สิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง รถติดนาน ๆ ยังไงคนจะต้องหิวอย่างแน่นอน Burger King จึงปิ๊งไอเดีย ช่วยแก้ปัญหาลูกค้าที่รถติดแหงกคาถนน แต่เกิดอาการหิว จับ Pain Point นี้มาทำเป็นแคมเปญส่งเสริมการตลาดไปซะเลย โดยการออกเป็นแคมเปญที่ชื่อว่า Traffic Jam Whopper
แน่นอนว่าคนหิวไปไหนไม่ได้ เพราะงั้นการส่งเดลิเวอรี่เสิรฟ์ถึงรถจึงเป็นโซลูชันของแคมเปญนี้ ซึ่งหลักการทำงานของแคมเปญนี้จะคล้าย ๆ กับการสั่งเดลิเวอรี่ออนไลน์ผ่านแอปฯ ของ Burger King นั่นเองค่ะ แต่ความพิเศษจะอยู่ตรงที่ Burger King ได้มีการผสมผสานสื่อโฆษณาในรูปแบบต่าง ๆ และ Real-time Data เข้ามาปรับใช้ในแคมเปญ
ทางแบรนด์ได้มีการใช้ข้อมูล Real-time data (ข้อมูลการจราจรและพฤติกรรมของผู้ขับขี่ (ตำแหน่งและความเร็วรถ) ตำแหน่งของป้ายบิลบอร์ด ข้อมูลเกี่ยวกับเวลาที่เหลือบนท้องถนนในการส่ง และอัพเดตสถานะการส่ง) เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมายคนที่หิวตอนรถติดบนท้องถนนและทางด่วนเพื่อส่งอาหารผ่านมอเตอร์ไซค์ โดยระบบใช้ประโยชน์จากการแจ้งเตือนของแอป Burger King และขึ้นข้อความกระตุ้นการสั่งซื้อบนป้าย Digital Billboards ที่ติดตั้งอยู่ตามจุดต่างๆ บนถนนใกล้กับร้าน Burger King
ผลตอบรับของแคมเปญ Traffic Jam Whopper ภายในหนึ่งสัปดาห์ของแคมเปญ ร้านอาหาร Burger King ที่เข้าร่วมมีคำสั่งซื้อแบบเดลิเวอรี่เพิ่มขึ้น 63% ยอดดาวน์โหลดแอปของ Burger King ยังสูงถึง 100,000 ครั้งในหนึ่งเดือน ซึ่งเท่ากับยอดดาวน์โหลดทั้งหมดในปี 2018 จำนวนผู้ดาวน์โหลดแอปของ Burger King ต่อวันเพิ่มขึ้น 44 เท่า ทำให้เป็นแอปฟาสต์ฟู้ดอันดับ 1 ในเม็กซิโกนั่นเองค่ะ
สรุป แคมเปญการตลาด Burger King สร้างยอดขายแบบเสิร์ฟถึงที่ในช่วงรถติด
Ai Generated image by Shutterstock Prompt: Animated character 3D image of a woman is eating a burger sitting in a car with a happy expression, surrounded by traffic jams.
Traffic Jam Whopper แคมเปญการตลาด Burger King อันนี้ทำให้เราได้เห็นว่าแทนที่เราจะมาแก้ปัญหารถติด Burger King กลับพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ไม่รอยอดให้คนมาหาร้าน แต่ร้านบุกไปหาคนเองถึงที่แทน สร้างบริการที่แตกต่างจากความเข้าใจ Pain Point
ใบเตย หรือเรียกว่าเตยก็ได้ค่ะ ทำ Data Research Insight เป็นอาชีพเสริม อาชีพหลักเลี้ยงแมว ทุกบทความเขียนออกมาด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจเพื่อหาเงินเลี้ยงแมวค่ะ😺🫶🏻