ถอด กลยุทธ์ ททท. จับมือ LISA ดันภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยสู่ตลาดโลก ผ่านพลัง Soft Power

ถ้าถามว่าคนทั่วโลกนึกถึงอะไร เมื่อพูดถึง “ประเทศไทย” หลายคนคงตอบว่า ทะเลสวย อาหารอร่อย ผู้คนน่ารัก ซึ่งทั้งหมดนี้…ก็จริงใช่มั้ยค่ะ แต่คำถามคือ สิ่งเหล่านี้สะท้อน “เสน่ห์ของประเทศไทยทั้งหมดแล้วหรือยัง” ในวันที่หลายประเทศมีทะเล ภูเขา และมีวัฒนธรรมที่น่าค้นหาไม่ต่างกันมากนัก สิ่งที่ทำให้ประเทศหนึ่งถูกจดจำ อาจคือ ความรู้สึก ที่ติดตัวกลับไปหลังจบทริป และในบทความนี้เราจะได้รู้ว่าทำไม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ถึงต้องการ “ตัวแทน” ที่ไม่ใช่แค่พาไปเห็นสถานที่แต่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกของการมาเยือนได้จริง จากการถอด กลยุทธ์ ททท.

Feel All The Feelings – เที่ยวเมืองไทย สัมผัสทุกความรู้สึก ไปกับ “ลิซ่า”

แต่หากมีใครถามต่อว่า “แล้วประเทศไทย ให้ความรู้สึกแบบไหน” คำตอบนี้อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด และนี่เอง อาจเป็นจุดตั้งต้นของแคมเปญใหม่จาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กับภาพยนตร์โฆษณาชุด Feel All The Feelings – เที่ยวเมืองไทย สัมผัสถึงทุกความรู้สึก โดยมี “ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล” ศิลปินที่ใครหลายคนทั่วโลกต่างชื่นชอบในบทบาท Amazing Thailand Ambassador

ซึ่งภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงพาผู้ชมไปเห็นแลนด์มาร์กทั่วประเทศเท่านั้น แต่เป็นการชวนให้ผู้ชมจินตนาการถึงประสบการณ์และความรู้สึกที่จะเกิดขึ้น หากได้ออกเดินทางมาเยือนประเทศไทยด้วยตัวเอง และเพื่อชวนให้ทุกคนลองนึกภาพว่า หากได้มาเที่ยวที่นี่จริง ๆ จะ รู้สึกอย่างไร และจะพกความรู้สึกแบบไหนกลับไป เหมือนกับความรู้สึกที่ “ลิซ่า” ได้สัมผัสจากบ้านเกิดของตัวเองและจากจุดนี้เอง คือ ที่มาของกลยุทธ์การสื่อสารที่น่าสนใจมากในเชิงการตลาด 

และบทความนี้ เบลล์จะพาทุกคนมาถอดกลยุทธ์ของ ททท. ผ่านแคมเปญ Feel All The Feelings เพื่อทำความเข้าใจว่า เหตุใดการเลือกเล่าเรื่องผ่าน “ความรู้สึก” และการให้ LISA เป็นผู้ถ่ายทอด จึงกลายเป็นอาวุธ Soft Power ที่ทรงพลังของการท่องเที่ยวไทยในปี 2026

1.เปลี่ยนบทบาทของ Ambassador จาก “ผู้แทนแบรนด์” เป็น “ผู้เล่าเรื่องแทนประเทศ”

หากจะมีใครสักคนที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกนี้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ก็คงจะเป็น LISA หรือลลิษา มโนบาล ในฐานะศิลปินที่มีผู้คนทั่วโลกติดตามและชื่นชอบ ในทุกการเดินทางของลิซ่า มักถูกจับตามองเสมอ ไม่ใช่แค่ว่าเธอไปที่ไหน แต่เพราะสำหรับแฟนคลับจำนวนมากก็คงอยากไปสัมผัสประสบการณ์เดียวกันด้วยตัวเอง 

สิ่งหนึ่งที่เบลล์รู้สึกว่าน่าสนใจมากในแคมเปญนี้ คือการที่ ททท. ไม่ได้วาง LISA ไว้ในบทบาทของผู้แทนแบรนด์แบบเดิม ที่มีหน้าที่พาไปแนะนำสถานที่หรือพูดแทนประเทศไทย แต่กลับเลือกให้เธอทำหน้าที่เป็น “ผู้เล่าเรื่อง” ถ่ายทอดประสบการณ์การเดินทางในมุมของคนคนหนึ่งที่มีความผูกพันกับประเทศไทย

กลยุทธ์ ททท.

การเล่าเรื่องในลักษณะนี้นะคะ ทำให้ประเทศไทยไม่ถูกมองเป็นองค์กรหรือหน่วยงานรัฐ แต่กลายเป็นเรื่องราวส่วนตัวที่ผู้ชมสามารถเข้าถึงและเชื่อมโยงได้ง่าย ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อ LISA เป็นศิลปินที่ผู้คนทั่วโลกติดตามอยู่แล้ว เรื่องราวที่เธอถ่ายทอดจึงถูกส่งต่อไปอย่างกว้างขวาง โดยแทบไม่ต้องอธิบายหรือโฆษณาตรง ๆ ให้รู้สึกว่ากำลังขายการท่องเที่ยว และนอกจากลิซ่าแล้ว
แคมเปญ Feel All The Feelings ยังได้ดาราและนักแสดงไทยอย่าง วิน – เมธวิน, กลัฟ – คณาวุฒิ และบลู – พงศ์ทิวัตถ์
มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การเดินทางในมุมมองที่แตกต่างกัน

ในมุมของเบลล์ นี่คือการยกระดับบทบาทของ Brand Ambassador จากการเป็นเพียงเครื่องมือในการสื่อสาร สู่การเป็น “ผู้ขับเคลื่อนเรื่องเล่า” ที่ช่วยสร้างภาพจำของประเทศไทยในระดับอารมณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรงพลังมากในเวทีการสื่อสารระดับโลกค่ะ

แล้วทุกคนเคยเป็นเหมือนกันมั้ยคะ ที่อยากจะไป “ตามรอย” เพื่อเก็บภาพบรรยากาศและความรู้สึกเดียวกับ “คนที่เราชื่นชอบ” ซึ่งนอกจากเราจะได้ถ่ายรูปในจุดเดียวกับศิลปินแล้ว เรายังได้ไปเห็นสถานที่สวย ๆ ชื่นชมสถานที่ใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยไปมาก่อน

2.จาก Mass Tourism สู่ Quality Destination อย่างเป็นรูปธรรม

โดยแคมเปญนี้นะคะ ถูกวางเป้าหมายไว้ไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนการเดินทาง แต่เป็นการ “ยกระดับคุณภาพ” ของประสบการณ์ท่องเที่ยวไทย ตั้งแต่การเลือกเล่าเรื่องผ่านอารมณ์และความรู้สึก ไปจนถึงการพาผู้ชมออกไปทำความรู้จักกับพื้นที่ศักยภาพใหม่ ๆ นอกเหนือจากแลนด์มาร์กหลักที่คุ้นตา หากมองในเชิงกลยุทธ์ ทั้งหมดนี้สะท้อนแนวคิด Value over Volume – ท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างคุณค่าให้การเดินทาง

กลยุทธ์ ททท.

และแคมเปญนี้ยังชวนให้คนไทยมีบทบาทในฐานะ “เจ้าบ้านที่ดี” เพื่อร่วมกันส่งต่อความประทับใจ และสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยที่น่าจดจำในสายตาผู้มาเยือน ซึ่งไม่ใช่เพียงเรื่องของการบริการ แต่คือการส่งต่อบรรยากาศ ความจริงใจ
และความรู้สึกอบอุ่นที่นักท่องเที่ยวจะสัมผัสได้ตลอดการเดินทาง

ในอีกมุมหนึ่ง การนำเสนอ Unseen Destination ในหลากหลายภูมิภาค ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มตัวเลือกให้กับนักท่องเที่ยวแต่ยังช่วยกระจายรายได้ ลดความแออัดและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อทุกองค์ประกอบตั้งแต่การสื่อสาร แหล่งท่องเที่ยว ไปจนถึงผู้คนในพื้นที่ ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน การท่องเที่ยวไทยจึงไม่ได้เป็นแค่จุดหมายปลายทาง แต่กลายเป็นประสบการณ์ที่ผู้มาเยือนอยากจดจำและอยากกลับมาอีกครั้งนั่นเองค่ะ

กลยุทธ์ ททท.

นอกจากสถานที่จะสวยแล้ว อาหารก็อร่อย ผู้คนก็น่ารัก ถ้าพูดถึง “ความอุ่นใจ” ในการเดินทาง คงไม่มีที่ไหนให้ความรู้สึกนี้ได้ชัดเจนเท่ากับประเทศไทยแล้วค่ะ แต่คำถามสำคัญคือ เราจะทำอย่างไรให้ผู้คนทั่วโลกรู้สึกแบบเดียวกับที่เราคุ้นเคย โดยไม่ต้องอธิบายยืดยาวและไม่ต้องบอกซ้ำ ๆ ว่าเมืองไทยมีอะไรบ้าง ซึ่งคำตอบอาจไม่ใช่การเล่าให้ฟัง แต่คือการ “ทำให้รู้สึก” ผ่านประสบการณ์และเรื่องราวที่ผู้คนสามารถเชื่อมโยงกับตัวเองได้จริงค่ะ

ดังนั้นจึงเกิดเป็นแคมเปญนี้ขึ้น ที่ LISA ไม่ได้เพียงแต่พรีเซนต์สถานที่เท่านั้น แต่ทำหน้าที่เป็น “ตัวกลางความรู้สึก” ระหว่างประเทศไทยกับสายตาโลก และนี่หัวใจของ Soft Power ที่ไม่ได้เกิดจากการบอกว่าอะไรดี แต่เกิดจากการทำให้คน อยากมีประสบการณ์ร่วม

3.เปิดพื้นที่ให้ผู้ชม “รู้สึกในแบบของตัวเอง”

อีกหนึ่งจุดที่เบลล์มองว่าเป็นจุดแข็งของแคมเปญ Feel All The Feelings คือการที่แคมเปญนี้ไม่ได้พยายามกำหนดผู้ชมว่า
มาประเทศไทยแล้ว “ต้องรู้สึกแบบไหน” แต่เปิดพื้นที่ให้แต่ละคนตีความความรู้สึกของตัวเองจากภาพและบรรยากาศที่ถูกถ่ายทอดออกมา

กลยุทธ์ ททท.

แทนที่จะสื่อสารด้วยข้อความชัดเจนเพียงหนึ่งเดียว แคมเปญเลือกใช้ภาพ เสียง และจังหวะ เพื่อชวนให้ผู้ชมค่อย ๆ ซึมซับความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความสงบ ความตื่นเต้น ความอบอุ่น ไปจนถึงความท้าทายที่ซ่อนอยู่ในแต่ละการเดินทาง

กลยุทธ์ ททท.

แนวทางนี้จะช่วยให้ประเทศไทยไม่ถูกจำกัดอยู่ในภาพจำแบบใดแบบหนึ่ง แต่กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถตอบโจทย์ความรู้สึกของนักท่องเที่ยวได้หลากหลายรูปแบบ ในเชิงกลยุทธ์ เบลล์มองว่านี่คือการสื่อสารที่มีความยืดหยุ่นและทำให้เรื่องราวของประเทศไทย ยังคงสดใหม่และตีความได้เสมอในสายตาผู้ชมค่ะ

4.เมื่อการสื่อสารไม่ได้แค่ชวนเที่ยว แต่ชวนคิดเรื่องการเดินทาง

อีกมุมหนึ่งที่เบลล์มองว่าน่าสนใจไม่แพ้กัน คือแคมเปญนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การสร้างแรงบันดาลใจ แต่กำลังทำหน้าที่ “ค่อย ๆปรับมุมมอง” และเตรียมพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวไปพร้อมกัน

กลยุทธ์ ททท.

การเลือกนำเสนอ Unseen Destination โดยสอดแทรกพื้นที่ศักยภาพใหม่ ๆ และการเล่าบรรยากาศของการเดินทางแบบไม่เร่งรีบ ล้วนเป็นการส่งสัญญาณถึงรูปแบบการท่องเที่ยว ที่ Amazing Thailand อยากเห็นในอนาคต จากภาพที่เราเห็น Feel All The Feelings ไม่ได้ชวนให้รีบมาเช็กอินให้ครบ แต่ชวนให้ใช้เวลากับสถานที่ เปิดรับบรรยากาศ และใส่ใจกับความรู้สึกระหว่างการเดินทางมากขึ้น

ขณะเดียวกัน การชวนให้คนไทยมีบทบาทเป็น “เจ้าบ้านที่ดี” ก็สะท้อนว่าประสบการณ์การท่องเที่ยว ไม่ได้เกิดจากสถานที่เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากผู้คน บรรยากาศ และความจริงใจที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัส ในมุมมองของเบลล์ การสื่อสารจึงไม่ใช่แค่ปลายทางของกลยุทธ์ แต่เป็น จุดเริ่มต้น ของการเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางอย่างค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืนนั่นเองค่ะ

สรุป กลยุทธ์ ททท. จับมือ LISA ดันภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยสู่ตลาดโลก ผ่านพลัง Soft Power

ในมุมมองของเบลล์มองว่า Feel All The Feelings ไม่ได้เป็นเพียงแคมเปญโปรโมตการท่องเที่ยว แต่สะท้อนให้เห็นทิศทางใหม่ของการสื่อสารประเทศไทยในเวทีโลก และการเล่าเรื่องผ่าน LISA ในฐานะผู้ถ่ายทอดประสบการณ์ การเปิดพื้นที่ให้ผู้ชมตีความความรู้สึกในแบบของตัวเอง ทั้งหมดนี้คือภาพของ Amazing Thailand ที่ไม่ได้เร่งชวนมาเที่ยว แต่กำลังสร้างความผูกพันระยะยาว

แคมเปญนี้แสดงให้เห็นว่าประเทศที่เข้าใจ “คุณค่าของประสบการณ์” และออกแบบการสื่อสารให้เชื่อมโยงกับผู้คนได้จริง
จะเป็นประเทศที่อยู่ในใจนักท่องเที่ยวได้นานกว่า และบางที คำตอบของคำถามที่ว่า “ประเทศไทยให้ความรู้สึกแบบไหน”
อาจไม่ได้อยู่ในภาพโฆษณาเพียงอย่างเดียวแต่อยู่ในความรู้สึกที่ผู้คนพกติดตัวกลับไป หลังจากได้มาใช้เวลากับประเทศไทยด้วยตัวเองค่ะ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว มีใครเริ่มอยากเก็บกระเป๋า แล้วออกไปสัมผัสประสบการณ์การเดินทางเหมือนเบลล์กันบ้างรึยังคะ ^^ แต่แวะอ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติมสักครู่นะคะ


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *