ในวันที่เทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้นแทบทุกวัน ไม่ว่าจะเป็น AI หรือแอปใหม่ ๆ ที่บอกว่าจะทำให้ชีวิตง่ายขึ้น คำถามสำคัญคือทำไมบางคนยอมใช้ ในขณะที่บางคนไม่แม้แต่จะลอง? คำตอบของเรื่องนี้อยู่ในหนึ่งในทฤษฎีทางจิตวิทยาที่ได้รับการอ้างอิงมากที่สุดในโลกธุรกิจ นั่นคือ โมเดล TAM หรือ Technology Acceptance Model ครับ ซึ่งทฤษฎีนี้ช่วยให้นักการตลาดเข้าใจกลไกในใจคน ว่าทำไมเค้าถึงตัดสินใจใช้ หรือเลิกใช้เทคโนโลยีบางอย่างครับ
Technology Acceptance Model คืออะไร?
Technology Acceptance Model หรือ TAM เป็นหนึ่งใน Model ที่นิยมในการทำงานวิจัยเชิง Academic ประเภทโมเดลสมการโครงสร้าง หรือ Structural Equation Modeling (SEM) ซึ่ง TAM ถูกพัฒนาโดย Fred Davis (1989) มีรากฐานจากแนวคิดเดียวกับ Theory of Reasoned Action (TRA) และ Theory of Planned Behavior (TPB) แต่ปรับมาใช้เฉพาะกับบริบทของเทคโนโลยีโดยตรง ซึ่งแนวคิดหลักคือ
ตัวแปร Actual Use คือพฤติกรรมจริงที่เกิดขึ้นหลังจากผู้ใช้มีความตั้งใจเพียงพอ เป็นการนำเทคโนโลยีไปใช้ในงานประจำวันอย่างต่อเนื่องครับ หลังจากใช้งานจริงผู้ใช้จะประเมินว่ามันตอบโจทย์ชีวิตจริงหรือไม่ หากตอบโจทย์ เค้าจะผนวกเครื่องมือนั้นเข้าใน Workflow ของตัวเอง นี่คือตัวชี้วัดสูงสุดของการยอมรับเทคโนโลยีครับ
AI-Generated by Shutterstock (Prompt: a modern asian man in his 30s using ai tools in daily life, checking smart home dashboard while sipping coffee, digital holograms floating around him, morning light through the window, realistic lighting, cinematic atmosphere)
TAM จึงเป็นเหมือนแผนที่ที่ช่วยให้ธุรกิจออกแบบเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ผู้ใช้ ตั้งแต่วินาทีแรกที่สัมผัส จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน หากองค์กรใดเข้าใจ TAM และนำไปใช้จริง ก็จะสามารถเปิดตัวเทคโนโลยีใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดโอกาสที่ผู้ใช้ลองแล้วเลิก และเพิ่มโอกาสให้เทคโนโลยีนั้นถูกใช้อย่างต่อเนื่องในระยะยาวครับ