การบริหารจัดการ ทำการตลาดดิจิทัลให้ประสบความสำเร็จนั้น นักการตลาดแบบเรา ต้องอาศัยการวางแผนอย่างรอบคอบก่อนเสมอใช่ไหมคะ? กับ 7 องค์ประกอบสำคัญในการบริหารการตลาดดิจิทัล เพราะ ตลาดดิจิทัลกลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับธุรกิจยุคใหม่ บทความนี้เราจะแนะนำ 7Ds of Digital Marketing โครงสร้างพื้นฐานที่จะช่วยให้นักการตลาดวางแผนและบริหารจัดการการตลาดดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพกันค่ะ
ทำไมเราต้องทำความเข้าใจ 7Ds ?
บ่อยครั้งที่นัักการตลาดดิจิทัล ภายในองค์กรไม่ได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณอย่างเพียงพอ ในเรื่อง Digital เพราะผู้บริหารบางท่านอาจเข้าใจผิด ว่าการตลาดดิจิทัลเป็นเพียงแค่การมีเว็บไซต์หรือมีแฟนเพจบน Facebook เท่านั้น ซึ่งแท้จริงแล้ว การตลาดดิจิทัลครอบคลุมกิจกรรมที่หลากหลายมากกว่านั้นอีกค่ะ
7Ds of Digital Marketing คืออะไร?
7Ds of Digital Marketing ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้เข้าใจง่าย โดยใช้หลัก Mnemonic หรือ การจำคำศัพท์ที่ขึ้นต้นด้วยตัวอักษรเดียวกัน คือ ตัว D ทั้งเจ็ดตัวนี้นั้นเอง ซึ่งจะมาช่วยให้เราเห็นภาพรวมเบื้องต้นของสิ่งที่ต้องบริหารจัดการภายในแผนการตลาดดิจิทัลได้ง่ายขึ้นกัน โดย 7Ds ประกอบด้วยอะไรบ้าง? ไปดูกันค่ะ
Digital Goals (เป้าหมายทางการตลาดดิจิทัล)
Digital Audiences (กลุ่มเป้าหมาย)
Digital Devices (อุปกรณ์ดิจิทัล)
Digital Platforms (แพลตฟอร์มดิจิทัล)
Digital Media (สื่อดิจิทัล)
Digital Data (ข้อมูลดิจิทัล)
Digital Technology (เทคโนโลยีดิจิทัล)
แต่เราจะเจาะลึกแต่ละองค์ประกอบของ 7Ds of Digital Marketing เพื่อให้คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการการตลาดดิจิทัลของคุณเองได้กันค่ะ
เจาะลึก 7Ds of Digital Marketing
D1: Digital Goals – กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน
Digital Goals หรือ เป้าหมายทางการตลาดดิจิทัล คือ การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างแบรนด์ ให้เกิดการรับรู้ (Brand Awareness) หรือจะเป็นการการสร้างโอกาสทางธุรกิจ (Lead Generation) การเพิ่มยอดขาย (Sales) นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาแนวทางการแข่งขันในตลาดธุรกิจยุคใหม่ และการตลาดแบบ Always-on Marketing ควบคู่กับการตั้งเป้าหมายแบบ SMART ด้วย
เพราะการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน โดยใช้ SMART Goal จะทำให้เราตั้งเป้าหมายชัดเจนและบรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น
SMART Goal คืออะไร?
การตั้งเป้าหมายแบบ SMART Goal คือ เทคนิคในการตั้งเป้าหมายอย่างเจาะจง (Specific) วัดผลได้ (Measurable) ทำได้จริง (Achievable) เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ต้องการ (Relevant) และอยู่ในกรอบเวลาที่เหมาะสม (Time-bound) โดยเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของกลยุทธ์การตลาดดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพ การตั้งเป้าหมายเหล่านี้อาจมุ่งเน้นไปที่
การยกระดับแบรนด์ (Brand Awareness) เพื่อ สร้างการรับรู้ แบรนด์เป็นที่รู้จัก การเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัล (Digital Transformation)ปรับโครงสร้างองค์กร สู่ระบบดิจิทัล การวัดผลแคมเปญ (Campaign Measurement)ติดตามผลลัพธ์ วิเคราะห์ประสิทธิภาพ การเพิ่มยอดขาย (Revenue Growth)กระตุ้นยอดขาย เพิ่มรายได้
แต่ทั้งหมดทั้งมวล ก็ต้องสามารถวัดผล KPI ได้ด้วยนะคะ เช่น สำหรับงาน Digital Marketing วัดผลการเข้าถึงเว็บไซต์ จำนวนการคลิก เป็นต้นค่ะ
D2 : Digital Audiences – กลุ่มเป้าหมาย
Digital Audiences กลุ่มเป้าหมาย คือ การทำความเข้าใจพฤติกรรม ความชอบ และข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มเป้าหมายบนช่องทางดิจิทัล ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้สามารถสร้างสรรค์คอนเทนต์และประสบการณ์ที่ตรงกับความต้องการของแต่ละกลุ่มเป้าหมาย สร้างปฏิสัมพันธ์ และบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น จากการเลือกกลุ่มเป้าหมายจาก Segmentaion
เพราะการเข้าใจกลุ่มเป้าหมายอย่างลึกซึ้ง จะช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้อย่างตรงกับสินค้าและบริการ แพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆมีเครื่องมือวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายที่ละเอียด จาก Data ช่วยให้แบ่งกลุ่มเป้าหมายย่อย เป้าหมายหลัก เข้าถึงลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างตรงจุดขึ้น
D3 : Digital Devices – อุปกรณ์ดิจิทัล
Digital Devices อุปกรณ์ดิจิทัล คือ อุปกรณ์ Gadget ที่ผู้บริโภคยุคใหม่ใช้อุปกรณ์ดิจิทัลหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ เครื่องเล่นเกมส์ เครื่องช่วยอัจฉริยะ (Smart Assistant) และอุปกรณ์อื่นๆ ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต (Internet of Things) นักการตลาดจึงต้องคำนึงถึงอุปกรณ์เหล่านี้ในการออกแบบกลยุทธ์การตลาด ในเข้าถึงได้
เพราะผู้บริโภคยุคใหม่ เชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์ดิจิทัลหลากหลายรูปแบบนักการตลาดจำเป็นต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค บนแต่ละอุปกรณ์เพื่อนำเสนอสินค้า บริการและประสบการณ์ที่ตรงใจลูกค้า อุปกรณ์ Gadget นั้น ๆ
ตัวอย่างอุปกรณ์ดิจิทัลเช่น สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต สมาร์ททีวี เครื่องเล่นเกมส์ อุปกรณ์ Internet of Things (IoT)
D4 : Digital Platforms – แพลตฟอร์มดิจิทัล
Digital Platforms แพลตฟอร์มดิจิทัล คือ แพลตฟอร์มโซเซียลต่าง ๆ เช่น Facebook และ Instagram, Google YouTube, Twitter, LinkedIn, Apple, Amazon และ Microsoft เป็นช่องทางที่ผู้บริโภคใช้ในการเข้าถึงข้อมูลและติดต่อกับแบรนด์ การเลือกใช้แพลตฟอร์มที่เหมาะสมจะช่วยให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดที่สุด
แพลตฟอร์มดิจิทัล เปรียบเสมือนช่องทางในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์เรา นักการตลาดจึงจำเป็นต้องเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับสินค้า บริการ และกลุ่มเป้าหมายให้ดีนะคะ
D5 : Digital Media – สื่อดิจิทัล
Digital Media สื่อดิจิทัล โดยสื่อดิจิทัลแบ่งเป็น 3 ประเภท ได้แก่ Paid Media สื่อที่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เช่น โฆษณา Owned Media สื่อที่เป็นของแบรนด์เอง เช่น เว็บไซต์ เพจ และ Earned Media สื่อที่ได้มาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่น บทความรีวิว การผสมผสานสื่อทั้งสามประเภทนี้จะช่วยให้เข้าถึงและสร้างการมีส่วนร่วมกับกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น
สื่อดิจิทัล เปรียบเสมือนเครื่องมือในการสื่อสารแบรนด์และนักการต้องเลือกสื่อที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมายและสอดคล้องกับเป้าหมายทางการตลาดที่ตั้งไว้ รวมถึงงบประมานในการใช้จ่าย และวางแผนสื่อที่อยู่ในมือให้ดีที่สุด
Paid Media: โฆษณา ที่เราต้องจ่ายเงิน เช่น ยิง ads เฟสบุ๊ค Owned Media: เว็บไซต์ บล็อก โซเชียลมีเดียของแบรนด์ Earned Media: รีวิว บทความ ข่าว
D6 : Digital Data – ข้อมูลดิจิทัล
Digital Data ข้อมูลดิจิทัล คือ ข้อมูลที่ธุรกิจเก็บรวบรวมเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมาย พฤติกรรมการใช้งาน และการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์อย่างมากในการวิเคราะห์ ปรับกลยุทธ์ และสร้างแคมเปญทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพ โดยปัจจุบัน กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) มีผลบังคับใช้ในหลายประเทศ ธุรกิจจำเป็นต้องเก็บรวบ รักษา และใช้ข้อมูลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ในยุคดิจิทัล ข้อมูล (Data) เปรียบเสมือนขุมพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนกลยุทธ์การตลาดให้บรรลุเป้าหมาย ธุรกิจที่สามารถเก็บรวบรวม วิเคราะห์ และใช้ประโยชน์จากข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จเหนือคู่แข่ง
1st Party Data: ข้อมูลที่ธุรกิจเก็บรวบรวมจากลูกค้าโดยตรง เช่น ข้อมูลการติดต่อ ประวัติการซื้อพฤติกรรมการใช้งานบนเว็บไซต์ ข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญสูง เพราะช่วยให้เข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง สามารถนำไปใช้เพื่อพัฒนาสินค้า บริการ และประสบการณ์ที่ตรงใจลูกค้า
2nd Party Data: ข้อมูลที่ได้รับจากพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น ข้อมูลจากโปรแกรม CRM ข้อมูลจากแคมเปญร่วมกันข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ และขยายฐานลูกค้า
3rd Party Data: ข้อมูลที่ซื้อจากบริษัทผู้ให้บริการข้อมูล เช่น ข้อมูลประชากร ข้อมูลไลฟ์สไตล์ ข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานออนไลน์ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจตลาด และกลุ่มเป้าหมายในภาพกว้าง
ประเภทของ Digital Datag เช่น ข้อมูลลูกค้า (Customer Data) ข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ (Website Data) ข้อมูลโซเชียลมีเดีย (Social Media Data):
การวิเคราะห์ Digital Data แบรนด์สามารถวิเคราะห์ Digital Data เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในหลายๆ ด้าน
เช่น วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า เพื่อเข้าใจความต้องการ พฤติกรรม และความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย การปรับแต่งประสบการณ์ลูกค้า การใช้งานเว็บไซต์ เพื่อปรับแต่งเว็บไซต์ ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า วิเคราะห์ข้อมูลโซเชียลมีเดีย เพื่อวัดผลประสิทธิภาพของแคมเปญทางการตลาด
มีเครื่องมือวิเคราะห์ Digital Data ให้เลือกใช้มากมาย เช่น Google Analytics, Adobe Analytics, Facebook Insights
D7 : Digital Technology – เทคโนโลยีดิจิทัล
Digital Technology เทคโนโลยีดิจิทัล คือ เทคโนโลยีทางการตลาด (Martech) เช่น การสร้างเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน การตลาดผ่านอีเมล์ การตลาดบนเครื่องมือค้นหา และการตลาดบนโซเชียลมีเดีย ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจกลุ่มเป้าหมายได้อย่างลึกซึ้งสามารถนำไปใช้เพื่อพัฒนาสินค้า บริการ และกลยุทธ์การตลาดที่ตรงใจลูกค้า
เทคโนโลยีการตลาด (Martech)เช่น ระบบ CRM ระบบอีเมล์มาร์เก็ตติ้ง ระบบจัดการโซเชียลมีเดีย ช่วยให้นักการตลาดสามารถสร้างประสบการณ์ที่ตรงใจลูกค้า ผ่านช่องทางต่างๆ
3D rendering artificial intelligence AI research of robot and cyborg development for future of people living. Digital data mining and machine learning technology design for computer brain.
สำหรับใครที่อยากอ่านบทความเกี่ยวกับการตลาดเพิ่มเติม สามารถติดตามได้จาก เพจการตลาดวันละตอน รวมไปถึงเว็บไซต์ Twitter Instagram YouTube และ Blockdit ของการตลาดวันละตอนด้วยนะคะ
source