การตลาด Ford X Google Maps ลุย 5,900 ไมล์บน Street View เกมการตลาดที่ Ford ใช้ทวงคืนหัวใจคนอเมริกัน

บทความนี้จะพามาดูหนึ่งในแคมเปญ การตลาด ที่โหด และมันส์  ที่สุดของปี 2025 จาก Ford ครับ แคมเปญที่พาแบรนด์กลับไปยืนในสนามที่ตัวเองถนัดที่สุด สนามของความเป็นอเมริกัน, การเดินทาง, และจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย ผ่านโปรเจกต์ร่วมกับ Google Maps ที่ทั้งโลกต้องหันมามอง มาดูกัยว่า Ford และ Google Maps ร่วมมือกันทำอะไร แคมเปญหน้าตาออกมาแบบไหน ติดตามบทความนี้ได้เลยครับ

ก่อนจะเข้าสู่แคมเปญหลักขอเล่าถึงที่มาของแคมเปญก่อนครับ ว่าเพราะอะไร ทำไม Ford ถึงทำแคมเปญนี้ในปี 2025 Ford ต้องเผชิญกับคู่แข่งที่ไม่เคยเจอมาก่อนครับ อย่าง BYD, Xiaomi และผู้ผลิต EV จีนที่สามารถผลิตรถที่ถูกกว่า และออกสู่ตลาดเร็วกว่า ขณะที่ Ford เองขาดทุนกว่า 2 พันล้านดอลลาร์จากแผนก EV ในช่วงครึ่งปีแรก CEO Jim Farley ถึงกับบอกว่านี่คือระดับความเสี่ยงใหม่ของอุตสาหกรรมที่บริษัทอเมริกันต้องตั้งรับให้ทัน

และเมื่อเทียบหลายมิติ Ford ไม่สามารถแข่งด้านเทคโนโลยี และราคา ได้เหมือนคู่แข่ง แต่สิ่งที่ Ford ยังถือไพ่เหนือกว่าใคร คือ Brand Heritage ในวัฒนธรรมอเมริกันความเป็นรถลุย อึด ถึก ทน รถที่เกิดมาสำหรับภูมิประเทศที่โหดและกว้างใหญ่ของสหรัฐฯ

การตลาด Ford

ดังนั้น Ford จึงต้องเปลี่ยนจากการสื่อสารแบบจาก Product-led เช่น โชว์ฟีเจอร์ แข่งแรงม้า แข่งสเปก ไปสู่การสื่อสารแบบ Emotion-led ที่เน้นความหมายของการขับรถ และจิตวิญญาณของการเดินทางแทน ซึ่งเป็นสิ่งที่คู่แข่งจากจีนไม่สามารถลอกเลียนได้ง่าย และตามยังไงก็ตามไม่ทันครับ

จึงเป็นที่มาของแคมเปญในครั้งนี้ ซึ่งทำแคมเปญร่วมกับ Google Maps นำกล้อง Street View ไปเก็บภาพเส้นทางทุรกันดารที่สุดเส้นหนึ่งของสหรัฐฯ ส่วนรายละเอียดแคมเปญจะเป็นยังไงนั้น ติดตามต่อกันไ้ด้เลยครับ

แคมเปญนี้เกิดขึ้นในเดือนตุลาคม 2025 ภายใต้โปรเจกต์ Ready Set Ford โดยร่วมมือกับ Google Maps ในการทำสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนครับ นั่นคือนำรถ Ford ออกไปเก็บภาพ 5,900 ไมล์ของเส้นทาง TransAmerica Trail ลงใน Google Street View แบบครบทุกช่วง อ่านไม่ผิดครับ  5,900 ไมล์ ถ้าอยากปัดเป็นเลขกลม ๆ ก็ประมาณ 9,500 กม.

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ Ford นำรถตระกูลลุยสุดแกร่งอย่าง Bronco, F-150 Ranger และ Expedition มาบรรทุกกล้อง Street View ออกเดินทางเก็บภาพระยะทางกว่า 5,900 ไมล์ บนเส้นทาง TransAmerica Trail ที่ทอดยาวตั้งแต่ Oregon ถึง Tennessee รวมทั้งหมด 13 รัฐ ผ่านภูมิประเทศสุดโหด ทั้งทะเลทราย ภูเขา ป่า และเส้นทางออฟโรดที่รถทั่วไปแทบเข้าไม่ถึง

การร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ Google ให้ยืมเทคโนโลยี Street View ให้ค่ายรถยนต์ ซึ่งสะท้อนระดับความไว้ใจและความเชื่อมั่นในศักยภาพของ Ford ว่าสามารถพากล้อง Street View ไปในพื้นที่ที่แม้แต่ Google เองก็ไม่เคยเข้าไปถึงมาก่อนครับ

แคมเปญถูกถ่ายทอดผ่าน Content หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นหนังสั้นที่เล่าเบื้องหลังภารกิจการเก็บภาพสุดสมบุกสมบัน, Easter Egg บน Google Maps ที่ซ่อน YouTuber ชื่อดังอย่าง GeoRainbolt ไว้ให้แฟน ๆ ตามหา ไปจนถึงคอนเทนต์ของ GeoRainbolt เองที่เล่นเกม “ทายว่าตอนนี้ถึงจุดไหนของเทรลแล้ว” จนสร้างไวรัลบนโซเชียลครับ

ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้แคมเปญไม่ได้เป็นเพียงการโชว์สมรรถนะของรถ Ford แต่กลายเป็นการเปิดเส้นทางใหม่ให้คนทั้งโลกได้สำรวจร่วมกัน ผ่านการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี การผจญภัย และชุมชนผู้สร้าง Content อย่างลงตัวครับ

Source, Source

การตลาด Ford
  • แคมเปญนี้ถูกสื่อและช่องทางต่าง ๆ หยิบไปพูดถึง มากกว่า 110 ข่าว
  • รวมการเข้าถึงผู้ชม (Estimated audience) มากกว่า 605,000 คน
  • Sentiment บนโซเชียลเพิ่มขึ้น 13% จากค่าเฉลี่ยปกติของ Ford
  • ยอดวิวบนช่องทางของแบรนด์สูงกว่า Benchmark เดิมถึง 399%
  • Engagement เพิ่มขึ้น 8%
  • คอนเทนต์ถูกแชร์มากขึ้นถึง 88% เมื่อเทียบกับโพสต์ปกติ

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าแคมเปญสามารถสร้างกระแสได้จริงแม้ไม่มีการขายรถโดยตรง เพราะผู้คนสนใจประสบการณ์ การสำรวจ และความแปลกใหม่ของการร่วมมือระหว่าง Ford กับ Google มากกว่าการโฆษณารถแบบดั้งเดิม

แคมเปญ การตลาด Ford x Google Maps ให้บทเรียนสำคัญว่าในยุคที่คู่แข่งแข็งแรงกว่าในมิติอของฟีเจอร์ แบรนด์ไม่จำเป็นต้องแข่งด้วยสเปกหรือราคาเสมอไปครับ แต่ต้องหาสนามที่คู่แข่งเข้าไม่ถึง ซึ่งสำหรับ Ford ก็คืออารมณ์ ความหมาย และวัฒนธรรมของแบรนด์ซึ่งเป็นสิ่งที่ลอกยากที่สุดในเกมการตลาดครับ แคมเปญนี้พิสูจน์ว่าแบรนด์สามารถกลายเป็นไวรัลได้ เพียงแค่หาวิธีทำให้คนรู้สึกบางอย่าง กับแบรนด์อีกครั้ง ไม่ว่าจะผ่านเรื่องราว การผจญภัย หรือการเปิดพื้นที่ใหม่ ๆ ให้คนสำรวจร่วมกัน

การตลาด Ford

แคมเปญนี้ทำให้เห็นว่า Brand Heritage คือสิ่งที่ต้องเล่าใหม่ให้คนรุ่นใหม่อิน และทำให้คนเชื่อว่าแบรนด์ของเราไม่ได้ขายเครื่องจักร แต่ขายความรู้สึกบางอย่างที่เทคโนโลยีลอกไม่ได้ครับ

บทความที่แนะนำให้อ่านต่อ

ชื่อเติ้ลครับ เป็น Senior Data Insight Researcher & Marketing Content Creator แห่งการตลาดวันละตอนครับ ^^ มีงานอดิเรกเป็น ผู้ช่วยนักวิจัยฝั่ง Consumer Insights ที่คณะวิทยาศาตร์การกีฬา ที่จุฬาครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *