ทุกวันนี้เวลาเดินเข้าห้าง เดินเล่นในสวนสาธารณะ หรือแม้แต่มองไฟที่ส่องอาคารเก่าสวยๆ ริมถนน แสงเกือบทั้งหมดที่เรามองเห็นคือไฟ LED ครับ มันกลายเป็นเรื่องธรรมดาจนเราลืมไปแล้วว่าเมื่อไม่ถึงยี่สิบปีก่อน LED ยังเป็นเทคโนโลยีที่คนในวงการแสงสว่างส่วนใหญ่ยังไม่กล้าเอามาใช้กับงานจริงจัง
ผมเข้าใจความรู้สึกเดิมพันกับของใหม่ที่ยังไม่มีใครเชื่อดีครับ เพราะทุกวันนี้ผมเองก็เปิดแชทคุยกับ AI เหมือนผู้ช่วยตั้งแต่เช้า จนแทบนึกภาพไม่ออกว่าเคยทำงานโดยไม่มีมันได้ยังไง แต่ย้อนกลับไปไม่กี่ปี การจะเอาเวลาและกระบวนการทำงานทั้งหมดไปฝากไว้กับเทคโนโลยีที่ยังพิสูจน์ตัวเองไม่เสร็จ มันเป็นการตัดสินใจที่เสี่ยงมากครับ
และนี่คือเรื่องราวของแบรนด์อิตาลีชื่อ L&L Luce&Light ที่ในปี 2007 เลือกเดิมพันทั้งบริษัทไปกับ LED ตั้งแต่ตอนที่มันยังเป็นแค่ของเล่นราคาแพงในสายตาหลายคน ฟังดูเหมือนเป็นแค่โรงงานผลิตโคมไฟธรรมดาโรงหนึ่งใช่ไหมครับ แต่จริงๆ แล้วเบื้องหลังคือบทเรียนเรื่องการเป็น First Mover หรือผู้เล่นที่กล้าลงสนามก่อนใคร ที่นักการตลาดและเจ้าของธุรกิจอย่างเราถอดไปใช้ได้ตรงๆ
บทความนี้ผมเลยอยากชวนเพื่อนๆ นักการตลาดมาถอดรหัสว่า การเดิมพันเทคโนโลยีก่อนที่ตลาดจะเชื่อ ทำให้ L&L Luce&Light กลายเป็นผู้นำในวันนี้ได้อย่างไร และเราจะเรียนรู้อะไรไปใช้กับการเดิมพันเทคโนโลยีใหม่ในยุค AI ได้บ้าง
The LED Bet เดิมพันทั้งบริษัทไปกับเทคโนโลยีที่ปี 2007 ยังไม่มีใครเชื่อ
เล่ามาถึงตรงนี้ เราได้เห็นทั้งจุดเริ่มต้นที่ L&L กล้าเดิมพันกับ LED ตอนที่ยังไม่มีใครเชื่อ เห็นวิธีที่การเริ่มก่อนช่วยให้สะสมความเชี่ยวชาญจนคู่แข่งตามไม่ทัน และเห็นปลายทางที่การเดิมพันครั้งนั้นพาไปสู่งานระดับโลก คำถามต่อไปที่นักการตลาดและเจ้าของธุรกิจอย่างเราน่าจะอยากรู้ก็คือ แล้วเราจะถอดวิธีคิดแบบ First Mover ของ L&L ออกมาเป็นหลักการที่เอาไปใช้กับการเดิมพันเทคโนโลยีใหม่ในยุคนี้ได้อย่างไร
First Mover Framework 4 บทเรียนเดิมพันเทคโนโลยีก่อนใครสำหรับนักการตลาด
Early Conviction เดิมพันตอนที่ตลาดยังไม่เชื่อ คือตอนที่ต้นทุนการเข้าถูกที่สุด ช่วงที่เทคโนโลยียังใหม่และคนส่วนใหญ่ยังไม่กล้าเข้า คือช่วงที่การแข่งขันน้อยที่สุดและต้นทุนการยึดพื้นที่ถูกที่สุดครับ ลองนึกภาพร้านอาหารเล็กๆ ที่กล้าลงทุนเรียนรู้ระบบสั่งอาหารและตอบลูกค้าด้วย AI ตั้งแต่ตอนที่ร้านอื่นยังมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว พอถึงวันที่ทุกคนอยากทำตาม ร้านนี้ก็เชี่ยวชาญและมีที่ยืนไปก่อนแล้ว เหมือนที่ L&L ยึดพื้นที่ LED ไว้ก่อนที่คู่แข่งจะขยับ
Compounding Expertise ความเชี่ยวชาญที่สะสมตั้งแต่วันแรก คือกำแพงที่เงินซื้อไม่ได้ First Mover ที่แข็งแรงจริง ไม่ได้ชนะเพราะมาก่อน แต่ชนะเพราะใช้เวลาที่มาก่อนไปสะสมของที่ลอกเลียนยากครับ ลองนึกถึงแบรนด์ที่เก็บ Data ลูกค้าอย่างเป็นระบบมาตั้งแต่วันแรกที่เปิดร้าน เทียบกับแบรนด์ที่เพิ่งมาเริ่มเก็บปีนี้ ต่อให้จ้างทีมเก่งแค่ไหน ความเข้าใจลูกค้าที่สะสมมาเป็นปีๆ ก็เร่งให้เท่ากันไม่ได้ในชั่วข้ามคืน
Constraint as Direction ข้อจำกัดของเทคโนโลยีใหม่ ช่วยชี้ทางว่าเราควรไปเล่นตลาดไหน เทคโนโลยีใหม่ทุกตัวมีทั้งข้อดีและข้อจำกัด และบ่อยครั้งข้อจำกัดนั่นแหละที่ช่วยบอกว่าเราควรเอาไปใช้กับตลาดไหนถึงจะได้เปรียบ อย่างที่คุณสมบัติของ LED เหมาะกับงานกลางแจ้งและใต้น้ำ เลยพา L&L ไปเจอ Niche ที่ใช่ เวลาผมไปสอนคอร์ส AI คำถามที่เจอบ่อยคือควรเอา AI ไปทำอะไรก่อนดี คำตอบที่ผมมักบอกคือให้ดูจากข้อจำกัดของมันก่อน เช่น รู้ว่า AI ยังเขียนงานที่ต้องใช้อารมณ์ลึกๆ สู้คนไม่ได้ แต่เก่งเรื่องย่อยข้อมูลปริมาณมหาศาล ก็เลือกเอา AI ไปจับงานวิเคราะห์ Data แทนที่จะฝืนใช้ผิดจุด
ในวันที่ AI กำลังอยู่ในจุดเดียวกับที่ LED เคยอยู่เมื่อปี 2007 คำถามที่อยากฝากไว้คือ เทคโนโลยีอะไรในวันนี้ที่คุณกล้าพอจะเดิมพันก่อนที่ทุกคนจะเห็นภาพชัด เหมือนที่ L&L Luce&Light เคยกล้าทำกับ LED เมื่อเกือบยี่สิบปีก่อนอย่างน่าคิดครับ