Occasional Marketing คือการตลาดที่โตด้วยการเพิ่มโอกาสใช้สินค้าเดิม ถอดเคส HEINZ เบอร์ 1 ซอสมะเขือเทศทั้งโลกและไทย พาซอสบุกไข่เจียว พร้อม 4 บทเรียนที่ SME ใช้ได้

ถอดรหัสการตลาด HEINZ ใช้ Occasional Marketing พาซอสมะเขือเทศบุกโต๊ะไข่เจียวคนไทย

ซอสมะเขือเทศ HEINZ เป็น แบรนด์ที่ครองตำแหน่งซอสมะเขือเทศอันดับ 1 ของโลก และ ในไทยก็เป็นซอสมะเขือเทศเบอร์ 1 อยู่แล้ว ตามรายงานของ Campaign Brief Asia แต่ทั้งที่เป็นเบอร์ 1 ทั้งโลกและในไทย HEINZ กลับทุ่มแรงทำแคมเปญเพื่อไปอยู่บนจานไข่เจียวราคาไม่กี่บาท ทำไมแบรนด์ที่ชนะแล้วถึงยังต้องดิ้นขนาดนี้

ในฐานะที่ปรึกษาการตลาดที่ได้แนวคิดเรื่อง Mental Availability มาจากงานของคุณ Byron Sharp คำถามที่ผมเจอบ่อยเวลาไปบรรยายก็คือ แบรนด์ที่เป็นเบอร์ 1 อยู่แล้วจะโตต่อได้ยังไง เพราะเมื่อคุณยึดหัวตารางไว้แล้ว การไปแย่งลูกค้าจากคู่แข่งใน Category เพิ่มอีกนิดหน่อยแทบไม่ขยับเข็มยอดขายเลย

ฟังดูเหมือนแคมเปญ Egg Has To Be HEINZ เป็นแค่ไอเดียสนุกๆ ที่เอาซอสฝรั่งมาราดไข่เจียวใช่มั้ยครับ แต่จริงๆ แล้วนี่คือเกม Occasional Marketing หรือการตลาดที่เล่นกับโอกาสการใช้สินค้า ที่เจ้าตลาดทุกรายต้องเล่น ถ้าอยากโตต่อโดยไม่ต้องรอให้ตลาดโตเอง บทความนี้ผมเลยอยากชวนนักการตลาดอย่างเรามาถอดรหัสว่า HEINZ กำลังเล่นเกมอะไร และเราจะถอดหลักคิดนี้ไปใช้กับแบรนด์ตัวเองได้ยังไงบ้าง

Growth Ceiling ทำไม HEINZ ถึงต้องพาซอสมาอยู่บนไข่เจียวตอนนี้

คำตอบสั้นๆ คือเพราะ HEINZ โตในเกมเดิมจนเกือบสุดเพดานแล้วครับ เมื่อคุณเป็นซอสมะเขือเทศเบอร์ 1 ทั้งในไทยและในโลก การเติบโตก้อนต่อไปไม่ได้มาจากการทำให้คนเปลี่ยนจากซอสยี่ห้ออื่นมาใช้ HEINZ แต่มาจากการทำให้คนที่ใช้ HEINZ อยู่แล้ว หยิบมาใช้ในโอกาสใหม่ที่ไม่เคยใช้มาก่อน

บริษัท Kraft Heinz (Thailand) เลือกเปิดแคมเปญ Egg Has To Be HEINZ ภายใต้แนวคิด ไข่เฉยๆ อร่อยเฉยเลย เมนูไข่ต้อง HEINZ เท่านั้น โดยจับภาพชีวิตคนรุ่นใหม่ที่เหนื่อยล้าหลังเลิกงาน แล้วจบวันด้วยเมนูแสนง่ายอย่างไข่เจียว ข้อมูลจาก HEINZ ระบุว่าแคมเปญนี้ต้องการเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้กลายเป็นประสบการณ์ระดับบิสโทร ด้วยการเติมซอสมะเขือเทศลงไปแค่ไม่กี่หยด

ถ้ามองผ่านเลนส์ของคุณ Byron Sharp เรื่อง Mental Availability และ Physical Availability จะเห็นว่าการเติบโตของแบรนด์ใหญ่ไม่ได้มาจากการหา Loyalty ให้ลึกขึ้นในคนกลุ่มเดิม แต่มาจากการทำให้แบรนด์ถูกนึกถึงและหยิบใช้ได้ในสถานการณ์ที่กว้างขึ้น ไข่เจียวคือหนึ่งในโอกาสการกินที่คนไทยทำซ้ำบ่อยที่สุดในชีวิตประจำวัน การยึดโอกาสนี้ได้จึงมีค่ามากกว่าการแย่งส่วนแบ่งในหมวดซอสมะเขือเทศที่ HEINZ ครองอยู่แล้ว

Occasional Marketing สร้างโอกาสการกินใหม่ ไม่ใช่สร้างสินค้าใหม่

หัวใจของแคมเปญนี้คือ HEINZ ไม่ได้ออกสินค้าใหม่เลยแม้แต่ชิ้นเดียว แต่เลือกวิธีที่ถูกกว่าและเร็วกว่า ด้วยการแนบตัวสินค้าเดิมเข้ากับโมเมนต์การกินใหม่ นั่นคือหัวใจของ Occasional Marketing หรือการตลาดที่สร้างโอกาสการใช้สินค้าใหม่ (Usage Occasion) ให้กับของที่คนมีอยู่แล้ว

มุมที่ผมว่าคมที่สุดของเคสนี้คือการเลือกไข่เจียว เพราะไข่เจียวคือเมนูสิ้นคิดของคนไทย เป็นของที่ทุกคนทำกินเองได้ ทำซ้ำได้ทุกวัน และแทบไม่ต้องตัดสินใจอะไรเลยเวลาหิวแล้วขี้เกียจคิด ถ้าเทียบกับฝั่งตะวันตก ไข่เจียวก็คือ Comfort Food ระดับเดียวกับฮอทดอกหรือเบอร์เกอร์ที่คนหยิบกินแบบไม่ต้องคิดมาก

และรู้มั้ยครับว่าโมเมนต์แบบนี้แหละคือสมรภูมิที่มีค่าที่สุด เพราะการที่แบรนด์ไปยืนอยู่ในโอกาสที่คนทำซ้ำบ่อยที่สุด เท่ากับได้ยึด Top of Mind ในจังหวะที่คนตัดสินใจเร็วและไม่ค่อยเปลี่ยนใจ

เรื่องการพาแบรนด์ฝรั่งเข้ามาอยู่ในมื้อประจำวันของคนไทยแบบนี้ ไม่ใช่ HEINZ รายแรกที่ทำ ก่อนหน้านี้การตลาดวันละตอนเคยถอด การตลาด KFC ใช้ Familiarity พาแบรนด์ฝรั่งติดลิสต์มื้อเที่ยงคนไทย ไว้ ซึ่ง KFC ก็ไม่ได้เปลี่ยนสินค้าหลัก แต่เปลี่ยนวิธีเข้าไปอยู่ในชีวิตคน จากของกินมื้อพิเศษให้กลายเป็นข้าวจานเดียวที่นึกถึงตอนเที่ยง หลักคิดเดียวกันเลยครับ ต่างกันแค่ HEINZ ไปเล่นในมื้อเย็นบนโต๊ะที่บ้าน ไม่ใช่มื้อเที่ยงนอกบ้าน

Cultural Blending เปลี่ยนซอสฝรั่งให้กลายเป็นของคู่ครัวไทย

การจะพาซอสฝรั่งขึ้นโต๊ะไข่เจียวได้ไม่ใช่แค่เรื่องรสชาติ แต่คือการทำให้แบรนด์ระดับโลกรู้สึกเหมือนเป็นของที่อยู่ในครัวบ้านมานาน และตรงนี้คือจุดที่ HEINZ ทำการบ้านมาต่อเนื่อง ไม่ใช่แคมเปญเดียวจบ

ถ้าย้อนดูจังหวะการเดินของ HEINZ ในไทยช่วงที่ผ่านมา จะเห็นว่าแบรนด์ทำซีรีส์ Localization มาเป็นชุด ตั้งแต่แคมเปญที่ให้คนไทยเรียกชื่อ Heinz ในสำเนียงของตัวเอง อย่างที่การตลาดวันละตอนเคยถอด การตลาด Heinz ใช้ Inclusive Marketing ให้สำเนียงไทยเป็นพลังสร้างแบรนด์ ไว้ ต่อด้วยแคมเปญ It Has To Be Mom ที่พาแบรนด์เข้าไปในหมวดซอสปรุงรสซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ของแบรนด์ท้องถิ่น ตามรายงานของ Campaign Brief Asia จนมาถึงไข่เจียวในวันนี้ ทุกแคมเปญเดินไปในทิศเดียวกันคือทำให้ HEINZ เป็นของในครัวไทย ไม่ใช่สินค้านำเข้าที่จับต้องยาก

ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ HEINZ ไม่ได้ขายแค่ความอร่อยลอยๆ แต่มีเหตุผลรองรับให้คนรู้สึกว่าคุ้มที่จะจ่ายแพงกว่าซอสทั่วไปบนเมนูบ้านๆ ข้อมูลจาก HEINZ ระบุว่าซอสมะเขือเทศของแบรนด์ไม่ผสมแป้งและไม่ใช้วัตถุกันเสีย ซึ่งกลายเป็น Product Truth หรือความจริงของสินค้าที่ใช้ยกระดับความรู้สึกพรีเมียมให้มื้อธรรมดา เพราะพอเป็นของที่กินบ่อยเข้าปากทุกวัน คนก็อยากได้ของที่สบายใจว่าดีต่อตัวเองด้วย ไม่ใช่แค่อร่อย

Key Takeaways 4 บทเรียน Occasional Marketing ที่นักการตลาดเอาไปใช้ได้

เล่ามาถึงตรงนี้ เราได้เห็นทั้งเหตุผลว่าทำไมเจ้าตลาดอย่าง HEINZ ถึงต้องขยับ และเห็นวิธีที่แบรนด์เลือกเกาะโมเมนต์ไข่เจียวเพื่อโตต่อโดยไม่ต้องออกสินค้าใหม่ คำถามที่นักการตลาดอย่างเราน่าจะอยากรู้ต่อก็คือ แล้วเราจะถอดสิ่งที่ HEINZ ทำออกมาเป็นหลักการที่จับต้องได้และเอาไปใช้กับแบรนด์ตัวเองยังไงบ้าง ลองมาดูกันเป็นข้อๆ ครับ

  1. Occasion over Product เติบโตด้วยโอกาสใหม่ ไม่ใช่สินค้าใหม่ การออกสินค้าใหม่ทุกครั้งมีต้นทุนและความเสี่ยงสูงเสมอ แต่การหาโอกาสการใช้ใหม่ให้สินค้าเดิมนั้นถูกกว่าและเร็วกว่ามาก ลองนึกภาพแบรนด์นมข้นหวานที่แทนที่จะออกรสใหม่ ก็หันไปบอกคนว่าเอาไปราดขนมปังปิ้งตอนเช้าได้ด้วย นั่นคือการเปิดโอกาสการกินใหม่บนสินค้าเดิม เหมือนที่ HEINZ ทำกับไข่เจียว
  2. Anchor to Ritual เกาะเมนูหรือกิจวัตรที่คนทำซ้ำทุกวัน โอกาสที่มีค่าที่สุดคือโอกาสที่เกิดถี่ที่สุด เพราะยิ่งคนทำซ้ำบ่อย แบรนด์ยิ่งถูกหยิบใช้บ่อยตามไปด้วย HEINZ ไม่ได้เลือกเมนูหรูที่คนกินปีละครั้ง แต่เลือกไข่เจียวที่คนทำกินแทบทุกสัปดาห์ ลองนึกถึงแบรนด์กาแฟที่เกาะกิจวัตรตอนเช้าของคนทำงาน พอผูกตัวเองกับช่วงเวลาที่เกิดซ้ำได้ ยอดขายก็มาเองแบบสม่ำเสมอ
  3. Local Truth แปลแบรนด์โลกให้เป็นของในครัวบ้าน แบรนด์ระดับโลกจะเข้าไปอยู่ในใจคนท้องถิ่นได้ ต้องเลิกพูดเสียงแบบสินค้านำเข้า แล้วหันมาพูดภาษาเดียวกับที่คนใช้ในบ้าน HEINZ ไม่ได้พาไข่เจียวไปหาซอส แต่พาซอสมาหาไข่เจียวซึ่งเป็นของที่คนไทยรักอยู่แล้ว ลองนึกถึงแบรนด์อาหารฝรั่งที่ออกเมนูข้าวเพื่อให้คนไทยกินง่ายขึ้น หลักการเดียวกันคือเอาแบรนด์เข้าไปหาวัฒนธรรม ไม่ใช่ดึงคนออกจากวัฒนธรรมเดิม
  4. Penetration over Loyalty โตด้วยการขยายคนใช้และโอกาสใช้ ไม่ใช่กดให้คนเดิมซื้อหนักขึ้น ตามแนวคิดของคุณ Byron Sharp แบรนด์ส่วนใหญ่โตจากการเพิ่มจำนวนคนที่ซื้อและจำนวนโอกาสที่ถูกซื้อ มากกว่าการรีดยอดจากแฟนกลุ่มเดิม การเปิดโอกาสไข่เจียวจึงเท่ากับดึงคนที่เคยใช้ HEINZ แค่กับเฟรนช์ฟรายส์ ให้ขยับมาใช้บ่อยขึ้นในมื้ออื่นด้วย ลองนึกถึงแบรนด์ยาสีฟันที่บอกให้แปรงหลังมื้อกลางวันเพิ่ม นั่นคือการเพิ่มโอกาสใช้เพื่อขยายฐานการบริโภคโดยไม่ต้องหาลูกค้าใหม่เลย

Occasion สรุปบทเรียนการตลาด HEINZ ไข่เจียว ที่นักการตลาดต้องรู้

ถ้ามองเผินๆ Egg Has To Be HEINZ อาจดูเป็นแค่แคมเปญน่ารักที่ชวนคนราดซอสบนไข่เจียว แต่พอถอดชั้นกลยุทธ์ออกมาดู จะเห็นว่านี่คือการเดินเกมของเจ้าตลาดที่เข้าใจดีว่าตัวเองโตในสนามเดิมจนเกือบสุดแล้ว ทางที่เหลือให้โตต่อจึงไม่ใช่การแย่งส่วนแบ่งซอสมะเขือเทศเพิ่ม แต่คือการขยายพื้นที่ในชีวิตประจำวันของคน ให้แบรนด์ถูกหยิบใช้ในโมเมนต์ที่มากขึ้นและถี่ขึ้น

ถ้าให้ผมรวบทั้งบทความนี้ให้เหลือคำเดียว คำนั้นคือ Occasion หรือในภาษาไทยคือ โอกาสการใช้ เพราะสิ่งที่ HEINZ ซื้อในแคมเปญนี้ไม่ใช่ส่วนแบ่งตลาดที่เขามีมากพออยู่แล้ว แต่คือโมเมนต์เล็กๆ บนโต๊ะอาหารที่คนไทยกลับมาทำซ้ำทุกวัน และแบรนด์ที่เป็นเจ้าของโมเมนต์ได้ ก็คือแบรนด์ที่อยู่ในชีวิตคนได้นานกว่าแบรนด์ที่เป็นแค่เจ้าของหมวดสินค้า

คำถามที่ผมอยากฝากให้คุณคิดต่อก็คือ แบรนด์ของคุณเป็นเจ้าของโอกาสการใช้ไหนในชีวิตประจำวันของลูกค้าอยู่บ้าง และมีโมเมนต์ไหนที่คุณควรเข้าไปยึดตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่คู่แข่งจะเดินเข้าไปยืนตรงนั้นแทนอย่างน่าเสียดายครับ

FAQ คำถามที่พบบ่อยเรื่อง Occasional Marketing และแคมเปญ HEINZ ไข่เจียว

Occasional Marketing คืออะไร

Occasional Marketing คือการตลาดที่สร้างโอกาสการใช้สินค้า (Usage Occasion) ใหม่ให้กับของที่คนมีอยู่แล้ว โดยทำให้สินค้าเดิมถูกหยิบใช้ในช่วงเวลาหรือสถานการณ์ที่ไม่เคยใช้มาก่อน เพื่อเพิ่มความถี่การใช้และขยายการบริโภคโดยไม่ต้องออกสินค้าใหม่ให้เสี่ยงต้นทุน

ทำไมแบรนด์ที่เป็นเบอร์ 1 อยู่แล้วถึงต้องสร้างโอกาสการใช้ใหม่

เพราะเมื่อแบรนด์ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในหมวดของตัวเองแล้ว การเติบโตจากการแย่งลูกค้าคู่แข่งเพิ่มจะทำได้ยากและได้ผลน้อย การเปิดโอกาสการใช้ใหม่จึงเป็นทางที่ทำให้ยอดขายโตต่อได้ ด้วยการทำให้ลูกค้าเดิมใช้สินค้าบ่อยขึ้นในสถานการณ์ที่กว้างขึ้น

SME นำกลยุทธ์ Occasional Marketing ไปใช้ได้ยังไง

SME เริ่มได้จากการดูว่าสินค้าของตัวเองยังมีโอกาสไปอยู่ในโมเมนต์ไหนของลูกค้าที่ยังไม่เคยสื่อสาร แล้วสร้างคอนเทนต์หรือแคมเปญที่ผูกสินค้าเข้ากับกิจวัตรที่ลูกค้าทำซ้ำบ่อย โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนออกสินค้าใหม่ให้เสี่ยงต้นทุน

แคมเปญ Egg Has To Be HEINZ คืออะไร

Egg Has To Be HEINZ คือแคมเปญของ HEINZ ในไทยที่พาซอสมะเขือเทศเข้าไปอยู่ในเมนูไข่เจียว ภายใต้แนวคิดไข่เฉยๆ อร่อยเฉยเลย เพื่อเปลี่ยนมื้อธรรมดาให้พิเศษขึ้น และขยายโอกาสการใช้ซอสจากคู่อาหารฝรั่งมาสู่โต๊ะอาหารไทยในชีวิตประจำวันครับ

เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน อาจารย์พิเศษวิชา Data-Driven Communication เขียนหนังสือมาแล้ว 7 เล่ม Personalized Marketing, Data-Driven Marketing, Data Thinking, Contextual Marketing, Social Listening, CRM และ ขายดีขึ้นร้อยเท่ากับการตลาดร้อยตอน และที่ปรึกษาด้านการตลาด Data-Driven Advisor

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *