ต้องบอกว่ามูลค่าตลาดที่พุ่งทะยานของอุตสาหกรรมความงามนั้นเปรียบเสมือนแม่เหล็กขนาดใหญ่ที่ดึงดูดผู้เล่นหน้าใหม่ให้กระโจนลงมาทุกวันครับ ทว่าในความเป็นจริงนี่คือสมรภูมิ Red Ocean ที่อาบไปด้วยเลือด แบรนด์เกิดใหม่นับร้อยต้องล้มหายตายจากไปเพราะทนพิษบาดแผลจากการฟาดฟันราคาไม่ไหว แต่ท่ามกลางฝุ่นตลบของการแข่งขัน Her Hyness แบรนด์สัญชาติไทย กลับสามารถแหวกวงล้อมยืนหยัดอย่างสง่างาม และกวาดตัวเลขรายได้ระดับพันล้านบาทมาครองครับ นี่ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจากโชคชะตาหรือคลิปไวรัลเพียงชั่วข้ามคืน แต่เป็นผลลัพธ์จากการวางหมากเชิงกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง บทความนี้ผมจะพาไปเจาะลึก 4 กลยุทธ์ สำคัญที่ Her Hyness ใช้ประกอบร่างสร้างแบรนด์ที่นักการตลาดควรรู้ครับ
1. The White Space Strategy ปักธงเป็นผู้นำ Clinically-Proven Clean
กลยุทธ์ที่ดีที่สุดของการเข้าสู่ตลาดที่มีผู้เล่นล้นหลาม คือการไม่ลงไปเล่นในเกมที่คนอื่นตั้งกฎไว้ครับ Her Hyness เลือกที่จะมองหา White Space ที่ยังไม่มีใครครอบครองอย่างเบ็ดเสร็จ ย้อนกลับไปในวันที่ตลาดสกินแคร์ไทยยังหมกมุ่นอยู่กับกระแสความขาวกระจ่างใสแบบเร่งด่วน หรือเวชสำอางที่เน้นการรักษาแบบรุนแรง แบรนด์กลับเลือกเดินในเส้นทางที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงครับ
Her Hyness ปักธงด้วยคอนเซปต์ Clinically-Proven Clean Beauty หรือสกินแคร์สายคลีนที่ผ่านการพิสูจน์ทางการแพทย์ ซึ่งเกิดจากอินไซต์จริงของทีมผู้ก่อตั้งที่มีปัญหาผิวแพ้ง่ายขั้นสุด การเลือกเจาะกลุ่มเป้าหมายนี้ถือเป็นก้าวแรกที่มั่นคงมาก เพราะกลุ่มคนผิวแพ้ง่ายคือกลุ่มที่มี Pain Point สูงที่สุด เมื่อแบรนด์สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนจริง ๆ ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองจริงตามที่เคลมไว้ แบรนด์ก็จะได้รับ Brand Loyalty ชนิดที่หาจากกลุ่มเป้าหมายอื่นได้ยากครับ
FacebookFacebookXXLINELineสวัสดีครับนักการตลาดและผู้ใช้รถ EV ทุกคน ถ้าเราลองย้อนกลับไปมองภาพรวมตลาดในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โลกของเราต้องเผชิญกับวิกฤตหลายอย่าง โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งและสงคราม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือพฤติกรรมผู้บริโภคที่ส่งผลให้ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า EV ในบ้านเราพุ่งสูงขึ้นครับ หลายคนตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้รถ EV โดยเฉพาะแบรนด์ Top of Mind อย่าง Tesla ยิ่งบวกกับจังหวะที่มีการทำสงครามราคา หั่นค่าตัวรถลงมา ยิ่งทำให้คนตัดสินใจไปซื้อรถไฟฟ้ากันแบบถล่มทลายเลยครับ แต่ในการตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าผู้บริโภคส่วนใหญ่มักจะคำนวณความคุ้มค่าจาก ค่าชาร์จไฟที่ถูกกว่าการเติมน้ำมัน ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงครับ แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนมักจะมองข้าม หรือลืมนึกถึงคือต้นทุนแฝงครับ นั่นก็คือเมื่อรถวิ่งไปจนถึงรอบที่ต้องเปลี่ยนยางและจุดนี้เองครับที่กลายมาเป็น Insight ทางการตลาดที่น่าสนใจมาก ๆ ปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับ สำหรับใครที่ขับรถยอดฮิตอย่าง Tesla Model Y รุ่นขอบ 20 นิ้ว คุณจะได้ยางติดรถยนต์ (OE – Original Equipment) จากโรงงานมาเป็นยางรุ่นท็อปอย่าง Michelin Pilot Sport EV ซึ่งแน่นอนว่าสมรรถนะและการเก็บเสียงของมันเกิดมาเพื่อรถ EV โดยเฉพาะเลยครับ แต่พอถึงเวลาที่ยางหมดอายุการใช้งาน ผู้บริโภคหลายคนกลับไม่เลือกที่จะกลับไปซื้อยางรุ่นเดิม […]