ถ้าให้พูดถึงเครื่องดื่มชูกำลังที่มียอดขายถล่มทลายหลายหมื่นล้านกระป๋องทั่วโลก Red Bull น่าจะเป็นชื่อแรก ๆ ที่ทุกคนนึกถึงใช่มั้ยครับ แต่สิ่งหนึ่งที่โคตรจะน่าทึ่งของแบรนด์นี้คือ พวกเขาแทบจะไม่เคยทำโฆษณาเพื่อ ขายเครื่องดื่มชูกำลังเลยครับ ทุกคนอ่านถูกแล้วครับเป็นแบรนด์เครื่องดื่มชูกำลังที่ไม่ทำโฆษณาขายเครื่องดื่มชูกำลังครับ
Red Bull เลือกที่จะสื่อสารผ่านกีฬาเอ็กซ์ตรีม การก้าวข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ และตอกย้ำภาพจำทั้งหมดนั้นด้วยสโลแกนระดับตำนานที่ต้องคุ้นหูคนทั้งโลกอย่าง “Red Bull gives you wiiings”
Red Bull นำคอนเซปต์เรื่อง “การก้าวข้ามขีดจำกัด” ของสโลแกนนี้มาขยายเป็นแคมเปญต่าง ๆ แทนที่จะซื้อโฆษณาบิลบอร์ดหรือทีวีแบบแบรนด์ใหญ่ทั่วไป พวกเขาเลือกที่จะทำสิ่งต่อไปนี้:
Guerilla Marketing แบบกองโจร: ในยุคแรก แบรนด์จ้างนักศึกษาที่เป็นดาวเด่นขับรถ Mini Cooper ที่ติดกระป๋อง Red Bull ขนาดยักษ์ไว้บนหลังคาตระเวนไปทั่วมหาวิทยาลัย และนำกระป๋องเปล่าไปวางทิ้งไว้ตามผับ บาร์ หรือมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างจิตวิทยาหมู่ให้คนรู้สึกว่า “ใครๆ ก็กิน Red Bull”
เม็ดเงินมหาศาลเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำไปทุ่มกับค่าโฆษณาทีวีแบบเดิม ๆ แต่ถูกนำไปขยายจักรวาล Red Bull ให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม วันนี้พวกเขาเป็นเจ้าของทีมแข่งรถ F1 ระดับโลกอย่าง Oracle Red Bull Racing ที่กวาดแชมป์โลกมานับไม่ถ้วน, เป็นเจ้าของทีมฟุตบอลชั้นนำในหลายทวีป ไม่ว่าจะเป็น RB Leipzig (เยอรมนี), Red Bull Salzburg (ออสเตรีย), New York Red Bulls (สหรัฐอเมริกา), ไปจนถึงการมีค่ายสื่อระดับโกลบอลของตัวเองอย่าง Red Bull Media House เพื่อผลิตคอนเทนต์ป้อนคนทั้งโลก
เรื่องราวของแบรนด์ Redbull ถือเป็น Case Study ระดับ Masterpiece ที่สอนให้เรารู้ว่า การทำการตลาดที่ทรงพลังที่สุด ไม่ใช่การขายสรรพคุณของสินค้า แต่คือการขายเรื่องราว ไลฟ์สไตล์ และความกล้าหาญ จากเครื่องดื่มขวดแก้วใบเล็ก ๆ ที่เกิดมาเพื่อผู้ใช้แรงงานในไทย สู่กระป๋องสีเงิน-น้ำเงินที่วางขายใน 175 ประเทศทั่วโลก ท้ายที่สุดแล้ว Red Bull ไม่ได้เติมแค่พลังงานลงในเส้นเลือด แต่พวกเขาประสบความสำเร็จในการติดปีกลงในใจของผู้บริโภคทั่วโลกได้อย่างแท้จริงครับ