เจาะลึก กลยุทธ์ AssetWise ยกระดับ Affiliate Marketing ผ่าน Creator Club ปั้นครีเอเตอร์สู่แรงขายในยุค Creator Economy

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาถ้าเราพูดถึงการตลาดของแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ ภาพจำของคนส่วนใหญ่มักหนีไม่พ้นการทำโฆษณาโปรโมตทำเล โปรโมชันช่วงเปิดตัว หรือการสื่อสารเรื่องราคาและฟังก์ชันของโครงการเป็นหลักใช่มั้ยคะ เพราะสินค้าประเภทนี้เป็นสินค้ามูลค่าสูงที่ต้องใช้เวลาและความเชื่อมั่นอย่างมากในการตัดสินใจและแบรนด์ก็จำเป็นต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้มากที่สุดผ่านสื่อของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันพฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนค่ะคนไม่ได้เชื่อโฆษณาเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปแต่กลับให้ความสำคัญกับ “รีวิว” และ “เสียงของคนที่ตัวเองติดตาม” มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้การขยับ กลยุทธ์ ของ AssetWise ครั้งนี้ผ่านการเปิดตัว AssetWise Creator Club กลายเป็นเคสที่น่าจับตามอง

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณว่าแบรนด์อสังหาฯ กำลังปรับโมเดลการตลาดครั้งสำคัญจากการพึ่งพาการโฆษณาและการสื่อสารของตัวเอง ไปสู่การสร้างระบบที่เปิดให้ครีเอเตอร์เข้ามาเป็นตัวกลางในการรีวิวและสร้างความเชื่อมั่นแทนในระยะยาว ซึ่งสะท้อนให้เห็นชัดว่าในยุค Creator Economy แบรนด์ไม่ได้แข่งขันกันแค่เรื่องงบสื่อหรือความถี่ในการสื่อสารอีกต่อไปค่ะ แต่แข่งขันกันที่ความสามารถในการสร้าง “เครือข่ายคนที่น่าเชื่อถือ” ให้มาช่วยขยายเสียงของแบรนด์

AssetWise เดินเกม Affiliate Marketing เปิด Creator Club คอมมูนิตี้ครีเอเตอร์รุ่นใหม่ สู่การอัปสกิลและสร้างรายได้จริง

ถ้ามองแบบผิวเผินสิ่งที่ AssetWise ทำอาจดูเหมือนการเปิดโปรแกรม Affiliate ทั่วไปที่ให้คนมาช่วยโปรโมตโครงการแล้วรับค่าคอมมิชชั่นเมื่อเกิดยอดขาย แต่พอลองดูรายละเอียดให้ลึกขึ้นจะเห็นว่ามันไม่ได้หยุดอยู่แค่ “การจ่ายค่าคอม” เท่านั้นค่ะ สิ่งที่แบรนด์กำลังสร้างจริง ๆ คือ “พื้นที่” และ “เส้นทาง” ให้กับครีเอเตอร์รุ่นใหม่ ผ่านการเปิดตัว AssetWise Creator Club ที่ถูกออกแบบให้การทำคอนเทนต์สามารถต่อยอดไปสู่การเติบโตและรายได้จริงได้ในระยะยาว

ในด้านของรายได้แบรนด์วางโครงสร้าง Affiliate Program และ Friend Get Friends ที่ให้ค่าตอบแทนสูงสุดถึง 500,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่แรงพอจะดึงความสนใจและทำให้ครีเอเตอร์รู้สึกว่าสิ่งนี้จริงจังพอที่จะลงแรงอย่างต่อเนื่องค่ะ แต่นอกเหนือจากแรงจูงใจที่มีมูลค่าสูงนี้ องค์ประกอบอื่นๆ ก็ถูกเติมเข้ามาเพื่อยกระดับประสบการณ์ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น Workshop ที่ช่วยอัปสกิลการทำคอนเทนต์ การสร้าง Personal Brand หรือการเข้าใจตลาดอสังหาฯ มากขึ้น รวมถึงการเปิดพื้นที่ให้ครีเอเตอร์ได้เจอกันเพื่อสร้างคอนเนคชันและเติบโตไปพร้อมกันในคอมมูนิตี้เดียวค่ะ

แบรนด์เปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์เข้าถึงโครงการมากกว่า 36 โครงการ ครอบคลุมทั้งบ้าน ทาวน์โฮม และคอนโดหลายระดับราคา ซึ่งทำให้ครีเอเตอร์สามารถเลือกหยิบไปเล่าให้ตรงกับกลุ่มผู้ติดตามของตัวเองได้จริงเกิดเป็นคอนเทนต์ที่หลากหลายมากขึ้นตามตัวตนและสไตล์ของแต่ละคน

เมื่อมองภาพรวมทั้งหมดร่วมกันจะเห็นโครงสร้างที่ค่อย ๆ ประกอบขึ้นจากหลายส่วนค่ะ ทั้งแรงจูงใจด้านรายได้ โอกาสในการพัฒนาทักษะ พื้นที่ในการสร้างตัวตนและสินค้าให้เลือกเล่าอย่างหลากหลาย ทุกองค์ประกอบถูกเชื่อมเข้าหากันจนกลายเป็นระบบที่เอื้อให้ครีเอเตอร์สามารถเติบโตไปพร้อมกับแบรนด์ได้และนี่เองที่ทำให้เบลล์มองว่า AssetWise กำลังวางบทบาทของครีเอเตอร์ให้ลึกมากกว่าการเป็นผู้ช่วยโปรโมต แต่เป็น “พาร์ทเนอร์” ที่มีเส้นทางการเติบโตอยู่ใน ecosystem เดียวกันอย่างชัดเจนนั่นเองค่ะ และเบลล์จะพาไปดูต่อเลยว่าเบื้องหลังทั้งหมดนี้แบรนด์กำลังวางเกมการตลาดอะไรอยู่บ้างค่ะ

ก่อนจะมองว่า AssetWise เปิดโปรแกรมนี้เพื่อหาคนทำคอนเทนต์ เราอาจต้องย้อนกลับมาดูพฤติกรรมผู้บริโภคก่อนค่ะว่าทุกวันนี้คนไม่ได้ตัดสินใจซื้อจาก “ข้อมูล” อย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว แต่ซื้อจาก “ความเชื่อมั่น” มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะสินค้าที่เกี่ยวกับไลฟ์สไตลหรือการตัดสินใจระยะยาวอย่างบ้านและคอนโด

ในโลกของการตลาด คำว่า Creator-Led Commerce หมายถึงการใช้ครีเอเตอร์เป็นคนกลางในการพาผู้บริโภคไปรู้จักและตัดสินใจซื้อสินค้าแทนที่แบรนด์จะสื่อสารตรงด้วยตัวเองทั้งหมดค่ะ จุดสำคัญคือคนดูมักไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกขายของเมื่อเนื้อหาถูกเล่าผ่านครีเอเตอร์ที่พวกเขาคุ้นเคย เพราะสิ่งที่พวกเขารับสารไม่ใช่แค่ข้อมูลเรื่องโครงการ แต่เป็นมุมมองรสนิยมและประสบการณ์ผ่านสายตาของคนที่เขาติดตามอยู่แล้วนั่นเองค่ะ

AssetWise ได้อ่านเกมนี้ขาดอย่างชัดเจน เพราะแทนที่จะใช้เพียงโฆษณาเพื่อบอกว่าโครงการของตัวเองดีอย่างไร แบรนด์กลับเลือกสร้างระบบที่เปิดทางให้ครีเอเตอร์เข้ามามีบทบาทในฐานะ “คนเล่าเรื่อง” ซึ่งเป็นบทบาทที่ทรงพลังกว่าแบนเนอร์หรือสคริปต์ขายของแบบเดิมมาก ๆ ค่ะ

กลยุทธ์ AssetWise

ยิ่งไปกว่านั้นการที่โปรแกรมนี้ครอบคลุมโครงการมากถึง 36 โครงการในหลายแบรนด์ย่อยและหลายระดับราคา ก็ยิ่งทำให้ครีเอเตอร์มีวัตถุดิบในการเล่าเรื่องที่หลากหลายขึ้น ซึ่งเบลล์มองว่าเป็นจุดที่ฉลาดมากค่ะเพราะครีเอเตอร์แต่ละคนมีฐานผู้ติดตามไม่เหมือนกันบางคนเหมาะกับกลุ่มนักศึกษา บางคนเหมาะกับ First Jobber บางคนเหมาะกับกลุ่มคนเริ่มสร้างครอบครัว ถ้าแบรนด์มีสินค้าให้เลือกเล่ากว้างพอครีเอเตอร์ก็ยิ่งสามารถหยิบไปแปลงเป็นคอนเทนต์ที่เข้ากับกลุ่มตัวเองได้จริง

หรือพูดอีกแบบคือ AssetWise ไม่ได้แค่หาคนมาช่วยโพสต์แต่กำลังสร้าง “เครือข่ายหน้าร้านแบบกระจายตัว” ที่อยู่ในโซเชียลของครีเอเตอร์แต่ละคนและแต่ละหน้าร้านนั้นมีความน่าเชื่อถือในแบบเฉพาะตัวเองซึ่งสิ่งนี้แบรนด์สร้างเองได้ยากมากค่ะ ถ้าเทียบกับโมเดลขายอสังหาฯ แบบดั้งเดิมที่แบรนด์ต้องเป็นศูนย์กลางของการสื่อสารทั้งหมด โมเดลนี้ทำให้แบรนด์ไม่จำเป็นต้องพูดทุกอย่างเองอีกต่อไปแต่ปล่อยให้ครีเอเตอร์เป็นคนพาผู้ชมเข้าใกล้แบรนด์ทีละนิดผ่านคอนเทนต์ที่เป็นธรรมชาติกว่า และนี่คือหัวใจสำคัญของการขายในยุคที่ “ความน่าเชื่อถือของคนเล่า” มีค่ามากพอ ๆ กับตัวสินค้าที่ขายนั่นเองค่ะ

ถ้าอ่านผิวเผินหลายคนอาจคิดว่า AssetWise แค่หยิบ Affiliate Marketing มาใช้กับวงการอสังหาฯ เท่านั้นใช่มั้ยคะ แต่สิ่งที่ AssetWise ทำไม่ได้เป็นแค่การมีโปรแกรม Affiliate แต่เป็นการเปลี่ยนภาพของ Affiliate จากแค่ “ช่องทางหารายได้” ให้กลายเป็น “โอกาสในการเติบโต”

โดยปกติ Affiliate Marketing คือโมเดลที่คนโปรโมตสินค้าหรือบริการแล้วรับค่าตอบแทนเมื่อเกิด Conversion บางอย่าง เช่น คลิก สมัคร หรือซื้อจริง มันเป็นกลยุทธ์ที่เน้น performance หรือวัดผลจากผลลัพธ์และจ่ายตามผลสำเร็จจริงค่ะ แต่ปัญหาของ Affiliate ทั่วไปคือหลายครั้งมันดูเป็นระบบที่คนเข้ามาเพียงเพื่อหวังค่าคอมและจบลงแค่การแปะลิงก์โดยไม่ได้สร้างความผูกพันหรือคุณค่าอะไรกับแบรนด์ในระยะยาว

สิ่งที่ AssetWise เลือกทำจึงต่างออกไป คือไม่ได้ขาย Affiliate ในฐานะ “ช่องทางหาเงินเสริม” เท่านั้น แต่ขายในฐานะ “เส้นทางเติบโต” ของคนรุ่นใหม่โดยแบรนด์ไม่ได้พูดแค่เรื่องค่าตอบแทนแต่ยังพูดถึงการอัปสกิล การสร้าง Personal Brand และการได้เรียนรู้กับมืออาชีพอีกด้วย

เบลล์มองว่านี่คือความชาญฉลาดทางการตลาดเป็นอย่างมากค่ะเพราะทันทีที่แบรนด์เปลี่ยนกรอบการสื่อสารจาก “มาทำลิงก์แล้วรับค่าคอม” เป็น “มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคลับที่ช่วยให้คุณเติบโต” ทำให้ความรู้สึกของคนที่เข้าร่วมรู้สึกว่าตัวเองกำลังเข้าสู่โอกาสบางอย่างที่มีคุณค่าต่ออนาคต ตัวเลขค่าตอบแทนสูงสุด 500,000 บาท จึงทำหน้าที่มากกว่าแรงจูงใจด้านรายได้ เพราะมันเป็นทั้งแม่เหล็กที่ดึงความสนใจและเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไปได้ว่าความคิดสร้างสรรค์ในโซเชียลสามารถต่อยอดเป็นรายได้จริง ซึ่งมีพลังมากสำหรับคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาวิธีเปลี่ยนตัวตนในโลกออนไลน์ให้กลายเป็นอาชีพหรือโอกาสใหม่

คำว่า “คอมมูนิตี้” เป็นคำที่ถูกใช้บ่อยอย่างมากในโลกการตลาดจนบางครั้งมันถูกใช้เกินจริงค่ะ แบรนด์จำนวนมากพูดว่าตัวเองกำลังสร้างคอมมูนิตี้ แต่สิ่งที่ทำจริง ๆ อาจเป็นแค่การรวมคนมาอยู่ในกลุ่มเดียวกันหรือจัดกิจกรรมเป็นครั้งคราวโดยไม่ได้มีโครงสร้างอะไรที่ทำให้ความสัมพันธ์นั้นเติบโตต่อ

แต่ในเคสของ AssetWise สิ่งที่น่าสนใจคือแบรนด์พยายามทำให้คำว่า Creator Club มีความหมายมากกว่าการเป็นเพียงคลับทั่วไปค่ะ เพราะองค์ประกอบที่ใส่เข้ามาทั้ง Workshop, Exclusive Event, Good Vibe Community และการเชื่อมโยงกับครีเอเตอร์คนอื่นล้วนเป็นเครื่องมือสร้าง “ความต่อเนื่องของความสัมพันธ์” ทั้งสิ้น

กลยุทธ์ AssetWise

ในทางการตลาด Community Marketing คือการสร้างความรู้สึกว่าเราไม่ได้อยู่กับแบรนด์ลำพัง แต่มีคนอื่นที่กำลังเติบโต เรียนรู้ หรือสนใจสิ่งเดียวกันอยู่ด้วย ซึ่งทำให้ความผูกพันนั้นแน่นขึ้นกว่าการสื่อสารแบบตัวต่อตัวกับแบรนด์เพียงอย่างเดียวซึ่งมุมนี้สำคัญมากค่ะสำหรับแบรนด์อสังหาฯ เพราะธุรกิจนี้โดยธรรมชาติไม่ได้มีความถี่ในการซื้อซ้ำสูงเหมือนสินค้าอุปโภคบริโภค แบรนด์จึงต้องหาวิธีสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวในมิติอื่นแทนและการสร้างคอมมูนิตี้ครีเอเตอร์ก็คือหนึ่งในวิธีที่ฉลาดมากค่ะเพราะแบรนด์สามารถต่อยอดเป็นความสัมพันธ์ที่ผลิตคอนเทนต์ สร้างการบอกต่อ และหล่อเลี้ยงภาพลักษณ์แบรนด์ได้อย่างต่อเนื่อง

การเลือกวางคอมมูนิตี้นี้ให้เป็น “พื้นที่สำหรับคนรุ่นใหม่” ซึ่งสอดคล้องกับทั้ง positioning ของหลายโปรเจกต์ในพอร์ต AssetWise และทิศทางของ Creator Economy ในไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคนรุ่นใหม่เริ่มมองการสร้างคอนเทนต์เป็นทั้งตัวตนและแหล่งรายได้ การทำแบบนี้จึงช่วยให้แบรนด์ดูทันยุค เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค และเข้าไปอยู่ในเส้นทางการเติบโตของคนรุ่นใหม่ได้อย่างเป็นธรรมชาตินั่นเองค่ะ

สรุป เจาะลึก กลยุทธ์ AssetWise ยกระดับ Affiliate Marketing ผ่าน Creator Club ปั้นครีเอเตอร์สู่แรงขายในยุค Creator Economy

ถ้าลองมองย้อนกลับไปในบทความนี้ เบลล์คิดว่าเราจะเห็นภาพชัดขึ้นเลยค่ะว่า AssetWise กำลังขยับวิธีคิดของการตลาดอสังหาฯ ไปอีกขั้น จากเดิมที่แบรนด์เป็นศูนย์กลางของการสื่อสาร วันนี้เริ่มเปลี่ยนมาเป็นการสร้างระบบที่เปิดให้ครีเอเตอร์เข้ามาเป็นคนเล่าเรื่องแทนพร้อมกับยกระดับ Affiliate จากช่องทางหารายได้ไปสู่เส้นทางที่คนสามารถเติบโต สร้างตัวตน และต่อยอดเป็นโอกาสในระยะยาวได้จริงค่ะ

เมื่อมีคอมมูนิตี้เข้ามาเติมเต็ม ภาพทั้งหมดก็เชื่อมต่อกันอย่างชัดเจนมากขึ้นกลายเป็นระบบที่รวมทั้งคน โอกาส และการเติบโตไว้ในที่เดียว ครีเอเตอร์จึงไม่ได้รู้สึกว่ากำลังทำหน้าที่โปรโมตเพียงอย่างเดียวแต่กำลังเติบโตไปพร้อมกับแบรนด์ในฐานะพาร์ทเนอร์ และในมุมของเบลล์นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของเกมการตลาดวันนี้ที่กำลังขยับไปสู่การสร้างคนที่พร้อมจะเติบโตและอยากพูดถึงแบรนด์ด้วยตัวเองค่ะ

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ

อ่านเคสที่ต่อยอดกันได้ที่ 10 ข้อดีของ SHOUT! สำหรับ Creators และแบรนด์ เมื่อ Influencer Marketing กลายเป็น Marketplace, ถอดรหัส Creator Tourism ของ ICONSIAM เมื่อห้างเลิกเป็นแค่สถานที่จัดงาน แล้วกลายเป็นฉากหลังให้ครีเอเตอร์ 300 คนไลฟ์เล่าประเทศไทยออกไปทั้งภูมิภาค และ Influencer Marketing เมื่อ Influencer ทำยอดขายพุ่ง แต่ไม่ได้ทำให้ธุรกิจโตไปพร้อมกัน ครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *