ในยุคที่คอนเทนต์อยู่แค่ปลายนิ้ว หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่าธุรกิจขายหนังสือแบบเดิมจะปรับตัวอย่างไร? วันนี้ผมจะพาทุกคนไปดู กลยุทธ์อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ แบรนด์ยักษ์ใหญ่ในวงการขายหนังสือที่ไม่ได้แค่นั่งตั้งรับ แต่เลือกรุกไปข้างหน้าเพื่อปฏิวัติตัวเอง จากแค่ “ผู้ขายหนังสือ” สู่การเป็น “ผู้สร้างสรรค์ประสบการณ์” อย่างล่าสุดกับงาน “มหกรรมนิยายนานาชาติ 2025” ในธีม “อ่านอาร์ต” ที่บอกเลยว่ามูฟนี้ของอมรินทร์ฯ น่าจับตามองมาก ๆ ครับ
เมื่อโลกเปลี่ยน ยักษ์ใหญ่ก็ต้องปรับ
ต้องยอมรับว่าชื่อของ “ร้านนายอินทร์” คือแบรนด์ที่แข็งแกร่งและเป็นที่ไว้วางใจของหนอนหนังสือทั่วประเทศมานาน แต่ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังมือเลยครับ
การมาถึงของเทคโนโลยีดิจิทัล, e-book, และแพลตฟอร์มคอนเทนต์ออนไลน์สารพัดรูปแบบ กลายเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ พฤติกรรมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนไป พวกเขาไม่ได้มองหแค่ “สินค้า” อีกต่อไป แต่โหยหา “Experience” หรือประสบการณ์ที่จับต้องได้และมีความหมายมากกว่าเดิม
นี่คือ “ความท้าทาย” สำคัญที่อมรินทร์ฯ ต้องเจอ และแทนที่จะยอมแพ้ พวกเขากลับมองเห็นโอกาสในวิกฤต ด้วยการปรับวิสัยทัศน์ครั้งใหญ่ สู่การเป็น “ผู้สร้างสรรค์และส่งมอบประสบการณ์คอนเทนต์” ซึ่งเราได้เห็นสัญญาณเรื่องนี้มาจากการทดลองจัดธีมงานมหกรรมนิยายฯ ในปีก่อน ๆ ไม่ว่าจะเป็น เมืองนิยาย, Paper Town, Dream, The Novel Street, ไปจนถึง ใครฆ่าลิลลี่ และในปีนี้ก็มาในคอนเซปต์งานที่มีชื่อว่า “อ่านอาร์ต” ครับ
กลยุทธ์อมรินทร์ ฯ จัดเต็ม Experience ไฮไลท์กิจกรรมในงานที่พลาดไม่ได้
ทางอมรินทร์ฯ ก็ไดเจัดเต็มให้ผู้เข้าร่วมงานไม่ได้มาแค่ “ซื้อ” แต่มาเพื่อ “สัมผัสประสบการณ์” ที่ครบวงจร ผ่านกิจกรรมไฮไลท์ที่น่าสนใจมาก ๆ ไม่ว่าจะเป็น
อ่านอาร์ตแกลเลอรี (Art Through Stories Gallery) ตลอด 10 วันเต็มของงาน ผู้ชมจะได้ดื่มด่ำกับนิทรรศการศิลปะจากศิลปินหลากหลายแนวกว่า 33 ท่านทั่วประเทศ นำทีมโดยศิลปินตัวท็อปอย่าง
- Linecencor ผู้ผสานวัฒนธรรมร่วมสมัยผ่านลายเส้นที่สะท้อนความเป็นไทย
- Jitti Robot ศิลปินผู้ถ่ายทอดความทรงจำวัยเยาว์ผ่านคาแรกเตอร์หุ่นยนต์ที่มีเอกลักษณ์
- Cheese Arnon นักวาดภาพประกอบแนวสตรีทอาร์ตเจ้าของตัวละคร “The Fox” ที่โด่งดังไกลถึงระดับนานาชาติ
- Wood You Mind ศิลปินงานไม้แนวมินิมอลผู้สร้างสรรค์ผลงานแกะสลักขนาดเล็กแต่น่ารักและเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์
กิจกรรมเสวนา “ศิลปะสู่อาชีพ” มากกว่าการชมคือการสร้างแรงบันดาลใจครับ! กิจกรรมเสวนาในหัวข้อนี้ได้เปิดมุมมองการสร้างรายได้จากงานศิลปะผ่านประสบการณ์ตรงของศิลปินยุคใหม่ โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายวงการ
ไม่ว่าจะเป็น คุณเกษมสันต์ วีระกุล ประธานกรรมการ บมจ.ซีเอ็ดยูเคชั่น, คุณเสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ สาขาศิลปะ และตัวแทนจากแวดวงศิลปะจากประเทศจีนอย่าง คุณซุน อวี่เฉิง และ คุณฟู จี่หง
ศิลปินวาดภาพสด (Live Painting) เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ทางศิลปะให้เพอร์เฟกต์มากยิ่งขึ้น งานยังได้จัดกิจกรรมพิเศษให้ชมการวาดภาพสดโดย ฟู จี่หง ศิลปินชาวจีนจากสมาคมศิลปินแห่งชาติจีน ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงการถ่ายทอดแรงบันดาลใจและวัฒนธรรมสู่ผลงานศิลปะแบบเรียลไทม์อีกด้วย
กลยุทธ์อมรินทร์ฯ เมื่อ “หนังสือ” ไม่ใช่แค่ของ “สายอ่าน” อีกต่อไป
ผมมองว่าหัวใจสำคัญของงาน “อ่านอาร์ต” คือกลยุทธ์การขยายตลาด (Market Expansion) ที่ถูกนำเสนอผ่านแนวคิด “หนังสือคืองานศิลป์อย่างหนึ่ง” ซึ่งเป็นการเดินหมากที่เฉียบคมและแก้เกมได้หลายต่อมากๆ ครับ เพราะมันช่วยในการ
ทลายกำแพงเพื่อขยายฐานลูกค้า (New Customers) กลยุทธ์แรกที่เห็นได้ชัดเลยคือการทลายกำแพงระหว่าง “สายอ่าน” กับ “สายอาร์ต” ครับ เป้าหมายของงานไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มนักอ่านอีกต่อไป แต่เป็นการเปิดประตูอ้าแขนต้อนรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ นักสร้างสรรค์ และคนที่รักศิลปะเข้ามาอย่างเต็มตัว การผสมผสานนี้สร้างพื้นที่ตรงกลางที่ดึงดูดผู้คนจากสองวัฒนธรรมย่อยให้มาพบเจอกัน ทำให้เกิดฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ใหญ่และหลากหลายกว่าเดิม
เพิ่มมิติให้ผลิตภัณฑ์ (From Book to Art Piece) อมรินทร์ฯ ได้ขยายคำจำกัดความของ “สินค้า” ที่ตัวเองนำเสนอไปอีกขั้น จากเดิมที่เป็นเพียงหนังสือที่มีตัวอักษร ไปสู่ “ผลงานศิลปะ” ที่จับต้องได้จริง ๆ ผ่านการจัดแสดงและเปิดให้มีการจำหน่ายผลงานศิลป์ของศิลปินภายในงาน ทำให้คุณค่าของหนังสือถูกยกระดับในเชิงแนวคิด และในขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ไปพร้อมกัน
ไม่ใช่แค่เรื่องธุรกิจ แต่คือการขับเคลื่อน Soft Power
ผมมองว่าความพิเศษของ “อ่านอาร์ต” ไม่ได้จบแค่ความสำเร็จในเชิงธุรกิจ แต่มันยังทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน “เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy)” และ “ซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power)” ของประเทศด้วย การที่
คุณเสริมคุณ คุณาวงศ์ ซึ่งเป็นประธานอนุกรรมการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์สาขาศิลปะโดยตรง มาปรากฏตัวในงานเสวนา ยิ่งตอกย้ำความเชื่อมโยงนี้ให้ชัดขึ้นไปอีก
งานนี้ได้กลายเป็น “เวที” สำคัญที่เปิดโอกาสให้ศิลปินไทยได้โชว์ของสู่สาธารณชนในวงกว้าง ในขณะเดียวกัน การเชิญศิลปินและผู้ทรงคุณวุฒิจากต่างประเทศมาร่วมงาน ก็คือหัวใจของการสร้าง Soft Power ที่เป็นการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม เคสนี้แสดงให้เห็นเลยว่าภาคเอกชนก็สามารถเป็นกลไกสำคัญในการซัพพอร์ตนโยบายระดับชาติได้อย่างเป็นรูปธรรมและสร้างสรรค์ครับ
บทสรุป กลยุทธ์อมรินทร์ ฯ โลกของตัวอักษรผสานโลกแห่งงานศิลป์
“อ่านอาร์ต” ถือเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อน กลยุทธ์อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์ ที่กำลังก้าวข้ามบทบาทเดิม ๆ สู่การเป็น “ผู้สร้างสรรค์ประสบการณ์” ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้
แสดงให้เห็นสลว่าการเติบโตครั้งใหญ่อาจไม่ได้มาจากการทำในสิ่งเดิม ๆ แต่มาจากการกล้าที่จะมองปัญหาในมุมที่แตกต่าง และใช้ตัวตนของแบรนด์เข้าไปสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ผู้บริโภคคาดไม่ถึง เหมือนกับการหลอมรวมโลกของ “วรรณกรรม” และ “ศิลปะ” ให้กลายเป็นหนึ่งเดียวได้อย่างลงตัวใน
สำหรับใครที่ยังไม่ได้ไปสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษนี้ และไม่อยากพลาดโอกาสที่จะเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ที่วรรณกรรมและศิลปะมาบรรจบกัน สามารถพบกันได้จนถึงวันที่ 3 สิงหาคม 2568 ณ สามย่านมิตรทาวน์ ฮอลล์ ชั้น 5 ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ครับ
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่