Green Marketing เทรนที่น่าจับตา ผ่านการตั้งราคาตามการปล่อย CO2e

การตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Marketing เรียกได้ว่าเป็นแนวโน้มที่หลายแบรนด์กำลังให้ความสำคัญกันมากขึ้นเรื่อย ๆ และผู้บริโภคในปัจจุบันต่างก็เริ่มให้ความสำคัญกับสินค้าที่ไม่เพียงแค่ดีต่อตัวเอง แต่ยังดีต่อโลกใบนี้ด้วย ทำให้แบรนด์ต่าง ๆ ต้องทำการบ้านคิดและปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้นแล้ว 

Green Marketing การตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อม

Felix แบรนด์อาหารชื่อดังจากสวีเดนก็เช่นกัน ทางแบรนด์รู้ดีว่า การตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำแคมเปญเพื่อภาพลักษณ์ แต่ต้องมีการทำงานจริงจังที่ช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกสินค้าที่ ดีต่อสิ่งแวดล้อม ได้ง่ายขึ้น เลยเกิดเป็น The Climate Store เรียกได้ว่าเป็นเคสตัวอย่างที่ดีในการแสดงให้เห็นว่า Green Marketing ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการบอกว่าเราใส่ใจสิ่งแวดล้อมเท่านั้นนะ แต่ยังทำให้ลูกค้ารู้สึกว่ามีส่วนร่วมกับการเลือกซื้อที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้จริงอีกด้วย

การตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Marketing

ก็คือการใช้กลยุทธ์การตลาดเพื่อโปรโมตสินค้าและบริการที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้วัสดุรีไซเคิล หรือการผลิตที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยจะเน้นไปในเรื่องของการให้ข้อมูลกับลูกค้าว่าสินค้าแต่ละชิ้นจะช่วยลดผลกระทบต่อโลกได้ยังไงบ้าง เป็นการเลือกซื้อที่ยั่งยืนซึ่งการตลาดแบบนี้จะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกดีและมั่นใจว่า ได้เลือกสินค้าที่ไม่ใช่แค่ดีต่อตัวเองเท่านั้น แต่ยังดีต่อโลกใบนี้ด้วยอะไรประมาณนั้น

ถ้าให้เดาแน่นอนว่าคงเป็น การเดินทาง หรือ การใช้พลังงานจากถ่านหิน น่าจะเป็นสิ่งที่หลายคนคิดถึงกันใช่ไหมคะ? แต่ทว่ายังมีสิ่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรามากที่สุดเลยนั่นก็คือ อาหาร ที่เราทานทุกวันนั่นเอง เหตุผลก็เพราะว่า การผลิตอาหาร เป็นหนึ่งในต้นตอหลักสำคัญของการปล่อย ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2e) ที่เป็นสาเหตุสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทั่วโลกเลย

Green Marketing การตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อม

จากกราฟของ FAO ที่แสดง Global emissions intensities (2020) and percentage change since 2000 จะเห็นได้เลยนะคะว่ากลุ่มผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณค่อนข้างที่จะสูงมากถึง 30 กิโลกรัม CO2e/กิโลกรัมในกลุ่มของ Meat, cattle ซึ่งตรงนี้เองก็สะท้อนถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการเลือกบริโภคอาหารในประเภทต่าง ๆ

source source source

เรียกได้ว่าเป็นตลกร้ายได้ไหม เพราะไม่ใช่แค่การปลูกพืชหรือการเลี้ยงสัตว์เท่านั้นนะคะแต่กระบวนการผลิตทั้งหมด ตั้งแต่การปลูก การขนส่ง ไปจนถึงการแปรรูปอาหารล้วนมีผลกระทบต่อโลกมากกว่าที่คิด 

และทั้งหมดทั้งมวลนี้เลยเป็นที่มาของ The Climate Store จาก Felix แบรนด์อาหารสัญชาติสวีเดน ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค ด้วยการตั้งราคาใหม่ให้สินค้าทุกชิ้นในร้านตามการปล่อย CO2e กระตุ้นให้ผู้บริโภคตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดจากการเลือกซื้ออาหารในแต่ละวันนั่นเองค่ะ

Green Marketing การตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อม

The Climate Store เกิดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคม 2020 ที่ผ่านมาที่กรุงสต็อกโฮล์ม ซึ่งเป็นร้านป๊อปอัพที่สินค้าทุกชิ้นในร้านจะมีการ ตั้งราคา ตาม การปล่อย CO2e ที่เกิดจากการผลิตสินค้าแต่ละประเภท ยกตัวอย่างเช่น เนื้อสัตว์ และ ผลิตภัณฑ์จากนม (ผลิตภัณฑ์ที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนสูง) จะมีราคาสูงกว่าสินค้าจากพืชที่ปล่อย CO2e น้อยกว่า

CO2e หรือ ‘คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า’ คือหน่วยที่ใช้ในการวัดผลกระทบของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2), มีเทน (CH4), หรือไนตรัสออกไซด์ (N2O) ผ่านการคำนวณผลกระทบของก๊าซเรือนกระจก เพื่อให้เราเข้าใจง่ายขึ้นว่าก๊าซแต่ละชนิดนั้น ๆ มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมยังไงในปริมาณสัดส่วนเท่าไหร่นั่นเองค่ะ

ยกตัวอย่างเช่น มีเทน (CH4) จำนวนหนึ่งตัน จะมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากกว่าคาร์บอนไดออกไซด์หนึ่งตันประมาณ 25 เท่า (ค่านี้มาจากการประเมินของ Intergovernmental Panel on Climate Change (IPCC) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการประเมินข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ)

source source

กลับมาที่จุดมุ่งหมายหลักของแคมเปญนี้กันค่ะ การกระตุ้นให้ผู้บริโภคตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดจากการเลือกซื้ออาหารในชีวิตประจำวัน บวกกับการให้ข้อมูลที่ผู้บริโภคสามารถทำการตัดสินใจได้ทันทีว่าอาหารที่ผู้บริโภคจะทานมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมมากน้อยแค่ไหน เรียกได้ว่าเป็นไอเดียที่น่าสนใจไม่น้อยเลยจริงไหมคะ?

การใช้ CO2e (หรือ คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) มาเป็นมาตรวัดในการตั้งราคา ไม่ใช่แค่ทำให้การตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายเท่านั้นนะคะ แต่ยังทำให้ผู้บริโภคเห็นภาพของการเลือกซื้อที่มีผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น 

ในร้าน The Climate Store ทุกครั้งที่ซื้อสินค้าหรือ Shopping ลูกค้าจะได้รับ เงิน CO2e (ที่พิมพ์ขึ้นมาเฉพาะกิจ) โดยแต่ละคนจะได้รับประมาณ 18.9 กิโลกรัม CO2e ซึ่งเป็นการบริโภคสูงสุดที่แนะนำในข้อตกลงปารีสปี 2030 การใช้ ‘เงิน CO2e’ ตรงนี้ทำให้การเลือกซื้อสินค้าตามผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่สามารถทำได้จริงและเห็นผลทันที

หรืออธิบายง่าย ๆ เลยก็คือ การใช้ CO2e ช่วยให้ลูกค้านั้นเห็นผลกระทบจากการเลือกซื้อสินค้าในแง่ของสิ่งแวดล้อมนั่นเองค่ะ

การที่ทาง Felix เลือกชูเรื่องของการใช้ CO2e (หรือ คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) มาเป็นตัวหลักในแคมเปญ ผู้เขียนมองว่าตรงกับ Simplification Strategy (หรือ การทำให้ข้อมูลซับซ้อนเข้าใจง่าย) ทำให้การตัดสินใจเลือกซื้อสินค้านั้นกลายเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายขึ้น ผู้บริโภคสามารถเห็นผลกระทบที่เกิดจากการเลือกซื้อสินค้าทุกประเภทได้ในแบบทันที ไม่ต้องคิดเยอะ  

The Climate Store ทำให้เห็นได้ว่าการตั้งราคาให้สัมพันธ์สอดคล้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการการผลิตสินค้าผลิตภัณฑ์ นั้นทำให้ผู้บริโภคได้เห็นอีกมุมมองที่ว่า ถ้าตัดสินใจไปแล้วจะมีผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งแวดล้อมยังไงบ้างนะ? 

นอกจากนี้ยังเกิด Engagement Marketing (หรือ การสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค) จากการใช้ ‘เงิน CO2e’ ที่มอบให้กับลูกค้าเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งไอเดียกลยุทธ์ที่สามารถสร้าง Engagement ได้น่าสนใจเลยทีเดียว เพราะ The Climate Store ลูกค้าจะได้รับ เงิน CO2e ซึ่งเป็นจำนวนที่จำกัดที่พวกเขาสามารถใช้ในการเลือกซื้อสินค้าได้ตามงบประมาณที่ได้รับ 

การกำหนด งบประมาณ CO2e ตรงนี้นั้นสามารถทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าพวกเขานั้นมี ส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจเลือกสินค้า และ concern ถึงผลกระทบที่เกิดจากการเลือกซื้อสินค้าต่าง ๆ ในแง่ของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ด้วยนะ

ซึ่งหลังจากที่ The Climate Store เปิดตัวออกไป ผลลัพธ์ก็เป็นที่น่าประทับใจมาก เพราะในไตรมาสที่ 4 ของปี 2020 ผลิตภัณฑ์ที่มีการติดป้ายแสดงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Low Climate Impact) มีการเติบโตในยอดขายถึง 17% และยอดขายรวมของสินค้าทั้งหมดเพิ่มขึ้น 11% ในช่วงเวลาเดียวกันด้วยค่ะ

นอกจากนนี้นะคะยังถูกเผยแพร่ไปในสื่อต่าง ๆ มากกว่า 30 ประเทศ เช่น CNN และ Tagesschau ทำให้ Felix ได้รับความสนใจจากผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมทั่วโลกไม่น้อยเลย

  1. การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค 

แน่นอนเลยวาสผู้บริโภคในปัจจุบันมีตวามต้องการสินค้าที่ดีต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การทำการตลาดที่เน้นความยั่งยืนช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกสินค้าอย่างมีความรับผิดชอบเหมือนกับตัวอย่างของ The Climate Store ที่ทำผู้บริโภคที่ได้สัมผัสประสบการณืซื้อสินค้าได้มีส่วนร่วมในการคำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อโลก

  1. การสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ 

เรียกได้ว่าแบรนด์ที่แสดงความใส่ใจในการรักษาสิ่งแวดล้อมจะได้รับการยอมรับจากลูกค้าที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เหมือนกับยอดการเติบโตของ The Climate Store นั่นเอง

การตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ Green Marketing เรียกได้ว่ากำลังกลายเป็นแนวทางที่แบรนด์ต่าง ๆ หันมาใช้กันไม่มากก็น้อยเลย เพราะผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญกับสินค้าที่ไม่ใช่แค่ดีต่อตัวเองเท่านั้นนะ แต่ต้องดีต่อโลกด้วย Felix ใช้กลยุทธ์นี้ผ่าน The Climate Store ที่ตั้งราคาให้สัมพันธ์กับการปล่อย CO2e เพื่อช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจเลือกสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมการสร้าง Simplification จนเกิด Engagement Marketing

AI Prompt: A bustling market scene showcasing a vibrant display of fresh fruits and vegetables. The stalls are filled with an array of colorful produce, including pineapples, bananas, oranges, apples, tomatoes, and leafy greens. Two individuals, one man and one woman, are seen interacting with the produce. The woman is wearing a white skirt and gloves, and the man is in a blue jacket. The atmosphere is lively with hanging items like garlic and other fruits above. The market is well-lit and busy, creating a warm, inviting feel.

เรียกได้ว่าไม่ใช่แค่ช่วยเพิ่มยอดขายเท่านั้นนะคะ แต่ยังทำให้ลูกค้ารู้สึกมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเลือกสินค้าที่ดีต่อโลก ผู้อ่านที่น่ารักล่ะคะคิดว่าแบรนด์อื่น ๆ หรือแบรนด์ของคุณสามารถนำกลยุทธ์นี้ไปใช้เพื่อช่วยโลกและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าได้ไหมนะ? เป็นยังไงกันบ้างคะกับ Green Marketing เทรนที่น่าจับตา ผ่านการตั้งราคาตามการปล่อย CO2e หวังว่าผู้อ่านจะสนุกกับเรื่องราวดี ๆ ที่ผู้เขียนนำมาเล่าให้ฟังกันนะคะ หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมาไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ขอบคุณผู้อ่านที่น่ารักทุก ๆ คนพบกันใหม่ในบทความหน้าค่ะ see you ka‪ ʕʽɞʼʔʕ•̫͡•ʔ‬

source

บทความที่แนะนำเพิ่มเติม

อ้อนแอ้น น้องคนเล็กแห่งบ้านการตลาดวันละตอน ชื่นชอบเล่าเรื่องและการเขียนบทความ ในอนาคตอยากพัฒนาตัวเองเพิ่มเติมในด้านของ Data Research & Marketing Content Creator ค้าบบ ปล.ขอฝากเนื้อฝากตัวรักเอ็นดูหนูด้วยนะคร้าบบ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *