Digital Marketing 2025 เจาะลึก 7 ช่องทางที่คนไทยใช้ค้นหาข้อมูลแบรนด์และมีโอกาสจะนำไปสู่ Conversion

ในยุคที่ข่าวสารและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความท้าทายที่สำคัญที่สุดของ Digital Marketing 2025 อาจไม่ใช่แค่การไล่ตามเทรนด์ให้ทัน แต่คือการกลับไปตอบคำถามพื้นฐานที่ว่า ท่ามกลางข้อมูลมหาศาลนี้… ลูกค้าของเราใช้ช่องทางไหนในการค้นหาข้อมูลและตัดสินใจซื้อกันแน่?

ล่าสุด ผมได้เห็นข้อมูลที่น่าสนใจจากรายงาน Digital 2025: Thailand ซึ่งได้แสดงให้เห็นพฤติกรรมของคนไทยไว้อย่างชัดเจน โดยได้เปิดเผยช่องทางออนไลน์หลักที่คนไทยนิยมใช้ในการค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวกับแบรนด์มากและเป็นช่องทางที่มีโอกาสจะนำไปสู่ Conversion ได้ โดยผมได้เลือก 7 ช่องทางที่นิยมมาซึ่งประกอบไปด้วย:

  1. Search Engines
  2. Mobile Apps
  3. Social Networks
  4. Product & Brand Websites
  5. Consumer Reviews
  6. Price Comparison Sites
  7. Discount Voucher Sites

ในบทความนี้ ผมจะพาทุกคนไปเจาะลึกในแต่ละช่องทาง เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่ซ่อนอยู่ และสำรวจทิศทางที่แบรนด์ควรปรับตัวอย่างไร ในการทำ Digital Marketing 2025 นี้ เพื่อเปลี่ยนคนที่แค่ ‘สนใจ’ ให้กลายเป็น ‘ลูกค้า’ ให้ได้ในท้ายที่สุดครับ


ต้องยอมรับว่า Search Engines ยังคงเป็นประตูบานแรกที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่เลือกใช้ แต่พฤติกรรมการ “ค้นหา” ได้เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิงครับ ปัจจุบันช่องการ Search ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บน Google แต่ยังขยายไปยัง Social Media และได้รับอิทธิพลอย่างสูงจาก AI ทำให้แบรนด์ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับพฤติกรรมใหม่ ๆ เหล่านี้ด้วย

หัวใจของการเปลี่ยนแปลงที่ผมมองว่าสำคัญมาก คือการที่ผู้คนไม่ได้ค้นหาด้วยคีย์เวิร์ดสั้น ๆ อีกต่อไป แต่หันมาใช้ประโยคที่เป็นธรรมชาติเหมือนการพูดคุยมากขึ้น ขณะเดียวกัน การมาของ AI Overviews ที่ให้คำตอบโดยตรงบนหน้าผลการค้นหา ก็ได้เข้ามาท้าทายการทำ SEO แบบดั้งเดิมอย่างจัง

  • Social Search แซงหน้า: ในกลุ่ม Gen Z ของไทย 55% เริ่มต้นการค้นหาข้อมูลบน Social Media ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าการใช้ Search Engine แบบเดิม 49% (จาก dataxet:infoquest)
  • Voice Search เติบโต: 15.5% ของคนไทย เริ่มคุ้นชินกับการใช้คำสั่งเสียงในการค้นหา ซึ่งผลักดันให้รูปแบบการค้นหากลายเป็นประโยคยาวและเป็นธรรมชาติขึ้น (จาก DataReportal)
  • ยุคแห่ง Zero-Click: การค้นหาแบบไม่คลิกเข้าเว็บไซต์ (Zero-Click Searches) มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 27.2% ทั่วโลก ทำให้การปรากฏตัวในคำตอบของ AI กลายเป็นเป้าหมายใหม่ที่สำคัญอย่างยิ่ง (จาก Search Engine Land)

ดังนั้น การทำ SEO จึงไม่ใช่แค่การทำเพื่อติดอันดับบน Google เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ต้องเปลี่ยนเป็นการสร้าง “Helpful Content” ที่มีคุณภาพสูงและตอบโจทย์ผู้ใช้จริง ๆ พร้อมปรับกลยุทธ์ให้เป็นแบบ Omni-Channel SEO นั่นคือการทำให้แบรนด์ของเราถูกค้นพบได้ในทุกที่ที่ลูกค้าอยู่ ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย, YouTube, หรือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ เพื่อให้พร้อมรับมือกับยุคที่ AI กลายเป็นผู้ให้คำตอบครับ

2. Mobile Apps: สงครามระหว่าง E-commerce Platform กับ Brand App

แอปพลิเคชันบนมือถือคืออีกหนึ่งช่องทางที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดของแบรนด์เลยก็ว่าได้ ซึ่งผมมองว่าแบ่งออกเป็นสองสมรภูมิหลักที่แบรนด์ต้องทำความเข้าใจให้ดี คือ แอป E-commerce ที่เปรียบเสมือน ‘ห้างสรรพสินค้าดิจิทัล’ และแอปของแบรนด์เอง (Brand-owned App) ที่ทำหน้าที่เหมือน ‘ร้านประจำ’ ที่คอยสร้างความภักดีในระยะยาว

2.1 E-commerce Apps สมรภูมิแห่งการเข้าถึงและเปรียบเทียบ

สำหรับผู้บริโภคจำนวนมาก ช่องค้นหาในแอป E-commerce คือจุดเริ่มต้นแรกเมื่อต้องการซื้อสินค้า พวกเขาใช้มันเพื่อค้นหา เปรียบเทียบราคา อ่านรีวิว และเข้าไปยังหน้าร้านของแบรนด์โดยตรง (Official Store) เพื่อสร้างความมั่นใจ นี่คือสนามที่เน้นการมองเห็น (Visibility) และการแข่งขันด้านราคาและโปรโมชันเป็นหลัก

  • E-commerce คือสนามหลัก: ในปี 2567-2568 ผู้บริโภคชาวไทยยังคงนิยมใช้ Shopee 75% และ Lazada 67% อย่างแพร่หลาย และที่น่าจับตาก็คือ TikTok 51% ที่กำลังไล่ตามมาติด ๆ (จาก Nation Thailand)
  • พฤติกรรมชัดเจน: พฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์ในปัจจุบัน 85% เกิดขึ้นผ่านโทรศัพท์มือถือ และผู้บริโภคกว่า 48% มีความถี่ในการช้อปออนไลน์ 2-3 ครั้งต่อเดือน (จาก Deeboon)

2.2 Brand-owned Apps จากลูกค้าขาจรสู่ Brand Loyalist

ในทางกลับกัน การมีแอปพลิเคชันของแบรนด์ตัวเอง เปรียบเสมือนการสร้าง “Flagship Store” ที่แบรนด์เป็นเจ้าของ 100% เพื่อเปลี่ยนลูกค้าขาจรให้กลายเป็นลูกค้าประจำผู้ภักดี โดยมีหัวใจสำคัญคือการสร้างความสัมพันธ์โดยตรงและมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าผ่านระบบสมาชิก , ข้อเสนอสุดพิเศษ , และการสั่งซื้อโดยตรง ซึ่งเหมาะมากสำหรับแบรนด์ที่มีความถี่ในการซื้อซ้ำสูง เช่น ร้านกาแฟ ร้านอาหาร หรือร้านค้าปลีกครับ

จุดนี้คือการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์แล้วครับว่าเราจะ “เช่าพื้นที่” หรือ “สร้างบ้านของตัวเอง” แบรนด์จำเป็นต้องยึดหัวหาดบน E-commerce Marketplace เพื่อสร้างการเข้าถึงในวงกว้าง ควบคู่ไปกับการพิจารณาสร้างแอปของตนเองเพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว, เก็บข้อมูลลูกค้าโดยตรง (First-party data) และมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าคนสำคัญ

3. Social Media: จาก Content Discovery สู่ Social Commerce

โซเชียลมิเดียหรือ เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ทรงพลังมากครับ เพราะมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างจากการค้นหาแบบอื่นโดยสิ้นเชิงครับ คือผู้บริโภคไม่ได้ “ตั้งใจ” เข้ามาเพื่อค้นหาข้อมูลแบรนด์โดยตรง แต่แบรนด์ต่างหากที่ “ปรากฏ” ขึ้นมาระหว่างที่พวกเขาใช้ชีวิตประจำวัน

Digital Marketing 2025

การค้นหาบนโซเชียลมีเดียจึงเป็นเรื่องของ “การค้นพบโดยบังเอิญ” (Accidental Discovery) ที่เกิดขึ้นจากการไถฟีด, ดูสตอรี่, หรือติดตามชีวิตของ Influencer ที่พวกเขาชื่นชอบ

หัวใจสำคัญที่ผมอยากเน้นคือการเติบโตของ Social Commerce ที่เส้นแบ่งระหว่างการเสพคอนเทนต์และการช้อปปิ้งได้เลือนหายไปโดยสิ้นเชิง แพลตฟอร์มอย่าง TikTok Shop หรือ Instagram Shopping ได้เปลี่ยนแอปโซเชียลให้กลายเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่ผู้ใช้สามารถกดซื้อสินค้าที่เพิ่งค้นพบได้ทันที

  • แพลตฟอร์มยอดนิยม: ข้อมูลล่าสุดในปี 2567-2568 บอกว่าคนไทยยังคงใช้งาน Facebook 91.5% และ LINE 90.7% ตามมาด้วย TikTok 83.5% และ Instagram 76% (จาก DataReportal)
  • อิทธิพลของอินฟลูเอนเซอร์: 74% ของนักการตลาดในไทย มองว่า Influencer Marketing มีประสิทธิภาพในการสร้างยอดขาย (จาก AnyMind Group)

ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงบนโซเชียลมิเดีย ก็ทำให้แบรนด์ต้องเปลี่ยนบทบาทจากการเป็น “ผู้โฆษณา” มาเป็น “ผู้สร้างสรรค์” (Creator) ที่เน้นการทำคอนเทนต์ที่มีคุณค่าและเข้ากับวัฒนธรรมของแต่ละแพลตฟอร์ม แบรนด์ต้องหันมาโอบรับเศรษฐกิจของเหล่าครีเอเตอร์ (Creator Economy) และสร้างประสบการณ์ Social Commerce ที่ไร้รอยต่อ เพื่อเปลี่ยนผู้ที่ค้นพบเราโดยบังเอิญให้กลายเป็นลูกค้าได้อย่างรวดเร็วที่สุดครับ

4. Brand Websites: Digital Flagship Store ยุค Direct-to-Consumer

ผมมองว่าเว็บไซต์เปรียบเสมือน ‘บ้านหลัก’ ที่เป็นรากฐานสำคัญและเป็นช่องทางที่ผู้บริโภคจำนวนมากใช้เพื่อยืนยันข้อมูลให้มั่นใจเป็นครั้งสุดท้าย ในยุคที่ข้อมูลล้น เว็บไซต์ทางการคือแหล่งข้อมูลที่จริงแท้และน่าเชื่อถือที่สุด (Single Source of Truth) ที่แบรนด์สามารถควบคุมได้ 100%

Digital Marketing 2025

เว็บไซต์ยังเป็นพื้นที่เดียวที่แบรนด์สามารถบอกเล่าเรื่องราวและควบคุมประสบการณ์ได้ทั้งหมด ตั้งแต่การออกแบบ, การใช้ภาษา, ไปจนถึงการนำเสนอวิสัยทัศน์ผ่านหน้า “เกี่ยวกับเรา” (About Us) ซึ่งช่วยสร้างความผูกพันทางอารมณ์ที่ลึกซึ้งกว่า อีกทั้งยังเป็นช่องทางหลักของกลยุทธ์ Direct-to-Consumer (D2C) ที่มาแรงมากในยุคนี้ด้วยครับ

  • ความไว้วางใจคือหัวใจสำคัญ: ผลสำรวจทั่วโลก บกว่าว่า ความสามารถในการไว้วางใจแบรนด์ (Brand Trust) เป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ ในการตัดสินใจซื้อ (จาก Edelman Trust Barometer)
  • ความคาดหวังของผู้บริโภค: ผู้บริโภคในปัจจุบันคาดหวังว่าเว็บไซต์ที่ดีต้อง ใช้งานง่าย 88%, โหลดเร็ว 85%, และ ให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ที่ละเอียด 85% (จาก HubSpot)

ดังนั้นแบรนด์ไหนที่อยากจะมีเว็บไซต์ก็ต้องต้องลงทุนทำให้ดีครับ เพราะเว็บไซต์ต้องทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนที่สุด บอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ได้อย่างสมบูรณ์ และมอบประสบการณ์ใช้งานที่ยอดเยี่ยม เพื่อตอกย้ำความเป็นมืออาชีพและสร้างความน่าเชื่อถือในระยะยาวนั่นเอง

5. Consumer Reviews: Social Proof Engine ที่ขับเคลื่อนการตัดสินใจ

ถ้า Social Media คือการทำให้คนที่ไม่รู้จักได้มารู้จัก Consumer Reviews ก็คือการทำให้คนที่รู้จักแล้วตัดสินใจซื้อได้อย่างมั่นใจครับ ช่องทางนี้ขับเคลื่อนด้วย Social Proof ที่ทรงพลัง มันdHช่วยลดความเสี่ยงในการตัดสินใจซื้อที่ผิดพลาด และมักจะตอบคำถามในความเป็นจริงที่แบรนด์อาจไม่ได้บอกไว้

Digital Marketing 2025

ทุกวันนี้ การรีวิวได้แทรกซึมอยู่ในทุกขั้นตอนการเดินทางของลูกค้า ตั้งแต่รีวิวบน E-commerce, รีวิวบนแพลตฟอร์มเฉพาะทางอย่าง Wongnai หรือ Agoda, ไปจนถึงรีวิวบน Google Maps และคอมเมนต์ต่าง ๆ ในโซเชียลมีเดีย

  • ความไว้วางใจคือกุญแจสำคัญ: สถิติทั่วโลกยืนยันว่า 49% ของผู้บริโภค เชื่อรีวิวออนไลน์มากเท่ากับคำแนะนำจากเพื่อนหรือคนในครอบครัว (จาก BusinessDasher)
  • รีวิวมีผลต่อการตัดสินใจโดยตรง: ผลสำรวจพบว่า เกือบทุกคน 93% ยอมรับว่ารีวิวออนไลน์มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของพวกเขา (จาก Exploding Topics) 
  • การตอบกลับคือสิ่งสำคัญ: 89% ของผู้บริโภค อ่านการตอบกลับของแบรนด์ต่อรีวิวต่าง ๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจ (จาก gominga) 

แบรนด์จึงไม่ควรหลีกเลี่ยงเสียงวิจารณ์ แต่ต้องบริหารจัดการชื่อเสียง (Reputation Management) อย่างโปร่งใส ผมมองว่าทุกเสียงสะท้อนจากลูกค้าคือข้อมูลเชิงลึกทางการตลาดที่ประเมินค่าไม่ได้ และการเข้าไปตอบสนองต่อรีวิวต่าง ๆ (โดยเฉพาะเชิงลบ) อย่างมืออาชีพ คือโอกาสในการสร้างความไว้วางใจและแสดงความใส่ใจที่ทรงพลังที่สุดครับ

6. Price Comparison Sites: ศึกแห่งความคุ้มค่าและ Value Positioning

Digital Marketing 2025

เว็บไซต์เปรียบเทียบราคาสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการจับจ่ายแบบ “ฉลาดซื้อ” และความอ่อนไหวต่อราคา (Price-Sensitive) ของผู้บริโภคชาวไทยได้เป็นอย่างดีเลยครับ ช่องทางนี้เปรียบเสมือน “ที่ปรึกษาส่วนตัว” ที่ช่วยให้พวกเขาประหยัดทั้งเงินและเวลา แถมยังช่วยให้ค้นพบร้านค้าใหม่ ๆ ได้อีกด้วย

  • ราคาคือปัจจัยสำคัญ: ผลสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคไทยในปี 2567-2568 ชี้ว่า ด้วยสภาวะเศรษฐกิจที่สูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยหันมาใส่ใจเรื่อง ความคุ้มค่า (Value for Money) มากขึ้น (จาก NIQ)
  • หมวดหมู่ยอดนิยม: สินค้าที่คนนิยมเปรียบเทียบราคาสูงสุดมักเป็นกลุ่มสินค้าที่มีราคาสูงและมีคุณสมบัติชัดเจน เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์, โทรศัพท์มือถือ, และเครื่องใช้ไฟฟ้า

แนวทางในช่องทางนี้จึงไม่ใช่การลงไปแข่งขันด้านราคาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการบริหารจัดการการรับรู้ด้านราคาและคุณค่าโดยรวม แบรนด์จำเป็นต้องตรวจสอบภาพรวมราคาของตนในตลาดอยู่เสมอ และในขณะเดียวกันก็ต้องชูจุดขายอื่นที่ไม่ใช่ราคาขึ้นมาสื่อสารให้ชัดเจน เช่น การรับประกัน, บริการหลังการขาย, หรือความน่าเชื่อถือของร้านค้าทางการ เพื่อสร้างเหตุผลให้ลูกค้ายอมจ่ายในราคาที่อาจสูงกว่าเล็กน้อยเพื่อแลกกับความสบายใจครับ

7. Discount Voucher Sites: Psychology of Deals ที่เร่งการปิดขายDiscount Voucher Sites ‘ตัวเร่ง’ ที่เปลี่ยนคนลังเลให้เป็นลูกค้า

ช่องทางสุดท้ายคือการตามล่าหาส่วนลดและดีลพิเศษต่าง ๆ ครับ ผมมองว่าช่องทางนี้คือ ‘ตัวเร่ง’ ปฏิกิริยาทางจิตวิทยาที่ขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกของการ “ได้ดีล” ที่ดีกว่าคนอื่น และความกลัวที่จะพลาดโอกาส (FOMO) ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวเร่งสำคัญในการปิดการขาย

Digital Marketing 2025

ทุกวันนี้ “Voucher” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนเว็บไซต์รวมดีลแบบดั้งเดิมอีกต่อไป แต่ได้กระจายตัวและผสมผสานอยู่ในช่องทางต่าง ๆ ที่เราใช้กันทุกวัน ตั้งแต่หน้า “เก็บโค้ด” ในแอป E-commerce, โปรโมชันที่ผูกกับการชำระเงินผ่าน E-wallets และบัตรเครดิต, ไปจนถึงส่วนลดที่แบรนด์มอบให้โดยตรง

แบรนด์ควรมอง “ส่วนลด” เป็นเครื่องมือทางการตลาดเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่การลดราคาไปวัน ๆ แต่ต้องใช้อย่างมีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงเวลาที่ต้องการ, ดึงดูดลูกค้าใหม่, หรือสร้างความภักดีผ่านข้อเสนอสุดพิเศษ แบรนด์ที่สามารถผสานกลยุทธ์ส่วนลดเข้ากับแคมเปญใหญ่ของแพลตฟอร์มและพันธมิตรต่างๆ ได้อย่างลงตัว จะสามารถใช้ประโยชน์จากช่องทางนี้เพื่อปิดการขายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดครับ


สรุป

พอเราเจาะลึกทั้ง 7 ช่องทางนี้แล้ว จะเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้นมากเลยครับว่าหัวใจของ Digital Marketing 2025 คือการทำความเข้าใจเส้นทางการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคที่ไม่ได้เป็นเส้นตรงอีกต่อไป แต่เป็นเครือข่ายที่ซับซ้อนของ Digital Touchpoints

Digital Marketing 2025
AI-Generated by Shutterstock (Prompt: retro-futuristic synthwave scene, a shopper running with multiple shopping bags, leaping from a giant smartphone on the left (yellow screen) toward another giant smartphone on the right (magenta screen); teal background with subtle neon gradient and thin wireframe grid; chrome and translucent Y2K accents; low-angle wide shot; commercial lighting; sharp focus with motion blur on legs and bags)

แม้ทุกช่องทางจะมีเป้าหมายปลายทางร่วมกันคือการเปลี่ยนผู้สนใจให้เป็นลูกค้า (Conversion) แต่บทบาทและหน้าที่หลักของแต่ละช่องทางนั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจน เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมกันในแต่ละช่วงของการตัดสินใจ ดังนี้ครับ

  • กลุ่มสร้างการค้นพบและแรงบันดาลใจ: Social Networks, Search Engines
  • กลุ่มสร้างความน่าเชื่อถือและใช้ยืนยันข้อมูล: Brand Websites, Consumer Reviews
  • กลุ่มพิจารณาด้านความคุ้มค่าและปิดการขาย: Mobile Apps, Price Comparison Sites, Discount Vouchers

ดังนั้น ทิศทางของแบรนด์ที่ต้องการประสบความสำเร็จในยุคนี้ จึงไม่ใช่แค่การมีตัวตนในทุกช่องทาง แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่ไร้รอยต่อ (Seamless Experience) และสอดคล้องกันในทุก ๆ ที่ที่ลูกค้าไปเยือน 

แบรนด์ที่เข้าใจว่าลูกค้าใช้แต่ละช่องทางเพื่ออะไร และสามารถนำเสนอคุณค่าที่ถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม พร้อมทั้งสร้างความไว้วางใจในทุกย่างก้าวของการเดินทางได้นั้น คือแบรนด์ที่จะสามารถเปลี่ยนผู้ที่สนใจให้กลายเป็นลูกค้าตัวจริงได้ในท้ายที่สุดครับ

Source, Source, Source, Source, Source, Source, Source, Source, Source, Source, Source, Source, Source, Source

Marketing Content Creator and Data Insight Researcher

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *