ถอด กลยุทธ์ Resize the Price เมื่อ Águila เปลี่ยนพื้นที่โฆษณา ให้กลายเป็นคุณค่าที่แฟนบอลสัมผัสได้ ผ่านส่วนลดค่าเสื้อสูงสุด 87%

สำหรับแฟนฟุตบอลแล้ว เสื้อทีมชาติอาจมีความหมายมากกว่าเครื่องแต่งกายหนึ่งตัวค่ะ เพราะมันสามารถเป็นทั้งตัวแทนของความภูมิใจ และวิธีแสดงให้คนรอบตัวเห็นว่าเรากำลังสนับสนุนทีมไหนอยู่ โดยเฉพาะในช่วงการแข่งขันรายการใหญ่ ที่แฟนบอลอยากมีไว้ใส่เชียร์ทีมโปรด เพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศการแข่งขัน อย่างไรก็ตามความต้องการดังกล่าวอาจติดอยู่ที่เรื่องราคา แล้วในฐานะแบรนด์ผู้สนับสนุนทีมชาติ Águila จะช่วยให้แฟนบอลเข้าถึงเสื้อได้ง่ายขึ้น พร้อมสร้างการมองเห็นให้แบรนด์ไปพร้อมกันได้อย่างไร โดยไม่จบลงที่ กลยุทธ์ การลดราคาหรือโปรโมชันแบบทั่วไป

บทความนี้เบลล์จะพาทุกคนไปทำความรู้จักแคมเปญ Resize the Price พร้อมถอด 4 กลยุทธ์ที่ทำให้โลโก้สปอนเซอร์กลายเป็นคุณค่าที่แฟนบอลสัมผัสได้จริงค่ะ

Resize the Price เปลี่ยนโลโก้สปอนเซอร์ ให้มีคุณค่ามากกว่าพื้นที่โฆษณา

ลองนึกภาพว่าเราอยากซื้อเสื้อทีมชาติไว้ใส่เชียร์ฟุตบอลสักตัวค่ะ แต่พอเห็นราคาแล้วกลับต้องลังเล เพราะเสื้อทีมชาติโคลอมเบียมีราคาประมาณ 150 ดอลลาร์ หรือเกือบหนึ่งในสี่ของค่าแรงขั้นต่ำรายเดือนในประเทศ ซึ่งสำหรับแฟนบอลจำนวนมาก ไม่สามารถเข้าถึงได้ง่ายมากนัก ตรงนี้เองค่ะที่ Águila แบรนด์เบียร์ และผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของทีมชาติโคลอมเบีย มองเห็นโอกาสบางอย่างค่ะ

กลยุทธ์ Águila
รูปภาพจาก: LBB Online

แบรนด์ไม่ได้เลือกช่วยด้วยการประกาศลดราคาเสื้อแบบตรง ๆ แต่หยิบสิ่งที่ตัวเองต้องการอยู่แล้วอย่าง “พื้นที่โลโก้” มาแลกกับสิ่งที่แฟนบอลต้องการอย่าง “ราคาที่ถูกลง” โดยไอเดียนี้ถูกพัฒนาออกมาเป็นแคมเปญ Resize the Price โดยเอเจนซี DAVID Bogotá ที่เปิดให้แฟนบอลเลือกขนาดโลโก้ Águila ที่จะติดอยู่บนเสื้อได้หลายระดับผ่านเว็บไซต์ของแบรนด์และ Fan Zone ทั่วประเทศ ซึ่งยิ่งเลือกโลโก้ใหญ่ ราคาของเสื้อก็ยิ่งลดลง ส่วนโลโก้ขนาดใหญ่ที่สุดช่วยลดราคาได้สูงสุดถึง 87% ค่ะ

พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งแฟนบอลยอมให้ Águila มีพื้นที่บนเสื้อมากเท่าไร แบรนด์ก็ยิ่งช่วยออกค่าเสื้อให้มากขึ้นเท่านั้น หลังจากเลือกขนาดโลโก้และชำระเงิน เสื้อแต่ละตัวจะถูกปรับแต่งตามคำสั่งซื้อ โดยนำโลโก้ที่เลือกมาติดด้วยความร้อน ก่อนให้ลูกค้ารับสินค้าหรือจัดส่งไปยังปลายทาง ความน่าสนใจเกิดขึ้นหลังเปิดขายค่ะ เพราะเสื้อทั้งหมดขายหมดภายในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง และผู้ซื้อกว่า 93% เลือกโลโก้ขนาดใหญ่ที่สุด

ตัวเลขนี้ค่อนข้างสวนทางกับพฤติกรรมทั่วไป เพราะปกติผู้บริโภคมักไม่อยากให้โลโก้แบรนด์บนเสื้อเด่นเกินไป ยิ่งใหญ่ก็ยิ่งให้ความรู้สึกเหมือนกำลังทำหน้าที่เป็นป้ายโฆษณาให้แบรนด์ แต่ Resize the Price กลับทำให้คนเต็มใจเลือกโลโก้ที่ใหญ่ที่สุดด้วยตัวเอง เพราะพวกเขาเข้าใจชัดเจนว่าพื้นที่นั้นกำลังช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อเสื้อ

นอกจากนี้ แคมเปญยังได้รับรางวัล Gold ในหมวด Entertainment Lions for Sport จาก Cannes Lions 2026 ซึ่งช่วยยืนยันว่าไอเดียนี้โดดเด่นทั้งในแง่ความคิดสร้างสรรค์ และการเปลี่ยนบทบาทของสปอนเซอร์ให้กลายเป็นคุณค่าที่แฟนบอลสัมผัสได้ ต่อไปเบลล์อยากชวนทุกคนมาถอด 4 กลยุทธ์ที่ซ่อนอยู่ในแคมเปญนี้ไปพร้อมกันค่ะ

1. Sponsorship as a Service เมื่อสปอนเซอร์สร้างประโยชน์ที่แฟนบอลสัมผัสได้

โดยทั่วไป การทำ Sponsorship มักเริ่มจากการนำชื่อหรือโลโก้ของแบรนด์ไปวางอยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นป้ายข้างสนาม ฉากสัมภาษณ์ หรือสื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการมองเห็นและเชื่อมแบรนด์เข้ากับทีมที่คนชื่นชอบค่ะ แต่เมื่อหลายแบรนด์ใช้วิธีคล้ายกัน โลโก้ของสปอนเซอร์ก็มีโอกาสกลายเป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งในฉากหลังเพียงเท่านั้น

กลยุทธ์ Águila
รูปภาพจาก: LBB Online

Resize the Price จึงเลือกตีความบทบาทของสปอนเซอร์ใหม่ ผ่านแนวคิด Sponsorship as a Service หรือการทำให้การสนับสนุนกลายเป็นบริการที่สร้างประโยชน์ให้ผู้บริโภคได้จริง ซึ่งปัญหาของแฟนบอลในกรณีนี้คือ เสื้อทีมชาติมีราคาสูงจนหลายคนเข้าถึงได้ยาก Águila จึงนำบทบาทของผู้สนับสนุนมาใช้ช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่าย โดยยิ่งแฟนบอลเลือกโลโก้ขนาดใหญ่ แบรนด์ก็ยิ่งช่วยออกค่าเสื้อให้มากขึ้น

เมื่อ Sponsorship เชื่อมกับปัญหาที่ผู้บริโภคกำลังเผชิญได้ บทบาทของแบรนด์ก็มีโอกาสถูกจดจำมากกว่าการเห็นโลโก้เพียงชั่วคราวค่ะ แฟนบอลจึงจดจำ Águila ในฐานะผู้สนับสนุนทีมชาติโคลอมเบีย พร้อมเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับประสบการณ์ที่เคยช่วยให้พวกเขา ซื้อเสื้อทีมชาติได้ในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้นด้วย

2. Value Exchange Strategy เปลี่ยนพื้นที่โฆษณา ให้กลายเป็นข้อตกลงที่คุ้มค่า

อีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญของ Resize the Price คือการออกแบบ Value Exchange หรือการแลกเปลี่ยนคุณค่าระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคให้เข้าใจง่ายและตรงไปตรงมาค่ะ ในแคมเปญนี้ แฟนบอลมอบพื้นที่บนเสื้อให้กับโลโก้ Águila ขณะที่แบรนด์ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อเสื้อให้ตามขนาดโลโก้ที่เลือก ยิ่งให้พื้นที่มาก ราคาก็ยิ่งลดลงมากตามไปด้วย

รูปภาพจาก: LBB Online

ความชัดเจนของกลไกนี้ทำให้ผู้บริโภครู้ทันทีว่าตัวเองกำลังมอบอะไร และได้รับประโยชน์อะไรกลับมา พร้อมเปิดโอกาสให้แต่ละคนเลือกเงื่อนไขที่เหมาะกับตัวเองได้ค่ะ คนที่อยากให้โลโก้กลมกลืนกับเสื้อ สามารถเลือกขนาดเล็กและรับส่วนลดในระดับหนึ่ง ส่วนคนที่ให้ความสำคัญกับราคามากกว่า ก็เลือกโลโก้ขนาดใหญ่เพื่อจ่ายค่าเสื้อน้อยลงได้

ซึ่งผลลัพธ์ที่ผู้ซื้อกว่า 93% เลือกโลโก้ขนาดใหญ่ที่สุด สะท้อนให้เห็นค่ะว่า ผู้บริโภคสามารถยอมรับพื้นที่ของแบรนด์ได้มากขึ้น เมื่อสิ่งที่ได้รับกลับมามีความชัดเจนและคุ้มค่าพอค่ะ

3. Make Sponsorship Visible เมื่อข้อจำกัดของสปอนเซอร์ กลายเป็นพื้นที่การมองเห็นรูปแบบใหม่

อีกหนึ่งโจทย์ของ Águila คือ แม้แบรนด์จะเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการของทีมชาติโคลอมเบีย แต่ภายใต้กฎของการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติ เสื้อของนักเตะไม่สามารถติดโลโก้สปอนเซอร์เชิงพาณิชย์ได้ค่ะ ทำให้พื้นที่ที่มักสร้างการมองเห็นได้มากที่สุดอย่างเสื้อของผู้เล่น จึงไม่สามารถนำมาใช้ได้โดยตรง

กลยุทธ์ Águila
รูปภาพจาก: LBB Online

Resize the Price จึงเลือกแก้โจทย์นี้ด้วยการย้ายพื้นที่จากเสื้อของนักฟุตบอล มาอยู่บนเสื้อของแฟนบอลแทน เพราะในช่วงการแข่งขันรายการใหญ่ แฟนบอลจะนำเสื้อเหล่านี้ไปใส่ตามบ้าน บาร์ Fan Zone และพื้นที่เชียร์ฟุตบอลทั่วประเทศ ทำให้โลโก้ Águila กระจายออกไปพร้อมกับผู้สวมใส่ในหลายบริบทค่ะ ความน่าสนใจของวิธีนี้อยู่ตรงที่ Águila ไม่ได้พยายามแทรกตัวเองเข้าไปในพื้นที่ของการแข่งขันโดยตรง แต่เลือกใช้แฟนบอลเป็นผู้พาแบรนด์ออกไปสู่สายตาคนอื่นแทนค่ะ

ที่สำคัญ การมองเห็นทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการตัดสินใจของผู้บริโภคเองค่ะ เมื่อแฟนบอลเต็มใจเลือกและสวมเสื้อที่มีโลโก้ Águila ทุกครั้งที่แบรนด์ปรากฏต่อสายตาคนอื่น โลโก้นั้นจึงทำหน้าที่ทั้งสร้างการรับรู้ และบอกเล่าบทบาทของแบรนด์ในฐานะผู้สนับสนุนที่เข้ามาช่วยลดภาระให้แฟนบอล กลยุทธ์นี้สะท้อนว่า แม้พื้นที่หลักจะมีข้อจำกัด แบรนด์ก็ยังสามารถสร้างพื้นที่ใหม่ผ่านพฤติกรรมของผู้บริโภคได้ หากออกแบบคุณค่าที่ชัดเจนมากพอ จนคนรู้สึกเต็มใจพาแบรนด์เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของตัวเองค่ะ

4. Discount with Meaning ออกแบบส่วนลด ให้เล่าเรื่องของแบรนด์ไปพร้อมกัน

การลดราคาเป็นเครื่องมือที่สามารถดึงดูดความสนใจ และเร่งการตัดสินใจซื้อได้ดีค่ะ แต่หากผู้บริโภคไม่เข้าใจเหตุผลเบื้องหลัง ส่วนลดนั้นอาจเหลือเพียงภาพจำว่าสินค้าเคยมีราคาถูก และทำให้คนรอซื้อเฉพาะช่วงโปรโมชันในอนาคต

รูปภาพจาก: LBB Online

Águila จึงออกแบบ Resize the Price ให้ส่วนลดทำหน้าที่มากกว่าการลดตัวเลขบนป้ายราคา โดยเชื่อมราคาที่ถูกลงเข้ากับบทบาทของแบรนด์ในฐานะผู้สนับสนุนทีมชาติโคลอมเบีย แฟนบอลจึงรับรู้ได้ว่า ราคาพิเศษที่ได้รับเกิดจากการที่แบรนด์เข้ามาช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่าย ไม่ได้เกิดจากการลดราคาเพื่อระบายสินค้า หรือทำให้เสื้อดูมีคุณค่าน้อยลง

ขณะเดียวกัน ขนาดโลโก้ที่แฟนบอลเลือกยังทำให้ที่มาของส่วนลดมองเห็นได้อย่างชัดเจน ยิ่งเปิดพื้นที่ให้ Águila มาก แบรนด์ก็ยิ่งช่วยรับผิดชอบค่าเสื้อให้มากขึ้น ผู้ซื้อจึงเข้าใจว่าราคาที่จ่ายน้อยลงเกิดจากอะไร และรู้สึกว่าตัวเองกำลังเลือกเงื่อนไขที่เหมาะกับความต้องการของตัวเอง

กลยุทธ์ Águila
รูปภาพจาก: LBB Online

วิธีนี้ทำให้ส่วนลดช่วยทั้งลดอุปสรรคในการซื้อ และตอกย้ำภาพของ Águila ในฐานะผู้สนับสนุนที่เข้ามาช่วยแฟนบอลอย่างเป็นรูปธรรมค่ะ หลังแคมเปญจบลง คนจึงมีโอกาสจดจำได้มากกว่าจำนวนเงินที่ประหยัดไป เพราะราคาที่ลดลงได้กลายเป็นหลักฐานของบทบาทที่แบรนด์มีต่อพวกเขาไปแล้ว

สรุป ถอด กลยุทธ์ Resize the Price เมื่อ Águila เปลี่ยนพื้นที่โฆษณา ให้กลายเป็นคุณค่าที่แฟนบอลสัมผัสได้ ผ่านส่วนลดค่าเสื้อสูงสุด 87%

สำหรับเบลล์แล้ว Resize the Price เป็นแคมเปญที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การสร้าง Brand Visibility หรือการมองเห็น ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากการกว้านซื้อพื้นที่โฆษณาเพิ่มเสมอไปค่ะ แต่จุดเริ่มต้นที่ยั่งยืนกว่า คือการย้อนกลับไปมองว่า ผู้บริโภคกำลังเจอกับปัญหาอะไร และแบรนด์จะใช้พลังที่มีเข้าไปช่วยแก้ปัญหานั้นได้อย่างไร

ซึ่งแคมเปญนี้สะท้อนมุมคิดการตลาดที่น่าสนใจ 3 ด้าน ได้แก่

  • เปลี่ยนบทบาทเป็นผู้ให้: Águila เปลี่ยนสถานะจากสปอนเซอร์ มาเป็นผู้ช่วยแบ่งเบาภาระ ที่แฟนบอลสัมผัสได้จริง
  • ให้อิสระในการเลือก: ออกแบบกลไก Value Exchange ที่โปร่งใสและยุติธรรม จนผู้บริโภคเต็มใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง
  • พลิกวิกฤตเป็นโอกาส: เปลี่ยนข้อจำกัดทางกฎหมายบนเสื้อนักเตะ ให้กลายเป็นพื้นที่สื่อเคลื่อนที่ ที่ทรงพลังบนหน้าอกของแฟนบอลทั่วประเทศ

เมื่อมองในภาพรวม ความสำเร็จของแคมเปญนี้ เกิดจากเหตุผลที่ทำให้คนเต็มใจเลือกขนาดโลโก้นั้นด้วยตัวเองค่ะ เพราะทุกพื้นที่ที่แบรนด์ได้รับกลับมา มีคุณค่าบางอย่างส่งคืนให้ผู้บริโภคอย่างชัดเจน นอกจากนี้ แคมเปญนี้ยังให้บทเรียนราคาแพง ในเรื่องการทำโปรโมชันว่าส่วนลดที่ดีไม่ควรทำหน้าที่แค่เร่งยอดขายในระยะสั้น แต่ต้องทำหน้าที่เล่าเรื่องและตอกย้ำคุณค่าของแบรนด์ เพื่อให้ราคาที่ลดลงในวันนั้น กลายเป็นภาพจำและความผูกพันที่ดียิ่งขึ้นในวันที่แคมเปญจบลงค่ะ

Source, Source

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *