โดยทุกครั้งที่ลูกค้าเข้าไปเลือกซื้อสินค้าบนหน้าเว็บแล้วมีคำถาม เหล่าผู้ช่วยหรือ Personal shopper ของแบรนด์บนออนไลน์จะสามารถเข้าถึง Database เหล่านี้ได้หมด ทำให้สามารถแนะนำสินค้า หรือตอบคำถามได้อย่างถูกจุดถูกใจลูกค้า ซึ่ง Personal shopper เหล่านี้ ก็ไม่ใช่ AI ไปซะทุกอย่างนะคะ เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่บริษัทอยากให้ลูกค้าสัมผัสถึงก็คือความใส่ใจแบบ Human Relationship ด้วยค่ะ
และเพราะว่า YNAP ใส่ใจเรื่องของ Human Relationship ไปพร้อมๆ กับเรื่องของ Data ทำให้บริษัทได้พัฒนาระบบการ Search บนเว็บให้เป็นแบบ Natural Language เพื่อรองรับภาษาคนมากขึ้น ยังไม่พอระบบยังรองรับการค้นหาแบบ Visual หรือผ่านภาพถ่ายได้ด้วย โดยหลังจากลูกค้าเอาภาพมา Search แล้วนั้น ระบบจะค้นหาเสื้อผ้าหรือสินค้าที่ใกล้เคียงออกมาให้เลยค่ะ แบบนี้ครั้งหน้าถ้าเราอยากได้ชุดแบบ Kim K. หรือกระเป๋าแบบ Badgalriri ก็แค่ Capture ภาพแล้วมาค้นหาผ่านเว็บของ YOOX แค่นี้คุณก็พร้อมเสียตังแล้วค่ะ
ทั้งหมดนี้ก็คือ 3 Pillars ในการใช้ Data หลักๆ ที่ YNAP ใช้ให้เกิดยอดขาย Experience ที่ดี และที่สำคัญยังเกิดเป็น Data ใหม่ๆ กลับมาเพิ่มขึ้นด้วย หากใครที่กำลังทำธุรกิจสายแฟหรือ E-commerce ลองนำไปปรับใช้ดูนะคะ เพราะถ้ามี Data ไว้ในมือแต่ไม่ได้ใช้ให้เกิดประโยชน์ Big Data เหล่านั้นก็คงไม่มีความหมายอะไรเลยค่ะ
Marketing Strategic Planner ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์
@Fabfatkid | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทางแบบแมสๆ | An Instagrammer @theplearn ที่ชอบเล่น Story เป็นชีวิตจิตใจ | สุดท้ายคือ Data Researcher ทั้ง Social และ Search Data etc. ค่ะ