The Teak Gamble จุดเริ่มต้นจากวิศวกรสองคนที่มองเห็นช่องว่างในตลาดเฟอร์นิเจอร์นอกบ้าน
เรื่องราวของ Royal Botania เริ่มต้นในปี 1992 จากวิศวกรสองคนคือ คุณ Kris Van Puyvelde และ คุณ Frank Boschman ที่เคยเรียนวิศวกรรมด้วยกันที่เมือง Antwerp ประเทศเบลเยียม ทั้งคู่กลับมาเจอกันอีกครั้งตอนที่ต่างคนต่างอยากมีธุรกิจของตัวเอง โดยไอเดียแรกคือการนำเข้าเฟอร์นิเจอร์ไม้สักจากอินโดนีเซียมาขาย
แต่พอได้เห็นสินค้าจริง ทั้งคู่กลับพบว่าคุณภาพในตลาดตอนนั้นยังไม่ดีพอ และดีไซน์ก็ติดอยู่กับสไตล์อาณานิคมเก่าๆ ในฐานะวิศวกร พวกเขาเลยคิดว่าตัวเองน่าจะออกแบบและทำให้ดีกว่านี้ได้ จุดนี้เองที่ทำให้แทนที่จะเป็นแค่พ่อค้านำเข้า พวกเขาเลือกกระโดดมาเป็นผู้ผลิตเอง แล้วตั้งชื่อแบรนด์ว่า Royal Botania ที่สื่อถึงทั้งความงามของสวนพฤกษศาสตร์ และความหรูระดับ Royal Class
สิ่งที่น่าสนใจคือ ตามที่แบรนด์เล่าไว้ในหน้า Milestones ของ Royal Botania เฟอร์นิเจอร์ไม้สักล็อตแรกที่พวกเขาสั่งมาขายหมดภายในสัปดาห์เดียว นั่นคือสัญญาณแรกที่บอกว่าตลาดกำลังรอสินค้าแบบนี้อยู่จริงๆ ครับ หลังจากนั้นแบรนด์ก็เดินหน้าสร้างนวัตกรรมของตัวเองต่อเนื่อง ตั้งแต่คอลเลกชัน Zetu ที่ผสมอะลูมิเนียมกับไม้สัก เตียงอาบแดดที่ปรับเอนด้วยระบบ Gas Spring ที่แบรนด์บอกว่าเป็นรายแรกๆ ของอุตสาหกรรม ไปจนถึงเทคนิคจดสิทธิบัตรในการฝังผ้า Batyline เข้ากับโครงเฟอร์นิเจอร์อย่างเนียนตา
Country of Origin Effect ทำไมป้าย Made in ถึงไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด
ในโลกการตลาดมีแนวคิดหนึ่งที่เรียกว่า Country of Origin Effect หรือผลของประเทศแหล่งกำเนิดสินค้า ที่การตลาดวันละตอนเคยอธิบายไว้ในบทความเรื่อง Country of Origin Effect ว่าคือการที่พอเราพูดถึงสินค้าอะไรสักอย่าง จะมีชื่อประเทศเด้งขึ้นมาในหัวทันที เช่น รถหรูต้องเยอรมัน สกินแคร์ต้องเกาหลี และเฟอร์นิเจอร์ดีไซน์ก็ต้องยุโรป
คำถามที่ตามมาคือ แล้วการที่ Made in Thailand ไม่ได้ถูกชูขึ้นมา ทำให้คุณค่าของแบรนด์ลดลงไหม คำตอบคือไม่เลยครับ เพราะสิ่งที่ลูกค้าจ่ายเงินให้จริงๆ ไม่ใช่ป้ายบอกแหล่งผลิต แต่คือดีไซน์ วิศวกรรม เรื่องเล่า และคุณภาพงานที่จับต้องได้ ป้าย Made in เป็นแค่ส่วนเล็กๆ ของสมการทั้งหมด
เล่ามาถึงตรงนี้ เราได้เห็นทั้งจุดเริ่มต้นของแบรนด์วิศวกรที่หมกมุ่นกับคุณภาพ การย้ายหัวใจการผลิตมาปักหลักในไทย และกลไกทางการตลาดเรื่อง Country of Origin ที่อยู่เบื้องหลัง คำถามต่อไปที่นักการตลาดและเจ้าของโรงงานอย่างเราน่าจะอยากรู้ก็คือ แล้วเราจะถอดสิ่งที่ Royal Botania ทำ ออกมาเป็นบทเรียนที่เอาไปใช้กับแบรนด์ไทยได้จริงยังไงบ้าง
Made in Thailand Playbook 4 บทเรียนสำหรับแบรนด์และผู้ผลิตไทย
1. Design Equity over Origin Label คุณค่าที่แท้จริงอยู่ที่ดีไซน์และเรื่องเล่า ไม่ใช่ป้ายแหล่งผลิต