3 กลยุทธ์ Experience Marketing จาก แคมเปญ เด็กได้สิทธิ์นั้นเดียวนี้ ของ KFC

ก่อนอื่นสุขสันต์วันเด็กนะคะ พอเดือนมกราคมมาถึงเรามักจะเห็นแคมเปญวันเด็กเต็มไปหมดเลยแต่ปี 2569 นี้ KFC แบรนด์ไก่ทอดขวัญใจคนไทยที่มีสาขาครอบคลุมกว่า 1,157 สาขา ทั่วประเทศกับแคมเปญที่ชื่อว่า เด็กได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้ ที่ไม่ได้มาแค่ขายไก่ทอดแบบเดิมๆแต่ขับเคลื่อนด้วย Experience Marketing ที่ตั้งใจสร้างพื้นที่เพื่อ Empower ให้เด็กๆได้ส่งเสียงและแสดงพลังของตัวเองออกมาจริงๆแถมยังตั้งใจส่งต่อความสุขนี้ให้ทั่วถึงในทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเด็กๆในเมืองใหญ่หรือน้องๆในพื้นที่ห่างไกลก็จะได้รับสิทธิ์แห่งความสุขนี้อย่างเท่าเทียมกันค่ะ

KFC กับบทบาท Family Brand เพราะเป็นมากกว่าแค่ร้านไก่ทอด

อินไซต์ที่น่ารักมากๆว่า จริงๆแล้ววันเด็กเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายต่อครอบครัวไทยสูงมากและ KFC เองก็อยากทำหน้าที่เป็นเหมือนสะพานที่เชื่อมให้คนทุกวัยในบ้านได้มาแชร์ความสุขและใช้เวลาร่วมกันอย่างมีคุณภาพ

Experience Marketing

ซึ่งแนวคิดนี้ทำให้เห็นชัดเลยค่ะว่า KFC ไม่ได้มองตัวเองเป็นแค่ร้านขายไก่ทอดทั่วไปแต่เขาวางตัวเป็น Family Brand ที่อยากเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในทุกโมเมนต์สำคัญของครอบครัวไทย การตลาดในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเน้นขายของแต่เป็นการสร้างความผูกพันทางใจเพื่อให้แบรนด์ KFC เข้าไปนั่งในใจของผู้บริโภคได้อย่างอบอุ่นและยั่งยืนนั่นเองค่ะ

กลยุทธ์หลากมิติที่ตอบโจทย์ทุก Touchpoint

1. รถโรงเรียนอนุบาลแซนเดอร์ส Experience Marketing ที่จับต้องได้

KFC ได้เนรมิตรถเมล์สาย 26 และสาย 511 ให้กลายเป็น “รถโรงเรียนอนุบาลแซนเดอร์ส” สุดน่ารัก โดยตัวรถถูกแร็พด้วยสติ๊กเกอร์ลาย Student Sanders สีสันสดใสสะดุดตาพร้อมเปิดให้บริการรับ-ส่งฟรีสำหรับเด็กๆและครอบครัวในช่วงวันที่ 10-11 มกราคม 2569 เพื่อส่งต่อความสุขแบบจัดเต็ม

Experience Marketing

ความน่าสนใจคือการทำ Experiential Marketing ที่เปลี่ยนพาหนะให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์แบรนด์ทำให้เด็กๆและคุณพ่อคุณแม่ได้สัมผัสและมีส่วนร่วมกับแบรนด์ตั้งแต่อยู่บนท้องถนนก่อนจะเดินทางไปถึงร้านเสียอีก นอกจากนี้ KFC ยังวางแผนเส้นทางเดินรถโดยเลือกผ่านจุดท่องเที่ยวยอดฮิตที่ครอบครัวชอบไป เช่น Safari World, Siam Amazing Park (สวนสยาม), CentralWorld และ Union Mall ซึ่งเป็นการไปปรากฏตัวในจุดที่มีคนหนาแน่นและเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับกิจกรรม

ถึงแม้บริการนั่งฟรีจะมีแค่ในช่วงวันเด็กแต่รถโรงเรียนคันนี้จะยังคงวิ่งสร้างสีสันต่อเนื่องไปตลอดทั้งเดือนมกราคมค่ะ ซึ่งช่วยสร้างการรับรู้และทำให้ KFC กลายเป็นแบรนด์แรกที่อยู่ในใจของผู้บริโภคตลอดทั้งเทศกาลวันเด็กในปีนี้เลยค่ะ

2. ให้เด็กมีเสียง Empower Customer

ในวันเด็กปีนี้ KFC ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นคนบอกว่าเด็กๆต้องทำอะไร แต่กลับเลือกใช้กลยุทธ์ Empowerment Marketing ที่น่าประทับใจด้วยการมอบสิทธิ์ในการเลือกให้กับเด็กๆเป็นคนตัดสินใจเองผ่านไอเทมอย่างการ์ดพลังพิเศษจากผู้พันค่ะ ซึ่งในการ์ดแต่ละใบจะปลดล็อกสิทธิ์สุดพิเศษที่ตอบโจทย์สิ่งที่เด็กๆ ต้องการจริงๆ เช่น

  • สิทธิ์ขออะไรก็ได้ 1 อย่างให้เด็กๆได้ส่งเสียงบอกความต้องการของตัวเอง
  • สิทธิ์ตื่นสายได้ 1 ครั้ง หรือ นอนดึกได้ 1 ครั้ง การทลายกฎเกณฑ์เดิม ๆ ชั่วคราว
  • สิทธิ์ห้ามบ่น 1 วัน เพื่อสร้างพื้นที่แห่งความเข้าใจ
  • สิทธิ์ต่อเวลาเล่นได้อีก 10 นาที การมอบความสุขเล็กๆที่ยิ่งใหญ่ในสายตาเด็ก
Experience Marketing

กลยุทธ์นี้คือการสร้างเสียงตัวแทนให้กับเด็กๆทำให้พวกเขารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เป็นเพียงผู้รับแต่เป็นผู้กำหนดประสบการณ์ความสุขของตัวเองในวันสำคัญ สิ่งนี้ช่วยสร้างความรู้สึกดีๆต่อแบรนด์ในระยะยาว ว่า KFC คือแบรนด์ที่เข้าใจและพร้อมยืนเคียงข้างเพื่อให้อำนาจแก่เด็กยุคใหม่ในการเป็นตัวของตัวเองค่ะ

3. ฟิกเกอร์ลิมิเต็ด Student Sanders คาแรกเตอร์ผู้พันในเวอร์ชันนักเรียนสุดคิวต์ 

การเปิดตัวฟิกเกอร์ลิมิเต็ด “Student Sanders” หรือผู้พันในเวอร์ชันชุดนักเรียนสุดคิวต์ นี่คือการทำ Character Marketing เพราะ KFC ตั้งใจให้ตัวละครนี้เป็นตัวแทนของเยาวชนไทยเกือบ 1 ล้านคนที่ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษาเพื่อสื่อถึงพลังใจและความหวังที่แบรนด์อยากมอบให้เด็กทุกคนอย่างเท่าเทียมไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ในสถานะไหนก็ตาม

Experience Marketing

ในมุมของการตลาด นี่คือตัวอย่างของ Purpose-Driven Marketing ค่ะ ยังสอดแทรกจุดยืนทางสังคมที่แบรนด์ให้ความสำคัญลงไปด้วย การทำให้ผู้พันกลายเป็นตัวแทนของเด็กๆทำให้แคมเปญนี้มีมิติและดูมีความหมายมากขึ้น ช่วยสร้างความรู้สึกร่วมให้กับผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นการเปลี่ยนจากแค่ของแถมให้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการให้ที่คนอยากสนับสนุนและส่งต่อพลังใจนี้ไปด้วยกันค่ะ

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดของแคมเปญนี้คือ KFC ยังส่งไก่ทอดสดร้อนๆ ไปยังโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลอีก 5 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวัดโพธาราม, โรงเรียนบ้านกองม่องทะ สาขาบ้านสาละวะ, โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านแม่น้ำน้อย, โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนต้นมะม่วง และ ศกร.ตชด.หลวงประกอบนิติสารและท่านผู้หญิงถวิล

บทสรุป 3 กลยุทธ์ Experience Marketing จาก แคมเปญ เด็กได้สิทธิ์นั้นเดียวนี้ ของ KFC

เป็นยังไงกันบ้างคะ แคมเปญ “เด็กได้สิทธิ์นั้นเดียวนี้” ของ KFC ประเทศไทยเป็นตัวอย่างที่ดีของ Integrated Marketing Campaign ที่ผสมผสานทั้ง Brand Building และ Sales Activation เข้าด้วยกันแคมเปญนี้สร้างประสบการณ์ที่มีความหมายและครอบคลุมหลาย Touchpoint ตั้งแต่ OOH, Experiential, Limited Edition Collectible, Digital และ CSR

สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือความตั้งใจที่จะทำให้วันเด็กเป็นวันของทุกคนไม่ใช่แค่เด็กในเมืองใหญ่ การขยายความสุขไปยังพื้นที่ห่างไกลแสดงให้เห็นถึง Brand Authenticity และ Social Responsibility ที่ไม่ได้เป็นแค่คำพูดแต่แปลงเป็น Action ที่จับต้องได้

ในแง่ของ Marketing Strategy แคมเปญนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการทำ Empowerment Marketing ที่ให้เด็กมีเสียง มีทางเลือกและรู้สึกว่าพวกเขาสำคัญ ซึ่งเป็นวิธีสร้าง Brand Loyalty ตั้งแต่วัยเด็กที่ทรงพลัง เมื่อเด็กรู้สึกดีกับแบรนด์ในวันนี้ พวกเขาจะจดจำและกลับมาเป็นลูกค้าในอนาคต

แคมเปญนี้พิสูจน์แล้วว่าในยุคที่ผู้บริโภคมี Choice มากมาย สิ่งที่ทำให้แบรนด์โดดเด่นคือ Purpose ที่ชัดเจน ความเข้าใจ Insight ของผู้บริโภคและความตั้งใจจริงที่จะสร้างคุณค่าให้กับสังคมเมื่อแบรนด์ทำแบบนี้ได้สำเร็จ ผู้บริโภคก็จะมองว่าคุณเป็นแบรนด์ที่อยู่เคียงข้างในทุกโมเมนต์สำคัญของชีวิตค่ะ

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ และสามารถอ่านบทความอื่น ๆ ได้ที่นี่

อุ๋มอิ๋ม Marketing Content Creator และ Data Insight Researcher ของการตลาดวันละตอนค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *