รายการ “การตลาดวันละคน” ครั้งนี้จะมาสัมภาษณ์ ผศ.ดร.เอกก์ หรือ อาจารย์เอกก์ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย อัจฉริยะการตลาดที่หลายคนรู้จักกันดี คุยเรื่อง Thai Marketing Trends 2026 เทรนด์การตลาดไทยในปีนี้ควรเป็นอย่างไร ท่ามกลางวิกฤตรอบด้าน ทั้งจากในประเทศและต่างประเทศที่ควบคุมไม่ได้ ลองไปอ่านกัน
การเป็นนายกสมาคมต้องทำอะไรบ้าง
จุดประสงค์หลักมี 2 ข้อ คือการดูแลการตลาด ความรู้ใหม่ให้คนได้อัพเดตความรู้ รวมไปถึงเรื่องของจริยธรรมการตลาด และดูแลนักการตลาด เช่น JMAT น้องๆ ที่กำลังจะมาเป็นนักการตลาด เป็นยุวสมาชิก หรือการให้ทุนผ่านมูลนิธิเพื่อการศึกษาด้านการตลาด ปัจจุบันทำมาหลาย 10 ปี มีมากกว่า 100 คนที่กลายเป็นนักการตลาดำลังสำคัญของประเทศ ณ ปัจจุบัน
นักศึกษาปัจจุบันจะมีการคุยกัน แต่หากเป็นสิ่งที่เขาสนใจจะตั้งใจทันที
สอนเด็กยังไง
ชม. แรก จะไม่เน้นสอน จะเน้นคุยและโยนไอเดียกัน โดยใช้ประโยชน์จากการที่เด็กต้องการแสดงความคิดเห็นและอย่าไปตัดสิน กลายเป็นครูเองที่เป็นคนเรียนจะสิ่งเหล่านี้ ซึ่งเทียบได้กับตัวแทนลูกค้าซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ ยกตัวอย่างการถ่ายรูปที่ผู้ใหญ่ยกนิ้วมือ ขณะที่เด็กรุ่นใหม่ทำท่า Six-Seven
นอกจากเรื่องนี้ ยังจะมีการเน้นโครงการ Train the Trainer ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่ต้องมาเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อ Upskill และ Reskill
การเข้ามาของ AI
ลงทุนใน AI เพื่อได้เรียนรู้ เช่นการลองให้ตรวจข้อสอบและเทียบกับการตรวจด้วยมือตามไสตล์ของนักวิชาการ พบว่า 90% ไปในทิศทางเดียวกัน ภายใน 2 นาที แต่ถ้าเป็นคนต้องใช้เวลาตรวจถึง 2 วัน แต่แม้จะเร็วเพียงใดก็ยังแนะนำว่า
“ควรใช้ AI เป็น Team ไม่ใช่เป็น Tool”
ให้คิดว่าเป็นคนหนึ่งในทีม ให้สามารถวิจารย์ได้ มากกว่าแค่ทำแค่งานประจำวันทั่วไป
เด็ก ป.โท ใช้ AI สร้าง Slide มานำเสนอ พูดไปโดยไม่เข้าใจว่าพูดเรื่องอะไรอยู่ สามารถใช้ได้แต่ห้ามอ้าง AI ต้องรับผิดชอบโดยตัวเอง ดังนั้นต้องตรวจสอบโดย AI โดยปัจจุบันมีนักศึกษามากมายที่ถูกไล่ออกเพราะใช้ AI โดยไม่ตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นการลอกแคมเปญการตลาด
ทิศทางการตลาดจะเป็นอย่างไร
กำลังเข้าสู่ยุค Low Cost Marketing อย่างแท้จริง ซึ่งหากทำได้ดีจะมีประสิทธิภาพ เช่นแคมเปญของช้างดาวในกระแสของ Audemars Piguet x Swatch รุ่น “Royal Pop” ทำให้มีคนแชร์กันเป็นจำนวนมาก โดยที่ต้นทุนอยู่ที่วิธีคิดสร้างสรรค์ จากคุณจั๊ก ความคิดสร้างสรรค์อย่งไรก็ไม่ตาย ในขณะที่คนส่วนใหญ่มักเชื่อ AI และคำตอบแรกๆ ซึ่งกำลังทำในความจำของคนสั้นลงและฝ่อลงเรื่อยๆ เหมือนเมื่อก่อนที่จำตัวเลขเบอร์โทรได้ 9 หลัก แต่ปัจจุบันจำแทยไม่ได้
การทำ Market Testing กับ AI ที่จะทำให้ได้เร็วมากยิ่งขึ้น ในอดีตมีราคาสูงจึงเก็บไว้ทำทีหลัก แต่ปัจจุบันสมมุติ AI เป็นลูกค้ากลุ่มเป้าหมายก่อนไปทำกับลูกค้าจริงได้ เพื่อทดสอบไอเดียกับสินค้าใหม่ได้ แล้วขั้นต่อไปให้ช่วยคิดด้านกลยุทธ์ที่มาช่วยเติมเต็ม
ทำไมการใช้ AI ช่วยในงานเขียนจึงยังจำเป็นต้องใช้มนุษย์
AI ยังไม่มีอารมณ์ร่วม ทั้งตลกและขบขัน แม้จะมี Sense ที่ดีขึ้นแต่ยังไม่สุด ทำให้มนุษย์ยังคงจำเป็น และพฤติกรรมปัจจุบันคนถาม AI มากกว่า Google จึงถูกปรับจาก SEO ไปสู่ GEO
Journey ที่เปลี่ยนไปจะส่งผลอย่างไรกับนักการตลาดไทย
ในวันที่ AI เริ่มกลายเป็น Main Stream หน้าที่ของนักการตลาดไทยคือต้องเริ่มเข้าใจ Customer Journey ใหม่ให้เจอและไปอยู่ตรงนั้น เลือกใช้เครื่องมือให้ถูกต้อง เช่น ลำโพงอัจจริยะจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเหมือนที่ต่างประเทศเริ่มใช้ (Alexa) ที่คนอาจจะจำแบรนด์ไม่ได้ สุดท้ายสิ่งที่คนอยากได้ในราคาถูก ผลคือสินค้านั้นมาจากเจ้าของลำโพงอย่าง Amazon นั้นเอง ดังนั้นแบรนด์ที่ทำ Ecosystem ได้ครบจะสร้างแต้มต่อได้ดี เรื่องของแบรนด์จึงกลับมามีส่วนสำคัญมากขึ้น
บทบาทกับไปรษณีย์ไทย
จากอายุ 143 ปี แต่คิดและลงมือทำให้เหมือนกับแบรนด์ 14 ปี ที่เน้นความเชื่อมั่นเชื่อใจซึ่งเหนือกว่า AI เช่น บุรุษไปรษณีย์ยังคงได้รับการยอมรับเหมือนเพื่อนบ้านที่แสนดี โดยไปรษณีย์ไม่ได้เน้นสร้างรายได้อย่างเดียว แต่อยากทำให้สังคมดีขึ้น เช่นช่วยนำสินค้าของดีในชุมชนมาช่วยขายในแพลตฟอร์มแบบไม่คิดค่า GP หรือการร่วมงานกับน้ำแร่ Sixty Degree ที่ให้บุุรษไปรษณีย์ช่วยขายและส่งผ่านไปรษณีย์ที่ทำตัวเป็น Channel ที่คิดเพียงค่าส่ง เพราะรู้จักแต่ละบ้านเป็นอย่างดี
DID เป็นส่วนยกระดับของ Postal ID ซึ่งปัญหาของพื้นที่ 5 หลักไม่สามารถบอกได้ว่าแต่ละบุคคลอยู่ไหน ซึ่งต่อไปไม่ต้องเขียนข้อมูลที่อยู่ แต่เป็นข้อมูลตัวเลข 6 หลักก็สามารถรับของได้เลย ตอนนี้เริ่มมีการใช้แล้วบางส่วน เพราะการเขียนที่อยู่นั้นมีความไม่ปลอดภัยอยู่เช่นกัน การทำในลักษณะนี้จะใช้ร่วมกับขนส่งเจ้าอื่นๆ ได้อีกด้วย โดยรหัสนี้จะได้ใช้ไปตลอดชีวิต แล้วจะสามารถต่อยอดให้ชีวิตได้ดียิ่งขึ้น เช่น หมู่บ้านนี้สั่งขนมหวานเยอะ ข้อมูลนี้สามารถทำงานร่วมกับ สธ. ได้เพื่อส่งคนไปแนะนำเรื่องเบาหวานเพื่อการดูแลสุขภาพ
การแก้ปัญหาเซ็นรับของ จึงคิดถึงระบบที่ใช้รหัส 4 หลักที่สามารถยืนยันว่ายอมรับ มีชื่อว่า “PromptPost” ที่ช่วยให้ชีวิตด้านเอกสารดีขึ้นไม่ต่างจาก PromptPay ที่ช่วยให้ชีวิตด้านการเงินดีขึ้น ซึ่งถูกตามหลักกฎหมายแบบที่ช่วยประหยัดเวลา เพื่อไปต่อยอดในอนาคตได้อีกหลายด้านมากมาย ปัจจุบันทดสอบกับทางมหาวิทยาลัย ในการให้นักศึกษาจบลองส่ง Transcript โดยในเดือนมิถุนายนจะมีการให้คนได้เริ่มใช้มากขึ้น ผ่านการโหวตผลโลกโดยระบบนี้แทนการเขียนไปรษณียบัตรทีละใบ เปลี่ยนจาก Manual สู่ Automatic ถือว่าเป็นการลดต้นทุนได้อีกด้วยที่นับเป็นการรักษ์โลก และคืนประโยชน์ให้กับลูกค้า นอกจากนี้ยังมีบริการ “ฝากเป๋ากับไปรย์” ที่ขื่อ “Travel Lite by Thailand Post” ที่พร้อมอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวได้เปิดประสบการณ์เดินทางแบบตัวปลิว ไม่ต้องห่วงสัมภาระสบายใจได้ทุกเส้นทาง โดยสามารถฝากเก็บและรับ-ส่งกระเป๋าสัมภาระกับไปรษณีย์ไทย
จุดที่สร้างความแตกต่าง
คนไปรษณีย์มีอาวุธลับอย่างหนึ่งคือ โรงเรียนการไปรษณีย์ ซึ่งทุกคนที่จะทำงานต้องได้รับประกาศนียบัตรเพื่อได้รับการรับรองคุณภาพในการให้บริการแบบมีมาตรฐาน กลายเป็นวัฒนธรรมที่สร้างให้วัฒนธรรมองค์กรเข้มแข็ง สร้างความภูมิใจในการทำงาน
เทรนด์การตลาดที่กำลังจะมา
ในวันนี้เทรนด์ Sustainability “การตลาดดำรงอยู่” กำลังจะจบไป ดังนั้นเรื่องใหม่ที่จะมาคือ Regenerative Marketing “การตลาดฟื้นฟู” ที่จะมาให้โลกกลับมาดีขึ้น เช่นใช้วัชพืชมาทำเป็น Packaging ยิ่งลดอัตรายต่อผลิตภัณฑ์การเกษตร ดังนั้นต้องย้อนกลับไปที่เรื่องความคิดสร้างสรรค์ที่ลดต้นทุนและสร้างแต้มต่อ ทำก่อนและทำได้ดีกว่าจะกลายเป็นผู้ชนะของวันพรุ่งนี้
ทางไปรษณีย์ได้มีการเริ่มทำ จากปัญหาที่กล่องไปรษณีย์ล้นบ้าน ให้บุรุษไปรษณย์ไปขอกล่องคืน นำไปให้ SCGP มาทำเป็นเยื้อแล้วไปแปลงเป็นโต๊ะนักเรียนให้กับโรงเรียนที่คาดแคลนทั่วประเทศ ได้ประโยชน์ในทุกๆ มุม ในช่วง COVID-19 เอากล่องมาเป็นเตียงสนามและนำมาทำลายหลังใช้เสร็จ เรียก “ไปรษณีย์ Rebox” ส่งผลให้คว้า Marketing Award of Thailand 2021 ถึง 3 รางวัล
“ส่งความสัมพันธ์ สู่ ความสำเร็จ”
ด้วย Relationship Marketing
สรุป การตลาดวันละคน EP84 Thai Marketing Trends 2026 กับ อาจารย์เอกก์ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย
VIDEO