เจาะกลยุทธ์ BioActive+ แบรนด์น้องใหม่ขายได้ 921 ล้านใน 4 เดือน

ในช่วงที่ผู้บริโภคหันมาโฟกัสสุขภาพและการดูแลตัวเองมากขึ้น “อาหารเสริม” จึงกลายเป็นหนึ่งในตลาดใหญ่ของไทย ที่มีมูลค่ากว่า 90,000 ล้านบาท และยังแข่งขันกันดุเดือดไม่แพ้หมวดไหน ๆ 

แต่ท่ามกลางสนามที่มีทั้งเจ้าตลาดและผู้เล่นรายย่อยนับร้อย กลับมีแบรนด์น้องใหม่ที่ชื่อว่า BioActive+ โผล่มาเขย่าตลาดได้แรงเกินคาด เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพียง 4 เดือนแรกก็กวาดยอดขายทะลุ 921 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าปิดปีที่ 1,500 ล้านบาท ตัวเลขที่บอกชัดว่านี่คือหนึ่งใน Market Entry ที่ร้อนแรงที่สุดของปีนี้เลยทีเดียวค่ะ

ถ้าใครยังคิดว่าอาหารเสริมเป็นแค่ของเสริม ๆ ล่ะก็ อาจต้องมองใหม่ค่ะ เพราะตอนนี้ตลาดอาหารเสริมไทยมีมูลค่าสูงถึงกว่า 90,000 ล้านบาทแล้ว แถมยังมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) กว่า 8.2% และถ้าเทรนด์ยังแรงแบบนี้ ภายในปี 2569 ตัวเลขอาจพุ่งไปแตะ 2.3–2.4 แสนล้านบาทได้เลย

เจาะกลยุทธ์ BioActive+

แล้วอะไรคือแรงผลักดัน? 

คำตอบชัดเจนจากสองด้าน หนึ่งคือ เราอยู่ในยุคที่ทุกคนอยากสูงวัยอย่างสง่างาม ดูดีและแข็งแรงแม้อายุเพิ่มขึ้น และอีกด้านคือกระแส Holistic Health หรือการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ที่เปลี่ยนจาก “กินเพื่อกันป่วย” เป็น “กินเพื่อคุณภาพชีวิตและไลฟ์สไตล์” เช่น อยากผิวใส อยากมีพลัง หรืออยากโฟกัสดีขึ้นในแต่ละวัน

นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลบอกสิ่งที่น่าสนใจอีกเยอะเลยค่ะ เช่น

  • จากข้อมูลของ Mintel พบว่า สุขภาพผิว (Skin Health) คือ 1 ใน 3 คุณประโยชน์หลักที่ผู้บริโภคไทยให้ความสำคัญมากที่สุด และที่น่าสนใจก็คือ คนไทยกว่า 73% รู้จักและเคยบริโภคคอลลาเจน ซึ่งกลายเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ขับเคลื่อนตลาดนี้ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
  • แต่แต่ละเจนก็มี pain point ต่างกัน 64% ของ Gen X กังวลความหมองคล้ำ / 56% ของ Millennials เจอปัญหาสิว / 57% ของ Gen Z มีปัญหารูขุมขน

และสิ่งที่น่าจับตาที่สุดคือ “ความไว้ใจ” ของผู้บริโภคค่ะ เพราะวันนี้คนไทยไม่ได้ดูแค่สรรพคุณที่โฆษณา แต่หันมาเช็กส่วนผสมที่ดีต่อสุขภาพ (65%) และ ฉลากโภชนาการบนสินค้า (41%) ก่อนตัดสินใจซื้อ นี่จึงสะท้อนว่าตลาดอาหารเสริมกำลังเข้าสู่ยุคที่ Brand Trust กลายเป็นปัจจัยชี้ชะตา ใครสร้างความโปร่งใสและน่าเชื่อถือได้ จะยืนหนึ่งในใจผู้บริโภคได้ยาวกว่าแค่กระแสชั่วคราว

จากข้อมูลทั้งหมดนี้สะท้อนว่าตลาดอาหารเสริมไทยยังมีช่องว่างและโอกาสอีกมากมาย และ BioActive+ มองเห็นสัญญาณเหล่านี้ชัดเจน จึงเลือกเปิดตัวในไทยพร้อมวิธีคิดที่แตกต่าง และใช้มันเป็นจุดเริ่มต้นในการปักธงเป็น Global Player ที่ตั้งใจเปลี่ยนภาพจำของหมวดนี้ไปเลย

สิ่งที่ทำให้แบรนด์นี้โดดเด่น คือการปักธงใน “Liquid Supplement” ซึ่งกำลังโตแรงในหมู่ผู้บริโภคยุคใหม่ เพราะดื่มง่าย ดูดซึมเร็ว และเข้ากับไลฟ์สไตล์เร่งรีบ ที่ไม่อยากเสียเวลาชงหรือกลืนเม็ดใหญ่ ๆ อีกต่อไป และ BioActive+ เปิดตัวทีเดียวถึง 4 สูตรหลัก ครอบคลุม pain point สำคัญ ตั้งแต่การดูแลผิวให้สดใส ไปจนถึงการเติมพลังงานระดับเซลล์

กลยุทธ์นี้ บวกกับการวางเกมการตลาดครบวงจรแบบ 360° ทำให้ผลลัพธ์ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้น เพียง 4 เดือนแรก (พ.ค.–ก.ย. 2568) ยอดขายพุ่งทะลุ 921 ล้านบาท หรือกว่า 1.5 ล้านกล่อง / 15 ล้านหลอด เฉลี่ยวันละกว่า 121,000 หลอด ตัวเลขที่สะท้อนว่า BioActive+ เข้าตลาดถูกจังหวะ และจับพฤติกรรมผู้บริโภคได้แม่นยำ

ที่สำคัญ พวกเขายังวางเป้า 1,500 ล้านบาทในปีแรก หรือคิดเป็น 3% ของตลาดรวม ซึ่งสำหรับแบรนด์น้องใหม่ ตัวเลขนี้คือการประกาศชัดเจนว่า BioActive+ ไม่ได้เข้ามาเล่น ๆ แต่เข้ามาเพื่อสั่นสะเทือนตลาดจริง ๆ

เบื้องหลังที่ทำให้ BioActive+ สามารถโตแรงตั้งแต่วันแรก คำตอบอยู่ที่ กลยุทธ์การตลาดครบวงจรแบบ 360° ที่ถูกออกแบบมาอย่างรอบด้านตั้งแต่ต้นค่ะ

BioActive+ เลือกวางตัวเองชัดเจนว่าเป็น Premium Liquid Supplement ผ่านการสื่อสารที่แตกต่าง ตั้งแต่การเปิดตัวพรีเซนเตอร์ “คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส” ในสูตร Gold เพื่อสะท้อนภาพลักษณ์หรูหราและความเป็น Global Brand

แคมเปญ “Paint the Town RED” คือหมัดเด็ดของปี ทุ่มงบกว่า 30 ล้านบาท สร้างกระแสด้วยสื่อ Out-of-Home ที่โดดเด่นอย่าง LED ตึกใบหยก พร้อมจับมือ EM District และ Kiehl’s ทำ Co-Promotion เชื่อมโยงแบรนด์กับโลกบิวตี้และไลฟ์สไตล์ระดับโลก

เจาะกลยุทธ์ BioActive+

ในเชิงยอดขาย แบรนด์ใช้ Affiliate Marketing และ TikTok Shop เป็นช่องทางหลัก โดยอิง Insight จาก TikTok ว่าโมเดล “ปักตะกร้า” ช่วยเร่ง Conversion ได้จริง และยิ่งตอกย้ำด้วย Big Campaign 9.9 ที่ตั้งเป้ายอดขายเดือนกันยายน รวม 100 ล้านบาท โดยมี Live มาราธอนตั้งเป้า 30 ล้านบาท พร้อมแจกของรางวัล Luxury มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท สร้างทั้งยอดขายและ Engagement ไปพร้อมกัน

สำหรับโค้งสุดท้ายปี 2568 BioActive+ ไม่หยุดแค่แคมเปญใหญ่ เดินหน้าด้วยกลยุทธ์ Omnichannel Expansion เตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ 3 SKUs ควบคู่กับ Data-Driven Marketing & Personalization ผ่าน CRM เพื่อยิงแคมเปญเจาะกลุ่ม (Remarketing & Personalized Campaigns) เพิ่มโอกาสปิดการขายอย่างแม่นยำ

ทั้ง ดร.วาสนา อินทะแสง ผู้ก่อตั้ง และคุณสุทธิรักษ์ ทรัพย์วิจิตร ผู้ร่วมก่อตั้ง ย้ำชัดว่า BioActive+ คือการสร้าง Health Lifestyle Brand ที่ตอบโจทย์ทั้งสุขภาพ ความงาม และการฟื้นฟูร่างกาย โดยยืนอยู่บนฐานของ “ความปลอดภัย + วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม + เทคโนโลยีชีวภาพ”

เมื่อรวมทุกกลยุทธ์เข้าด้วยกันแล้ว ก็ไม่แปลกเลยค่ะที่จะทำให้ BioActive+ กำลังถูกมองว่าเป็น “Key Player” รายใหม่ของตลาด Functional Health ในไทย และยังเตรียมขยายสู่ตลาดต่างประเทศอย่างจีนและเอเชียในอนาคตอันใกล้

สิ่งที่โอปอว่าน่าสนใจที่สุดของ BioActive+ คือ ถึงแม้จะเพิ่งเข้ามาในตลาดไทยไม่นาน แต่กลับสร้างยอดขายระดับ 900 ล้านได้ในเวลาไม่กี่เดือน โอปอว่าเหตุผล คือการเลือกวางกลยุทธ์ตั้งแต่ต้นทางแบบรอบคอบและแตกต่างออกไปค่ะ

แทนที่จะเริ่มจากศูนย์ BioActive+ เลือก “ซื้อเวลา” ด้วยการนำแบรนด์จากอุตสาหกรรมสุขภาพนิวซีแลนด์ที่มีประวัติยาวนานกว่า 40 ปี (ตั้งแต่ปี 1984) มาเป็นฐาน ทำให้ไม่ถูกมองว่าเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ลอย ๆ แต่กลายเป็น Global Brand ที่มี Legacy อยู่แล้ว นี่คือทุนแบรนด์ที่ซื้อความเชื่อใจคนได้ตั้งแต่วันแรก

BioActive+ สร้าง Brand Narrative ที่มีมิติและเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตจริง ผ่าน “Live Series” ที่ค่อย ๆ วางเป็น Roadmap ที่ชัดเจน เริ่มจาก…

  • Live Originally ตอกย้ำ origin & heritage ของแบรนด์
  • Live Lively แกนกลางการสื่อสาร = ใช้ชีวิตให้มีชีวิต
  • Live Artsy ผสาน Nutrition เข้ากับ Art/Fashion เพื่อจับวัฒนธรรมร่วมสมัย
  • Live with Power Collaboration ในประเทศเพื่อสร้างพลังและ performance
  • Live Globally ขยายสู่ความร่วมมือข้ามประเทศและหมวดสินค้า
เจาะกลยุทธ์ BioActive+

นี่คือ Emotional Branding ที่ทำให้ BioActive+ ไม่ได้ถูกจำกัดแค่ “แบรนด์สุขภาพ” แต่มีบุคลิกที่หลากหลาย ตั้งแต่ความเป็นศิลปะ แฟชั่น พลัง ไปจนถึงความเป็นสากลค่ะ

ในมุมของโอปอ สิ่งที่น่าสนใจจากเคส BioActive+ คือการสะท้อนให้เห็นว่า “แบรนด์ใหม่” ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากศูนย์เสมอไป แต่ถ้ารู้จักใช้ทุนที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นความน่าเชื่อถือจาก Legacy ต่างประเทศ หรือการสร้าง Storytelling ที่มีเส้นทางชัดเจน ก็สามารถก้าวเข้ามาในตลาดใหญ่ ๆ แล้วเขย่าให้สั่นได้ในเวลาอันรวดเร็ว จุดนี้เลยทำให้เราต้องกลับมาคิดว่า เวลาเราอยากสร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมา สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือการแข่งกันที่ “วิธีเล่าเรื่อง” และ “วิธีสร้างความเชื่อใจ” ด้วย

อีกอย่างที่โอปอชอบคือ BioActive+ พยายามรีแบรนด์ให้ดูทันสมัย เชื่อมกับไลฟ์สไตล์ ศิลปะ และแฟชั่น ทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่าอาหารเสริม เปรียบเสมือนส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ซึ่งอันนี้เป็นบทเรียนใหญ่ที่แบรนด์อื่น ๆ ก็น่าจะลองหยิบไปคิดต่อว่า จะเล่าแบรนด์ยังไงให้ไปไกลกว่าตัวโปรดักต์

สุดท้าย โอปออยากฝากกับคนอ่านว่า ถ้าเราเข้าใจอินไซต์ของผู้บริโภคจริง ๆ และกล้าที่จะสร้าง “ตัวตนแบรนด์” ที่มีมิติและแตกต่างพอ เราก็มีสิทธิ์จะกลายเป็นดาวรุ่งในตลาดนั้นได้เหมือนกัน แล้วพบกันใหม่บทความหน้านะคะ :0)

บทความที่แนะนำให้อ่านต่อ

โอปอ Marketing Content Creator และ Data Insight Researcher ของการตลาดวันละตอน ⋆˚✿˖° ดีใจที่ได้แชร์เรื่องราวกับทุกคนค่ะ อย่าลืมยิ้มให้ตัวเองทุกวัน และฝากติดตามบทความต่อไปด้วยนะคะ ( 。•ㅅ•。)~✧

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *