การตลาด ททท. 2026

ถอด 3 กลยุทธ์ การตลาด ททท. 2026 ดึง วิน-กลัฟ-บลู นั่ง Friend of Amazing Thailand

บทความนี้พามาถอด 3 กลยุทธ์ การตลาด ททท. 2026 ถ้าใครติดตามข่าวสารแวดวงการตลาดและการท่องเที่ยวในช่วงปีที่ผ่านมา คงต้องยอมรับว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยหรือ ททท. กำลังเดินเกม การตลาด ที่น่าจับตามองที่สุดในรอบหลายปีครับ หลังจากที่สร้างแรงกระเพื่อมระดับโลก ด้วยการดึง ลิซ่า ลลิษา มโนบาล มาเป็น Amazing Thailand Ambassador จนเกิดกระแส “ตามรอยลิซ่า” ที่วัดอรุณฯ และร้านอาหารสตรีทฟู้ดกันแบบถล่มทลาย ล่าสุด ททท. ไม่ปล่อยให้กระแสจางหาย และเลือกที่จะตีเหล็กเมื่อยังร้อน ด้วยการเปิดตัวแคมเปญใหม่ที่เจาะลึกและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ละเอียดยิ่งขึ้นครับ

ต้องบอกแบบนี้ก่อนครับว่าโจทย์ใหญ่ของ ททท. ในปีนี้ไม่ใช่แค่การกวาดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เข้าประเทศเหมือนในอดีตอีกต่อไปครับ แต่เป้าหมายคือการยกระดับภาพลักษณ์สู่การเป็น Quality Leisure Destination หรือจุดหมายปลายทางของการพักผ่อนระดับคุณภาพ ดังนั้น การเลือก “ใคร” มาเป็นตัวแทนในการสื่อสารจึงสำคัญมาก และคำตอบที่ออกมาคือ 3 หนุ่มฮอตขวัญใจคนรุ่นใหม่อย่าง “วิน เมธวิน – กลัฟ คณาวุฒิ – บลู พงศ์ทิวัตถ์” ในฐานะ “Friend of Amazing Thailand” วันนี้ผมอยากชวนทุกคนมาวิเคราะห์เบื้องหลังการเดินหมากครั้งนี้ว่า ทำไมต้องเป็น 3 คนนี้ และแคมเปญ “Feel All the Feelings” ซ่อนกลยุทธ์อะไรไว้บ้าง ไปถอดรหัสพร้อมกันเลยครับ

สานต่อโมเมนต์ระดับโลก สู่การสัมผัสประสบการณ์ที่จับต้องได้

หลังจากที่ลิซ่าได้ทำหน้าที่เปิดประตูบานใหญ่ให้คนทั่วโลกหันมามองประเทศไทยแล้ว หน้าที่ต่อมาของ ททท. คือการเชิญชวนให้แขกเหล่านั้นเดินเข้ามาสัมผัสรายละเอียด ภายในบ้านครับ การแต่งตั้ง 3 หนุ่ม วิน, กลัฟ, และบลู ขึ้นแท่น Friend of Amazing Thailand จึงเป็นการแบ่งหน้าที่กันเล่าเรื่องราวของประเทศไทยในมิติที่ลึกซึ้งขึ้น ภายใต้คอนเซปต์ภาพยนตร์โฆษณาชุด “Feel All the Feelings – เที่ยวเมืองไทย สัมผัสถึงทุกความรู้สึก” ซึ่งได้รับเสียงตอบรับอย่างท่วมท้นในโลกโซเชียลทันทีที่ปล่อยออกมา

การตลาด ททท. 2026

ความน่าสนใจอยู่ที่การแบ่ง Role หรือบทบาทของทั้ง 3 คนที่สะท้อนคาแรกเตอร์ของประเทศไทยได้อย่างชัดเจน เริ่มจาก “วิน เมธวิน” ที่มารับหน้าที่ถ่ายทอดมนต์เสน่ห์ด้าน “Vibe” หรือบรรยากาศและวัฒนธรรม ซึ่งไม่ใช่แค่วัดวาอารามแบบเดิม ๆ แต่รวมถึงไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว 

ต่อด้วย “กลัฟ คณาวุฒิ” ที่พาเราหลีกหนีความวุ่นวายไป “Recharge” กับธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งตอบโจทย์เทรนด์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการพักผ่อน และปิดท้ายด้วยน้องเล็กอย่าง “บลู พงศ์ทิวัตถ์” ที่รับหน้าที่ชวนทุกคนมา “Taste” หรือสัมผัสรสชาติอาหารไทย ตั้งแต่สตรีทฟู้ดยันมิชลิน ซึ่งเป็น Soft Power ที่แข็งแกร่งที่สุดของไทย การผนึกกำลังของทั้ง 3 คนนี้จึงเปรียบเสมือนการต่อจิ๊กซอว์ภาพประเทศไทยให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นครับ

จากแคมเปญที่เกิดขึ้นผมได้ลองวิเคราะห์และถอดบทเรียนออกมาเป็น 4 กลยุทธ์การตลาดสำคัญที่ ททท. ใช้ในการขับเคลื่อนแคมเปญนี้ เพื่อเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจสำหรับการทำการตลาดท่องเที่ยวในยุคปัจจุบันครับ

การเลือกพรีเซนเตอร์ทั้ง 3 คนนี้ เป็นการวางกลยุทธ์แบบ Segmentation ที่ดีมากครับ หากเรามองลึกลงไป วิน เมธวิน มีภาพลักษณ์ของความหรูหรา ทันสมัย Luxury & Fashion จึงเหมาะมากที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม Luxury หรือกลุ่มที่ชอบ City Lifestyle ให้มาสัมผัส Vibe ของเมืองไทย ในขณะที่ กลัฟ คณาวุฒิ มีภาพลักษณ์ที่ดูอบอุ่น เข้าถึงง่าย Warm & Approachable จึงเป็นตัวแทนที่ดีที่สุดในการสื่อสารเรื่อง Nature และการพักผ่อนกับครอบครัว 

การตลาด ททท. 2026

ส่วน บลู พงศ์ทิวัตถ์ ที่มีความสดใสและเป็นตัวแทนของ Gen Z Energetic & Youthful ก็สามารถเจาะกลุ่มวัยรุ่นที่รักการกินและการตะลุยเที่ยวแบบ Foodie ได้อย่างตรงจุด การใช้ 3 คน 3 สไตล์ คือการที่ ททท. กำลังบอกว่า “เมืองไทยมีที่สำหรับทุกคน” ไม่ว่าคุณจะเป็นนักท่องเที่ยวสไตล์ไหนครับ

ต้องยอมรับว่าในวงการการตลาดระดับเอเชียตอนนี้ ไม่มีพลังไหนขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้รวดเร็วเท่ากับพลังแฟนคลับ หรือ Fandom Economy ครับ ทั้งวิน, กลัฟ, และบลู ต่างมีฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่งมากไม่ใช่แค่ในไทย แต่กระจายไปทั่วเอเชีย ทั้งจีน ญี่ปุ่น เกาหลี และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตลาดนักท่องเที่ยวหลักของไทย การแต่งตั้งพวกเขาเป็น Friend of Amazing Thailand คือการเปลี่ยน Viewer ให้กลายเป็น Visitor ครับ 

แฟนคลับเหล่านี้พร้อมที่จะบินตามรอยศิลปิน ไปยังสถานที่ต่าง ๆ ที่ปรากฏในโฆษณา พร้อมที่จะกินตาม และพร้อมที่จะจ่ายเพื่อซึมซับบรรยากาศเดียวกับศิลปินที่เขารัก กลยุทธ์นี้ช่วยการันตี Traffic และยอดการใช้จ่ายได้ค่อนข้างแน่นอนกว่าการยิงโฆษณาทั่วไปครับ

กลยุทธ์นี้ถือเป็นการบริหารจัดการ  Trend Lifecycle ได้อย่างดีเยี่ยมครับ การเปิดตัวลิซ่าเปรียบเสมือนการจุดพลุลูกใหญ่ที่เรียกความสนใจจากคนทั้งโลก แต่ถ้าหยุดแค่นั้น กระแสก็จะค่อย ๆ จางหายไป ททท. จึงต้องมีกองหนุน อย่าง 3 หนุ่ม Friends of Amazing Thailand มารับไม้ต่อเพื่อเลี้ยงกระแสให้ยังคงอยู่ และเจาะลึกลงไปในรายละเอียด การมี Positioning ที่แตกต่างกันระหว่าง Ambassador และ Friend of ช่วยให้แบรนด์สามารถบริหารงบประมาณและ Role ของ Influencer ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ทับซ้อนกัน และทำให้แคมเปญมี Movement ตลอดเวลาตลอดทั้งปีครับ

การตลาด ททท. 2026

การตลาด ททท. 2026 โดยสรุปแล้ว การแต่งตั้ง Friend of Amazing Thailand ทั้ง 3 คนในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่สีสันของวงการบันเทิง แต่คือหมากเกมสำคัญของ ททท. ที่ต้องการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่ High Value Market อย่างแท้จริง การผสมผสานระหว่างพลังของซูเปอร์สตาร์ กลยุทธ์ทางอารมณ์ และการเจาะกลุ่มเป้าหมายที่แม่นยำ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยยังคงเป็น Dream Destination ของนักท่องเที่ยวทั่วโลกต่อไป และเชื่อได้เลยว่า ปีนี้เราจะได้เห็นแฟนคลับจากทั่วสารทิศบินลัดฟ้ามา “สัมผัสทุกความรู้สึก” ที่เมืองไทยกันอย่างคึกคักแน่นอนครับ

บทความที่แนะนำให้อ่านต่อ

ชื่อเติ้ลครับ เป็น Senior Data Insight Researcher & Marketing Content Creator แห่งการตลาดวันละตอนครับ ^^ มีงานอดิเรกเป็น ผู้ช่วยนักวิจัยฝั่ง Consumer Insights ที่คณะวิทยาศาตร์การกีฬา ที่จุฬาครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *