Collaboration Marketing จาก กลยุทธ์เซ็นทรัลพัฒนา กับแคมเปญ Infinite Fun & Play ปักหมุด No.1 Family & Fun Destination

ในยุคที่การช้อปปิ้งทำได้ง่ายแค่ปลายนิ้ว โจทย์ใหญ่ของรีเทลคือ “ทำไมคนต้องไปเดินห้าง?” วันนี้ผมเลยจะพาทุกคนไปดูการเดินเกมของ กลยุทธ์เซ็นทรัลพัฒนา กับแคมเปญ Infinite Fun & Play ที่ตั้งใจเปลี่ยนศูนย์การค้า 32 สาขาให้กลายเป็น Global Playland ดึงดูดคนด้วยประสบการณ์จริงที่โลกออนไลน์ให้ไม่ได้ มาดูกันครับว่าเบื้องหลังการเปลี่ยน Traffic ให้กลายเป็น Relationship เขาทำอย่างไรกันครับ

Play Together Economy น่านน้ำที่มี Potential ของธุรกิจรีเทล

ก่อนจะไปเจาะ กลยุทธ์เซ็นทรัลพัฒนา ผมอยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจ Insight ที่เป็นรากฐานสำคัญกันก่อนครับ ข้อมูลจาก Euromonitor (2024) และ Allied Market Research บอกว่า ตลาด Family Entertainment & Playland ในอาเซียนโตแรงถึง 12-15% ต่อปี เลยทีเดียว ตัวเลขนี้สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เรียกว่า “Play Together Economy” ซึ่งเปลี่ยนนิยาม “การเล่น” ไปอย่างสิ้นเชิง:

AI-Generated by Shutterstock (Prompt: In a sun-drenched playland, laughter echoes through a kaleidoscope of colors, where parents and children dash over padded surfaces, their faces lit with joy. Intricate swirls of playful designs whirl around them, woven in carpets of vibrant hues. Airy, bubble-like structures gleam under soft ambient lights. Balloons in a medley of fantastic shapes bob gently above, casting rainbow reflections. The atmosphere is alive with a sense of adventure and comfort, every corner designed for sweet discovery. Bright banners and friendly motifs enhance the wonder, inviting every family to a world where imagination knows no bounds.)
  • Modern Family (ครอบครัวยุคใหม่): พ่อแม่ยุคนี้ไม่ได้แค่หาที่ฝากลูกเล่นแล้วตัวเองไปช้อปปิ้งครับ แต่มองหาพื้นที่ Edutainment เพื่อสร้าง Quality Time ให้พ่อแม่ลูกได้มีโมเมนต์ร่วมกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ในโลกออนไลน์
  • Gen Z & Millennials (คนรุ่นใหม่): สำหรับกลุ่มนี้ Playland คือ Community Space ไว้แฮงก์เอาต์กับเพื่อน และที่ขาดไม่ได้คือสถานที่ต้องเอื้อต่อการทำคอนเทนต์ ต้องถ่ายรูปสวย กิจกรรมเก๋ เพื่อสร้าง Lifestyle Content ลงโซเชียลเพื่อแสดงตัวตน

โจทย์ของ กลยุทธ์เซ็นทรัลพัฒนา ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การเอาใจเด็ก แต่คือการตอบโจทย์ Content Creators และคนที่โหยหา Experience ที่แปลกใหม่นั่นเองครับ

Collaboration Marketing ปูพรม World-Class Attraction เปลี่ยนห้างฯ ให้เป็น Destination ระดับโลก

ภายใต้แคมเปญนี้ กลยุทธ์เซ็นทรัลพัฒนา เลือกใช้ Collaboration Marketing ผนึกกำลังพันธมิตรระดับโลก Playland Attraction เพื่อสร้างแม่เหล็กดึงดูดผู้คน โดยกระจายความสนุกสู่หัวเมืองท่องเที่ยวสำคัญ ผ่านการจัดทัพแม่เหล็กชุดใหญ่ ดังนี้ครับ

กลยุทธ์เซ็นทรัลพัฒนา

1. การรับ 2 แบรนด์ใหม่ ระดับโลก “ครั้งแรกในไทย” เริ่มต้นความว้าวด้วยการดึงแบรนด์ใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน เข้ามาสร้างสีสัน

  • X Venture: แอ็กทีฟพาร์คในร่มรูปแบบใหม่ที่เคลมว่าเป็น “ครั้งแรกของโลก” เปิดตัวแล้วที่ เซ็นทรัล เชียงใหม่
  • Champion 1250: สนามเด็กเล่นในร่มอันดับ 1 จากเกาหลีใต้ ยกมาปักหมุดที่ เซ็นทรัล พระราม 3

2. เสริมทัพด้วย 2 แบรนด์ดัง ใน “คอนเซ็ปต์ใหม่” พร้อมต่อยอดความสนุกด้วยแบรนด์ดังที่มาในรูปแบบที่แปลกใหม่กว่าเดิม

  • Space & Time Cube: เปิดประสบการณ์ Immersive 3D สุดล้ำ ครั้งแรกนอกกรุงเทพฯ ที่ เซ็นทรัล พัทยา
  • OTO Park: สวนสนุกในร่มคอนเซ็ปต์ใหม่แบบ Full Scale จัดเต็มที่ เซ็นทรัล ภูเก็ต

และยังจัดทัพ 4 โซนความสนุก ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ และทุกภูมิภาคของไทยกับ Playland Attraction 

  • KIDS PLAYGROUND: พื้นที่เสริมทักษะเด็ก รวมแบรนด์ดังอย่าง Kiztopia, HarborLand, Playmondo รวมถึงน้องใหม่อย่าง Champion 1250
  • EXTREME ADVENTURE: เจาะกลุ่มวัยรุ่นสายแอคทีฟ นำโดย X Venture, Bounce Inc., Skyrise Adventures และสวนน้ำ Pororo Aqua Park
  • FAMILY ENTERTAINMENT: อาณาจักรเครื่องเล่นสำหรับทุกคน เช่น Joyliday Plus และ Fun City
  • IMMERSIVE EXPERIENCE: ผสานเทคโนโลยีและธรรมชาติ เช่น Aquaria Phuket และ Space & Time Cube

ที่สำคัญ ยังมีการสร้าง Ecosystem เชื่อมโยง Play + Food + Privileges (คะแนน The 1 / เครดิตเงินคืน) เพื่อกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายหมุนเวียนแบบไร้รอยต่อ ครบ จบ ในที่เดียวครับ

วิเคราะห์ 3 เป้าหมายทางธุรกิจ จาก Traffic สู่ Emotional Bonding

การเดินเกมด้วย Collaboration Marketing เพื่อดึง Global Partners เข้ามาจำนวนมากขนาดนี้ กลยุทธ์เซ็นทรัลพัฒนา วางเดิมพันเพื่อ 3 เป้าหมายหลักครับ

กลยุทธ์เซ็นทรัลพัฒนา
  • Global Destination (ยกระดับสู่ World-Class): การมีแม่เหล็กระดับโลกช่วย Brand Elevation ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าสู่จังหวัดท่องเที่ยวหลักอย่าง ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น
  • Emotional Engagement (สร้างความผูกพันทางใจ): เปลี่ยนเป้าหมายจากแค่การ “ซื้อขาย” เป็นการสร้าง Emotional Bonding ให้ลูกค้ารู้สึกว่าห้างฯ คือพื้นที่แห่งความสุขของครอบครัว นำไปสู่ Brand Loyalty ที่ยั่งยืน
  • Customer Acquisition (เจาะฐานคนรุ่นใหม่): การออกแบบพื้นที่ให้เป็น “Instagrammable Spot” คือกลยุทธ์เปลี่ยนลูกค้าให้เป็นสื่อ หรือ Earned Media ช่วยโปรโมตศูนย์การค้าฟรี ๆ ผ่านโซเชียลมีเดีย ซึ่งเข้าถึง Gen Z ได้ทรงพลังกว่าโฆษณาแบบเดิม

    สรุป Collaboration Marketing จาก กลยุทธ์เซ็นทรัลพัฒนา กับแคมเปญ Infinite Fun & Play ปักหมุด No.1 Family & Fun Destination

    แคมเปญ Infinite Fun & Play จากการเดินเกม กลยุทธ์เซ็นทรัลพัฒนา แสดงให้เห็นว่า สมรภูมิค้าปลีกยุคใหม่วัดกันที่การส่งมอบประสบการณ์ แบรนด์ไม่ได้แค่แก้เกม Digital Disruption แต่กำลังวางรากฐาน Family & Youth Ecosystem ระยะยาว โดยใช้ Insight ผสานกับ Collaboration Marketing เปลี่ยนพื้นที่ Physical Space ให้กลับมามีชีวิต และดึงผู้คนให้ออกมาสร้าง Real Connection ในโลกความจริงครับ

    อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่

    Marketing Content Creator and Data Insight Researcher

    Leave a Reply

    Your email address will not be published. Required fields are marked *