รายการ “การตลาดวันละคน” จะพาทุกคนมาพบกับคุณไอติม เอมลินทร์ ธีรธนากิตติพงษ์ ที่จะมาแชร์ความรู้และชวนคุยกันในหัวข้อ ‘How to build a viral cosmetic brand with LA GLACE’ มาดูกันว่าทำยังไงถึงครองใจคนทั่วโซเชียลได้
จุดเริ่มต้นของ La Glace
ทำตั้งแต่มหาวิทยาลัย ม. กรุงเทพ (Bilingual) เมื่อ 8 ปีที่แล้ว เพราะเกิดมาในครอบครัวปานกลาง ซึ่งต้องบริหารเงินเองตอนเรียนทั้งค่าหอ ค่าซีท ต่างๆ ถึงต้องดิ้นรน โดยถูกฝึกให้หาเงินตั้งแต่เด็ก ต้องหาเงินให้มีชีวิตที่พึ่งตนเองได้ โดยสามารถเรียนพร้อมกับทำงานไปด้วยได้ อย่างเช่นรับทำการบ้านแล้วได้เงิน และเป็นเนตไอดอลในการรีวิว ซึ่งเงินที่ได้ยังไม่พออยู่ดี บางครั้งทำงานกลุ่มต้องใช้งบรวมเป็นหลักแสน จึงต้องช่วยกันจ่ายแต่ก็ติดขัด คุณไอติมมองว่าการเป็น Influencer ไม่ได้ยั่งยืน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหางานทำและมีงานรองรับหลังเรียนจบ จึงเริ่มมองหาสิ่งที่รัก และสังเกตว่าคนรอบข้างมักถามเรื่องอะไร ซึ่งเป็นเรื่อง “เครื่องสำอาง” ดังนั้นจึงขอสูตรจากโรงงานมาขายแล้วขึ้นเป็นแบรนด์ โดยข้อดีคือ “เพราะไม่รู้จึงกล้าที่จะเริ่ม” เพราะมองว่าหากรู้เยอะไปอาจจะไม่กล้าเริ่มก็เป็นได้ โดยเริ่มจากการทำครั้งแรก 5,000 หลอด (ขั้นต่ำของโรงงาน) ขายหมดไม่ถึงเดือนจากการเป็นอินฟลูเอนเซอร์ จากนั้นขึ้นเป็น 20,000 – 30,000 แต่ไม่มีการเก็บข้อมูล และเริ่มมีคนต้องการเป็นตัวแทนจำหน่าย
โดยคุณไอติมได้เล่าว่าทำไมจึงเป็นชื่อ La Glace ซึ่งชื่อนี้เป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่า “ไอติม” และอีกความหมายหนึ่งยังแปลว่า “กระจกและน้ำแข็ง” ซึ่งเมื่อใช้แล้วจะดูสะท้อนโดดเด่นแบบกระจก
อุปสรรคที่เจอ
ต้องจ้างทีมงานทั้งแพคและตอบ แต่อยู่ได้ไม่นานเพียง 5-6 เดือน หลังจากเริ่มเห็นปัญหาแล้วจึงเริ่มอ่านหนังสือในการเป็นผู้นำเพื่อประยุกต์ปรับใช้ เมื่อเริ่มโตแล้วมี EGO จึงเริ่มทำหลายโปรดักส์แต่ไม่ได้เทสตลาด จึงลุยเต็มที่ แล้วโดนโกง เช่นสั่งลิป 100,000 แท่ง แล้วโดนยัดไส้ ทำให้ขาดทุน 20 ล้าน หลังจากทำมา 3 ปี รวมทั้งเมื่อเริ่มขายจาก Base Makeup ที่เป็นกลุ่ม Niche แล้วมีกลุ่มอื่นมาเริ่มใช้จึงเจอรีวิวด้านลบบ้าง ในมุมสินค้าและแบรนดิ้งใน X (Twitter) จนไปถึงเกือบการเลิกทำ หลังจากที่เริ่มทำ YouTube แล้วโตเร็วมาก ดังนั้นเมื่อมีการขยับจะถูกเพ่งเล็งว่า “สินค้านักศึกษา แต่ขายแบบ High Tier”
หลังจากนั้นพักไปประมาณ 5 เดือน ถึงเข้าใจว่า “แค่ใจไม่พอ แต่ต้องเข้าใจการทำการตลาด” จึงศึกษาแบรนด์ที่เจอแบบนี้ แต่ไม่ค่อยมี จึงเริ่มปรับและแก้ไขให้ดีขึ้น ผลักดันให้เป็นแบรนด์ที่เป็น Case ตัวอย่างให้คนไทยในอนาคต
ชีวิตพลิกผันและปรับวิธีคิด
จากการอ่านหนังสือ เรียน Course คุยกับผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ เพราะ “ไม่มีใครสำเร็จได้แบบ One Man Show” จึงเริ่มก่อตั้งทีม ที่ทำกันได้นาน เปลี่ยนจากคน Mindset โลกสวยที่อาจจะทำร้ายคนอื่นโดยไม่รู้ตัว จึงไม่ได้ชมทีมเพราะกลัวทีมเหลิงและรับคนแค่ที่ทำตามสั่งควบคุมได้ กลับมาเริ่มต้นใหม่ที่การหาคนที่มี Entrepreneurship Mindset โดยใช้วิธีเปลี่ยนคำถามสัมภาษณ์กับคนที่มีความสนใจอยากเป็นเจ้าของแบรนด์และแม้บางคนอาจจะอยู่ไม่นาน แต่จะได้เรียนรู้ระบบ โดยคุณไอติทกล่าวไว้ว่า “คำถามอาจจะเหมือนเดิมแต่มองหาคำตอบที่เปลี่ยนไป”
นำไปสู่การโตจาก 40 เป็น 400 ล้าน (10 เท่าหรือ 1000%) แก้ไขจุดอ่อน และสื่อสารกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ และ Real Users ที่เป็นแฟนพันธ์แท้ ร่วมกันทำทดลองสินค้ากับกลุ่มเล็กๆ ทำแบรนด์ให้น่าจดจำและแตกต่าง คือรองพื้นแบบเบาบางที่สุด เพื่อเจาะกลุ่ม Niche และ Brush on สีชมพู (นางนพมาศ) เริ่มยังไม่มีคนสนใจ แต่เมื่อมีคนใช้จึงกลายเป็นคอนเทนต์ เริ่มได้ใจเด็กมัธยมจากการสร้างแรงบันดาลใจจากคอนเทนต์ช่อง YouTube
เป้าหมายหลักและเป้าหมายในอนาคต
La Glace คือ คนที่รักความสวยงาม แต่เป้าหมายหลักยังเป็น ม.ต้น – ม.ปลาย – มหาวิทยาลัย – First Jobber ส่วนเป้าหมายที่ยังไม่ถึง คุณไอติมเล่าว่าคือ ต้องการเป็น Brand อันดับหนึ่งที่คนต่างชาติจะมาซื้อ เพื่อชู GDP ประเทศไทย และช่วยต่อฝันให้ทีมงาน สร้างให้เป็น “แบรนด์ที่ทำให้คนไทยภูมิใจ” หลังจากเริ่มเข้าสู่คนที่ประสบความสำเร็จ จึงเป็นแรงผลักดันให้ยังไปต่อ เป็นการเติมไฟเพิ่มพลังใจ
ซึ่งความรู้สึกกับ 10 ล้านแรก คุณไอติมเล่าว่า “รู้สึกเครียดเพราะกลัวจะหลุดลอยไป และต้องการเก็บให้มากที่สุด ใช้เงินลงไปกับธุรกิจ แต่สิ่งดีคือการไม่ซื้อของที่ฟุ่มเฟือย” และเมื่อถึง 400 ล้าน จึงรู้สึกเจอจุด และให้โบนัสทีมงาน 12 เดือน ที่อยากทำให้ชีวิตทีมงานดีขึ้น โดยยอดขายปีล่าสุด ยังไม่ได้เร่งให้ถึง 1,000 ล้าน เพราะนำไปสร้างระบบ ค่อยๆ เป็นค่อย ไป
ความท้าทายในก้าวต่อไป
ทาง La Glace จะมองหาคนที่เก่งที่มาช่วยยกระดับไปด้วยกัน การแข่งขันที่รุนแรงกับไม่ใช่แค่ไทย แต่ไปแข่งในระดับเอเชีย (จีน, เกาหลี) อยากจะเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนไปมากขึ้น ที่มองว่าไม่ใช่ความเครียดแต่คือโอกาส เพราะมีประสบการณ์ในการจัดการที่ดี และบริหาร ดั่งคำกล่าวที่ว่า “What doesn’t kill you, makes you stronger”
คุณไอติมจึงเริ่มอธิบายเกี่ยวกับการเทสตลาดของ La Glace ว่าเริ่มจากเทสกับภายใน และเฉพาะกลุ่มเล็กก่อน โดยพยายามหาสิ่งใหม่ แล้วเริ่มจากเล็กๆ ก่อน (เช่น เริ่ม 12,000 ชิ้นซึ่งเป็นขั้นต่ำผลิตของโรงงาน) ด้วย Agile Mindset โดย Product Hero ของ La Glace หลักๆ 2 ตัวคือ
Brush On ดำ ขายได้ล้านตลับ
คอนซีลเลอร์ ขายได้ 1.2 ล้านตลับเพราะขายที่ 7-11
เพราะ “การขายของด้วย Emotional มากกว่า Functional จึงทำให้สนุก” โดยจะไม่เน้นการเปิดโรงงานแต่จะมุ่งทำแบรนด์ให้ดีเพราะมองว่าอาจจะไม่ถนัด และในอนาคต La Glace มองว่าเครื่องดื่มที่มีความเกร๋และเครื่องแสดงฐานะ น่าจะคุม Cost และความหลากหลาย รวมทั้งควบคุมได้มากกว่า (แต่ยังไม่ทำตอนนี้ เพราะจะโฟกัสที่เครื่องสำอางค์เป็นหลัก) สำหรับการส่งไปขายจีนอาจจะยังไม่ใช่แผนตอนนี้ ต้องขอศึกษาเพิ่มเติมก่อน คุณไอติมยังได้เล่าถึงโมเม้นเอาเงินไปให้คุณแม่ ว่า “ปกติคอยให้เงินมาโดยตลอดตั้งแต่ตอนเรียน ซึ่งมีความภูมิใจและยังคอยแนะนำด้วยความเป็นห่วง” แต่ขออย่าให้บอกให้เลิก และหยุดฝัน
ชีวิตประจำวันของคุณไอติม
ตื่นสายแต่ทำงานดึก จีงอยากจะปรับให้ดีขึ้น ใช้ชีวิตแบบราบเรียบ เช่น “ตื่น – ฟัดหมาแมว – ทำงาน – นอน” และหากคิดภาพตัวเองตอนอายุ 35 เป็นแบรนด์อันดับ 1 ของไทย อยากให้ขยายไปหลายประเทศ ทีมงานมีเงินพอ เริ่มดูการช่วยแบรนด์เล็ก การเข้าตลาดหุ้นอาจจะไม่ใช่คำตอบ และอาจจะมีลูก คุณไอติมได้ทิ้งท้ายไว้ว่า “ตรรกะจะทำให้ทะยานจากจุด A สู่จุด B แต่ความฝันและ Passion จะทำให้ไปไกลให้ทะลุโลก”
เกี่ยวกับ LA GLACE
LA GLACE เป็นแบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำของ Gen MZ ในประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 โดยมีเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพสินค้าและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ความงามที่ดีที่สุดในราคาที่เข้าถึงได้ แบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเลย ทั้งลิปสติก บลัชออน คอนซีลเลอร์ อายไลน์เนอร์ และอื่นๆ ที่เหมาะสำหรับทั้งผู้ที่เริ่มต้นแต่งหน้าและผู้ที่มีประสบการณ์
ดูย้อนหลัง การตลาดวันละคน ‘How to build a viral cosmetic brand with LA GLACE’ ที่
VIDEO