เจ้า CI Tag ตัวนี้ถูกฝังอยู่ใต้จาน ทุกจานในร้านเลยค่ะ และจะทำหน้าที่เป็นตัวเช็กข้อมูลว่ามีซูชิวิ่งบนสายพานกี่จาน โต๊ะใดหยิบไปแล้วบ้าง หยิบไปกี่จาน ที่สำคัญคือหากซูชิอยู่ยนสายพาน ร้านจะสามารถรู้ระยะเวลาที่น้องค้างอยู่ได้เลยค่ะ หากจานหมุนไปเกิน 350 เมตรก็จะถูกดีดออกตามในภาพ เพื่อรักษาความสดใหม่
“นอกจากนี้ข้อมูลจาก IC Tag จะส่งเข้าไปที่ระบบ Supply Instructions System ในครัว เพื่อวิเคราะห์และทำนายล่วงหน้าได้ว่า ตอนนี้เมนูไหนขายดี ต้องส่งไปเพิ่มในสายพานกี่จาน รวมไปถึงการเดาลูกค้าว่าถ้ากินซูชิอย่างนึงแล้ว คำต่อไปควรจะเป็นหน้าอะไร “
คุณเต่ายังวิเคราะห์ไว้เพิ่มเติมอีกว่า “ซึ่งด้วยจำนวนซูชิที่ Sushiro ขายได้รวมกันหลายล้านจานในแต่ละปี ข้อมูลที่ได้จาก IC ใต้จานนั้นมหาศาลเป็น big data ของแท้ infrastructure ที่รองรับข้อมูลนี้ เป็นของค่าย Amazon Web Service นี่เอง“
ถือเป็นการใช้ Tech เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้นที่นุ่นหยิบมาเล่า เชื่อว่าหลังบ้านยังมีอะไรเจ๋ง ๆ เกี่ยวกับการบริหารและขนส่งวัตถุดิบที่แข็งแกร่งของ Sushiro ที่เรามองไม่เห็นอีกแน่นอน เชื่อว่านักการตลาดคงมองภาพการใช้ Big data จากเทคที่ปรับใช้กับอุปกรณ์ภายในร้าน เพื่ออำนวยความสะดวกแก่การบริหาร ให้มีความยิ่งยืน จนขึ้นเป็น No.1 ในญี่ปุ่นได้
และอย่างที่เราทราบกันว่าความเจ๋งของ IC Tag ที่จะเป็นตัวสำคัญ รวบรวม Big Data ให้แก่ร้าน ส่งข้อมูลเข้าไปที่ระบบ Supply Instructions System ในครัวเพื่อวิเคราะห์เมนูให้พ่อครัวล่วงหน้า ไม่แค่ลด Food waste ที่เป็นตัวลดกำไรให้ธุรกิจร้านอาหาร แต่ยังทำให้อาหารบนสายพานตรงใจคนกินโดยยึดหลักความสดใหม่ของวัตถุดิบค่ะ
หวังว่าทุกคนจะสนุกกับ Case Study จาก SUSHIRO ในวันนี้นะคะ บทความหน้าอยากอ่านแบรนด์ไหนแวะมาแปะกันในคอมเมนต์ได้เลยน้า
นุ่น,
Business Data Research & Analyst Specialist | MarTech Aficionado
With 6 years of experience in Social Data Research, I specialize in analyzing and listening to customer sentiments across all social media platforms for both governmental and business sector clients.
Personal trick: K-POP is my driving force.