content ไปถึงและตอบโจทย์ลูกค้า โดยในการวิจัยของ HubSpot พบว่า นักการตลาดใช้ content ในรูปแบบวิดีโอสั้น 44% ใช้รูปภาพ 41% รองลงมาคือ โพสต์เป็นบทความ 29% วิดีโอในรูปแบบยาว 27% และอินโฟกราฟิก 26%
กลยุทธ์การตลาดต้องมีตัวชี้วัด (KPI) เพื่อให้เรารู้ว่าว่ากลยุทธ์ได้ผลดีขนาดไหน KPI ที่เลือกใช้จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจและช่องทางการเข้าถึงลูกค้า ตัวอย่างของ KPI เช่น ต้นทุนการเข้าถึงลูกค้า (Customer acquisition cost : CAC) ปริมาณการเข้าชมจากการค้นหาแบบออร์แกนิก (Organic traffic) อัตราการแปลง (Conversion rate) และผู้มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้าที่มีคุณสมบัติเหมาะสมทางการตลาด (Marketing qualified leads : MQLs) เป็นต้น
บทความที่แนะนำให้อ่านเพิ่มเติม
สรุป
ก็จบกันไปแล้วกับกลยุทธ์การตลาดซึ่งเป็นแนวทางที่ครอบคลุมในการสร้างคุณค่าและส่งเสริมแบรนด์ต่อกลุ่มเป้าหมายในระยะยาว โดยประกอบด้วย Marketing Mix (4Ps), การกำหนดเป้าหมายทางการตลาด, การจัดสรรงบประมาณ, การทำความรู้จักคู่แข่ง และการสร้าง content ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า นอกจากนี้ยังรวมถึงการติดตามและวัดผลความสำเร็จด้วยตัวชี้วัด (KPI) ที่เหมาะสมเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในตลาดอย่างรวดเร็ว
สำหรับใครที่สนใจอ่านบทความอื่นๆ หรือ ต้องการอัปเดตความรู้การตลาดเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ช่องทาง Website , Facebook , Instagram , Twitter , YouTube และ Tiktok ของการตลาดวันละตอนตามนี้ได้เลยค่ะ
Sources Hubspot Coursera