POINTX Lite บนแอป SCB EASY ให้ฐานลูกค้ากลุ่ม SCBX 17 ล้านรายใช้พอยท์ผ่าน e-Coupon โดยไม่ต้องโหลดแอป ถอดกลยุทธ์ลด Friction แคมเปญ 2,000 คะแนน สู่แลกแต้มวันละตอน

ถอดรหัสการตลาด POINTX Lite เปลี่ยนแต้มค้างให้เป็น แลกแต้มวันละตอน ด้วยกลยุทธ์ลด Friction บนแอป SCB EASY

17 ล้านราย คือขนาดฐานลูกค้าในกลุ่ม SCBX ที่ POINTX เตรียมเปิดให้เข้าถึงพอยท์สะสมได้ทันทีผ่านแอป SCB EASY โดยไม่ต้องโหลดแอปเพิ่มแม้แต่แอปเดียวครับ ตัวเลขนี้ฟังดูเหมือนแค่ข่าวเปิดฟีเจอร์ใหม่ธรรมดา แต่ถ้ามองให้ลึกลงไปอีกชั้น POINTX Lite คือการแก้โจทย์ที่แอปสะสมคะแนนทุกค่ายปวดหัวกันมานาน นั่นคือทำยังไงให้คนเอาแต้มออกมาใช้ ไม่ใช่แค่สะสมทิ้งไว้เฉยๆ

ในฐานะที่ปรึกษาที่ต้องตอบคำถามเรื่อง CRM และ Loyalty Program ให้แบรนด์อยู่บ่อยๆ คำถามที่ผมเจอซ้ำที่สุดไม่ใช่ว่าจะแจกแต้มยังไงให้ลูกค้าประทับใจ แต่เป็นคำถามที่ว่าทำไมลูกค้าสะสมแต้มไว้เยอะแล้วถึงไม่ยอมเอาไปใช้ พอได้เห็นวิธีที่ POINTX วางหมากกับ POINTX Lite ครั้งนี้ ผมว่ามันตอบคำถามนั้นได้ตรงจุดกว่าที่หลายคนคิดครับ

บทความนี้ผมเลยอยากชวนเพื่อนๆ นักการตลาดมาถอดรหัสว่า เบื้องหลัง POINTX Lite มีกลยุทธ์ลด Friction หรือลดความยุ่งยากอะไรซ่อนอยู่บ้าง และนักการตลาดอย่างเราจะหยิบวิธีคิดแบบ แลกแต้มวันละตอน ไปใช้กับแบรนด์ตัวเองต่อได้ยังไงกันครับ

The Dormant Point Problem ทำไม POINTX ต้องเปิด Lite Version ตอนนี้

POINTX Lite บนแอป SCB EASY ให้ฐานลูกค้ากลุ่ม SCBX 17 ล้านรายใช้พอยท์ผ่าน e-Coupon โดยไม่ต้องโหลดแอป ถอดกลยุทธ์ลด Friction แคมเปญ 2,000 คะแนน สู่แลกแต้มวันละตอน

ถ้าถามว่าทำไม POINTX ถึงเลือกเปิด POINTX Lite ในจังหวะนี้ คำตอบสั้นๆ คือเกมของ Loyalty Program เปลี่ยนไปแล้วครับ คุณค่าของโปรแกรมสะสมคะแนนยุคนี้ไม่ได้วัดกันที่ว่าใครแจกแต้มได้เยอะกว่า แต่วัดกันที่ว่าใครทำให้ลูกค้าเปลี่ยนแต้มเป็นของที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันได้ง่ายกว่ากัน

จุดนี้ตรงกับสิ่งที่คุณกฤตธี มโนลีหกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พอยท์เอกซ์ จำกัด พูดไว้ในข่าว ว่าบทบาทของ Loyalty Program ในอนาคตจะไม่ได้วัดจากจำนวนพอยท์ที่สะสมได้เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความสามารถในการเปลี่ยนพอยท์ให้เป็นคุณค่าที่เข้าถึงง่ายและใช้ได้จริง พูดง่ายๆ คือเกมเปลี่ยนจากการวัด Earn Rate หรืออัตราการสะสม มาเป็นการวัด Burn Rate หรืออัตราการเอาแต้มออกมาใช้แทน

ปัญหาแต้มค้างหรือ Dormant Point นี้เป็นเรื่องที่การตลาดวันละตอนเคยถอดไว้แล้วในเคส การตลาด POINTX ผนึก Mastercard เปลี่ยนคะแนนสะสมเป็นคลังแสงของ Gamer ที่ชี้ว่าโจทย์หินของแอปสะสมคะแนนทุกค่ายคือการทำให้คนกล้า Burn Point หรือเผาแต้มออกมาใช้ ไม่ใช่ปล่อยให้คะแนนนอนนิ่งอยู่เฉยๆ จนของรางวัลไม่โดนใจแล้วหมดอายุไป การเปิด POINTX Lite ก็คือหมากต่อยอดจากวิธีคิดเดียวกัน แต่เปลี่ยนสนามจากโลกเกมมาเป็นชีวิตประจำวันของคนทั่วไปแทน

Friction Removal ตัดขั้นตอนโหลดแอป ให้เริ่มใช้แต้มได้ในแอปที่คุ้นมือ

POINTX Lite บนแอป SCB EASY ให้ฐานลูกค้ากลุ่ม SCBX 17 ล้านรายใช้พอยท์ผ่าน e-Coupon โดยไม่ต้องโหลดแอป ถอดกลยุทธ์ลด Friction แคมเปญ 2,000 คะแนน สู่แลกแต้มวันละตอน

หัวใจของ POINTX Lite คือการลด Friction ด้วยการยกฟีเจอร์ยอดนิยมมาวางไว้ในแอปที่คนเปิดใช้อยู่แล้วทุกวันครับ แทนที่จะบังคับให้ลูกค้าไปเริ่มต้นความสัมพันธ์ใหม่บนแอปที่ไม่คุ้นเคย POINTX เลือกเดินเข้าไปหาลูกค้าในที่ที่เขาอยู่แล้วแทน

POINTX Lite บนแอป SCB EASY ให้ฐานลูกค้ากลุ่ม SCBX 17 ล้านรายใช้พอยท์ผ่าน e-Coupon โดยไม่ต้องโหลดแอป ถอดกลยุทธ์ลด Friction แคมเปญ 2,000 คะแนน สู่แลกแต้มวันละตอน

ตัวฟีเจอร์ที่ถูกยกมาไว้บนเวอร์ชัน Lite คือ e-Coupon ซึ่งข้อมูลจาก POINTX ระบุว่าเป็นหนึ่งในสิทธิประโยชน์ที่ได้รับความนิยมสูงถึง 29% เหตุผลที่เลือกฟีเจอร์นี้ก็ตรงไปตรงมา เพราะถ้าจะดึงคนเข้ามาลองใช้ครั้งแรก ก็ต้องเอาของที่คนอยากได้ที่สุดมาโชว์ก่อน ไม่ใช่เอาฟีเจอร์ที่ซับซ้อนมาเป็นด่านแรก ผู้ใช้งานจึงแลก e-Coupon ได้หลากหลายหมวด ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ช้อปปิ้ง เดลิเวอรี่ ความบันเทิง ไปจนถึงสิทธิด้านการเดินทางอย่าง Airport Lounge โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปฯ POINTX เลย

ลองนึกภาพเวลาที่เราเห็นแบรนด์หนึ่งชวนให้โหลดแอปใหม่เพื่อรับสิทธิพิเศษ หลายคนก็มักจะลังเลว่าคุ้มไหมที่จะเสียพื้นที่เครื่องเพิ่มอีกแอป กว่าจะโหลด กว่าจะสมัคร กว่าจะยืนยันตัวตน แรงจูงใจที่มีตอนแรกก็หายไปเกือบหมดแล้ว การที่ POINTX Lite ตัดขั้นตอนพวกนี้ออก เหลือแค่การกดยินยอมแชร์ข้อมูลระหว่าง SCB EASY กับ POINTX ก็เริ่มใช้ได้ทันที คือการเอาชนะแรงเสียดทานตรงจุดที่คนส่วนใหญ่หลุดออกไปพอดีครับ

Owned Distribution ยืมฐานลูกค้า 17 ล้านในกลุ่ม SCBX ผ่านแอป SCB EASY แทนการหาลูกค้าใหม่จากศูนย์

POINTX Lite บนแอป SCB EASY ให้ฐานลูกค้ากลุ่ม SCBX 17 ล้านรายใช้พอยท์ผ่าน e-Coupon โดยไม่ต้องโหลดแอป ถอดกลยุทธ์ลด Friction แคมเปญ 2,000 คะแนน สู่แลกแต้มวันละตอน

กลยุทธ์ที่ฉลาดที่สุดของดีลนี้ ในมุมธุรกิจคือการที่ POINTX ไม่ต้องออกไปตามหาผู้ใช้รายใหม่เองตั้งแต่ต้น แต่เลือกยืมฐานผู้ใช้ที่ SCB EASY มีอยู่แล้วมาเป็นช่องทางกระจายบริการแทนครับ เพราะทั้งคู่อยู่ในกลุ่ม SCBX เหมือนกัน การเชื่อมสองแพลตฟอร์มเข้าหากันจึงเป็นการต่อยอดจุดแข็งของกันและกัน POINTX ในฐานะแพลตฟอร์มรวมพอยท์ และ SCB EASY ในฐานะแอปการเงินที่มีฐานผู้ใช้ขนาดใหญ่

หลักคิดนี้คือสิ่งที่การตลาดวันละตอนเคยเล่าไว้ในซีรีส์ กลยุทธ์ Super App ต่อยอด ควบรวม เพื่อเติบโต ว่าแพลตฟอร์มที่มีฐาน User มากพอ เวลาจะออกบริการใหม่ ก็ไม่จำเป็นต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ แต่ใช้วิธีต่อยอดจากคนที่มีอยู่ในมือแล้วให้ใช้เงินหรือใช้บริการมากขึ้น ต้นทุนการหาลูกค้าใหม่ในวันนี้แพงขึ้นทุกปี การมีท่อกระจายบริการที่พร้อมอยู่แล้วจึงเป็นข้อได้เปรียบที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก

ลองนึกภาพแบรนด์ใหญ่ที่มีคนเปิดแอปใช้อยู่แล้วทุกวัน เวลาเขาปล่อยบริการใหม่ออกมา คนกลุ่มนั้นก็เห็นและกดลองได้เลยในทันที ต่างจากแอปน้องใหม่ที่ต้องจ่ายค่าโฆษณาเพื่อให้คนรู้จักตั้งแต่ก้าวแรก นี่คือเหตุผลที่การเข้าถึงฐานลูกค้าในกลุ่ม SCBX กว่า 17 ล้านรายผ่าน SCB EASY ตามที่ POINTX ระบุ จึงมีค่ามากกว่าแค่ตัวเลข เพราะมันคือการลัดขั้นตอนการสร้าง Awareness ที่แพงที่สุดในกระบวนการทั้งหมดครับ

Trial-to-Full Funnel ใช้ Lite เป็นบันไดขั้นแรก ก่อนดันขึ้นแอปเต็ม

POINTX Lite บนแอป SCB EASY ให้ฐานลูกค้ากลุ่ม SCBX 17 ล้านรายใช้พอยท์ผ่าน e-Coupon โดยไม่ต้องโหลดแอป ถอดกลยุทธ์ลด Friction แคมเปญ 2,000 คะแนน สู่แลกแต้มวันละตอน

ถ้ามองให้ครบภาพ POINTX Lite ไม่ใช่ปลายทาง แต่เป็นบันไดขั้นแรกของกระบวนการที่ตั้งใจให้คนค่อยๆ ไต่ขึ้นไปสู่แอป POINTX เวอร์ชันเต็มครับ เพราะบนเวอร์ชัน Lite ผู้ใช้จะได้แค่ฟีเจอร์หลักอย่าง e-Coupon ส่วนสิทธิที่ลึกกว่านั้น ทั้งการแลกไมล์สะสม เครดิตเงินคืน หรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ยังต้องเชื่อมต่อไปดาวน์โหลดแอปเต็มอยู่ดี

POINTX Lite บนแอป SCB EASY ให้ฐานลูกค้ากลุ่ม SCBX 17 ล้านรายใช้พอยท์ผ่าน e-Coupon โดยไม่ต้องโหลดแอป ถอดกลยุทธ์ลด Friction แคมเปญ 2,000 คะแนน สู่แลกแต้มวันละตอน

การออกแบบแบบนี้คือหลักคิดของ Product-Led Growth หรือการใช้ตัวสินค้าเองเป็นเครื่องมือดึงคนให้โตขึ้นทีละขั้น แทนที่จะเรียกร้องให้ลูกค้าผูกมัดกับเวอร์ชันเต็มตั้งแต่วันแรก POINTX เลือกให้ลองของง่ายๆ ก่อน พอเริ่มติดใจและเห็นคุณค่าของการใช้แต้ม ค่อยเสนอทางให้ขยับขึ้นไปหาสิทธิที่มากกว่า ตัวกระตุ้นสำคัญคือแคมเปญเปิดตัวที่ให้ลูกค้าใหม่รับคะแนน POINTX สูงสุด 2,000 คะแนน แบ่งเป็น 2 ต่อ ต่อแรกจากการเปิดใช้งานสำเร็จ และต่อที่สองจากการใช้คะแนนครั้งแรก โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 30 กันยายน 2569 ตามรายละเอียดใน หน้าแคมเปญ POINTX Lite บน SCB EASY

จุดที่แยบยลคือแคมเปญไม่ได้ให้คะแนนฟรีเฉยๆ แต่ผูกเงื่อนไขต่อที่สองไว้กับการใช้คะแนนจริง นั่นแปลว่า POINTX ไม่ได้แค่อยากได้ยอดสมัคร แต่อยากได้พฤติกรรมการเผาแต้มครั้งแรกที่จะกลายเป็นความเคยชินต่อไปด้วย เพราะการใช้แต้มครั้งแรกที่ราบรื่นนี่แหละ ที่จะเป็นตัวตัดสินว่าลูกค้าจะกลับมาใช้ซ้ำอีกหรือไม่ครับ

เล่ามาถึงตรงนี้ เราได้เห็นทั้งวิธีที่ POINTX ตัด Friction จุดแรกเข้า วิธียืมฐานผู้ใช้ของแอปพี่น้องในเครือ ไปจนถึงวิธีวางบันไดให้คนไต่ขึ้นแอปเต็ม ถ้าใครอยากเข้าใจวิธีคิดเรื่องการเปลี่ยนแต้มให้กลายเป็นความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าลึกขึ้น ผมเคยเขียนหลักการพวกนี้ไว้ในหนังสือ Customer Relationship Marketing ครับ คำถามต่อไปที่นักการตลาดอย่างเราน่าจะอยากรู้ก็คือ แล้วเราจะถอดวิธีคิดของ POINTX Lite ออกมาเป็นบทเรียนที่จับต้องได้กับแบรนด์ตัวเองยังไงบ้าง

4 บทเรียนจาก POINTX Lite ที่นักการตลาดจำเป็นต้องรู้

POINTX Lite บนแอป SCB EASY ให้ฐานลูกค้ากลุ่ม SCBX 17 ล้านรายใช้พอยท์ผ่าน e-Coupon โดยไม่ต้องโหลดแอป ถอดกลยุทธ์ลด Friction แคมเปญ 2,000 คะแนน สู่แลกแต้มวันละตอน
  1. Barrier over Benefit เริ่มจากเหตุผลที่ลูกค้าไม่ใช้ ไม่ใช่สิทธิที่อยากยัดเพิ่ม ก่อนจะคิดว่าจะแจกสิทธิอะไรเพิ่ม ลองถามก่อนว่าอะไรคือกำแพงที่ทำให้ลูกค้าไม่ยอมใช้สิ่งที่มีอยู่แล้ว POINTX เห็นว่ากำแพงคือการต้องโหลดแอปใหม่ เลยแก้ที่ตรงนั้นก่อนเป็นอันดับแรก ลองนึกถึงร้านอาหารที่มีบัตรสะสมแต้ม แต่ลูกค้าลืมพกทุกครั้ง แทนที่จะเพิ่มของแถมให้เยอะขึ้น การย้ายบัตรไปอยู่บนแอปที่ลูกค้าเปิดอยู่แล้วอาจแก้ปัญหาได้ตรงกว่า
  2. Borrowed Traffic ยืมฐานที่มีอยู่ ดีกว่าสร้างใหม่จากศูนย์ ถ้าแบรนด์ของเราอยู่ในเครือหรือมีพาร์ทเนอร์ที่มีฐานลูกค้าใหญ่กว่า การขอไปอยู่ในจุดที่คนเห็นอยู่แล้วทุกวัน คุ้มกว่าการทุ่มงบสร้างการรับรู้ใหม่ทั้งหมด ลองนึกภาพแบรนด์เครื่องสำอางเล็กๆ ที่แทนที่จะยิงแอดหาคนใหม่เอง เลือกไปวางขายในแอปของห้างที่มีสมาชิกหลักล้านอยู่แล้ว โอกาสถูกเห็นย่อมต่างกันมาก
  3. Low-Commitment Entry ให้ลองก่อนแบบไม่ผูกมัด แล้วค่อยดันขึ้นเวอร์ชันเต็ม คนเราไม่ชอบผูกมัดกับอะไรที่ยังไม่เห็นคุณค่า การมีเวอร์ชันเบาๆ ให้ลองใช้ฟรีก่อนโดยไม่ต้องตัดสินใจอะไรใหญ่โต ช่วยลดกำแพงในใจได้เยอะ ลองนึกถึงแอปฟังเพลงที่ให้ฟังฟรีแบบมีโฆษณาก่อน พอคนติดแล้วค่อยชวนอัปเกรดเป็นแบบพรีเมียม POINTX Lite ก็เดินเกมด้วยตรรกะเดียวกัน
  4. Everyday Habit ออกแบบให้ใช้ซ้ำทุกวัน ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวจบ เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่ให้คนใช้แต้มครั้งเดียวแล้วหาย แต่คือการทำให้การใช้แต้มกลายเป็นพฤติกรรมประจำวัน แนวคิดนี้ตรงกับที่การตลาดวันละตอนเคยถอดไว้ในเรื่อง Customer Ritual Strategy กับ Hooked Model ที่ว่าแบรนด์ซึ่งเข้าไปอยู่ในกิจวัตรของลูกค้าได้ จะได้เปรียบระยะยาวทั้งเรื่องยอดและต้นทุน การผูกเงื่อนไขแคมเปญไว้กับการใช้แต้มครั้งแรก ก็คือความพยายามจุดประกายพฤติกรรมซ้ำนั้นให้เกิดขึ้นตั้งแต่ต้น

Everyday สรุปบทเรียน POINTX Lite ในแบบแลกแต้มวันละตอน ที่นักการตลาดอย่างเราเอาไปใช้ได้ทันที

POINTX Lite บนแอป SCB EASY ให้ฐานลูกค้ากลุ่ม SCBX 17 ล้านรายใช้พอยท์ผ่าน e-Coupon โดยไม่ต้องโหลดแอป ถอดกลยุทธ์ลด Friction แคมเปญ 2,000 คะแนน สู่แลกแต้มวันละตอน

ถ้าให้ผมรวบทุกอย่างในบทความนี้เหลือเพียงคำเดียว คำนั้นคือ Everyday หรือในภาษาไทยคือ ทุกวัน เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่ POINTX พยายามทำกับ POINTX Lite ไม่ใช่การเพิ่มฟีเจอร์ให้ดูอลังการขึ้น แต่คือการทำให้พอยท์กลายเป็นเรื่องที่คนหยิบมาแลกมาใช้ได้ทุกวันจริงๆ จนผมอยากเรียกวิธีคิดแบบนี้เล่นๆ ว่า แลกแต้มวันละตอน เพราะเหมือนกับที่การตลาดที่ดีไม่ได้อยู่ที่ทำอะไรใหญ่โตปีละครั้ง แต่อยู่ที่การอยู่ในจังหวะชีวิตลูกค้าให้ได้ทุกวันนั่นแหละครับ

บทเรียนที่จับต้องได้จริงคือ ก่อนจะไปคิดเรื่องแจกสิทธิให้มากกว่าเดิม ลองกลับมามองก่อนว่าแบรนด์ของเรากำลังตั้งกำแพงอะไรไว้ขวางลูกค้าโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า บางทีสิ่งที่ทำให้ยอดการใช้งานพุ่งขึ้น อาจไม่ใช่การเพิ่มของรางวัล แต่เป็นการตัดขั้นตอนที่ทำให้คนขี้เกียจใช้ออกไปแค่ขั้นตอนเดียวก็ได้ และใครที่อยากต่อยอดวิธีคิดเรื่องการดูแลความสัมพันธ์กับลูกค้าให้ลึกขึ้น ลองหยิบหนังสือ Customer Relationship Marketing ไปอ่านต่อได้ครับ

คำถามที่ผมอยากฝากทิ้งท้ายไว้ก็คือ ถ้าวันนี้ลูกค้าของคุณยังสะสมแต้มไว้เต็มมือแต่ไม่ยอมเอาออกมาใช้ คุณมั่นใจแค่ไหนว่าปัญหาอยู่ที่ของรางวัลไม่ดีพอ ทั้งที่จริงๆ แล้วกำแพงอาจเป็นแค่ความยุ่งยากเล็กๆ ที่คุณมองข้ามไปอย่างน่าเสียดายครับ

เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน อาจารย์พิเศษวิชา Data-Driven Communication เขียนหนังสือมาแล้ว 7 เล่ม Personalized Marketing, Data-Driven Marketing, Data Thinking, Contextual Marketing, Social Listening, CRM และ ขายดีขึ้นร้อยเท่ากับการตลาดร้อยตอน และที่ปรึกษาด้านการตลาด Data-Driven Advisor

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *