ถอดรหัสการตลาด Product Localization ของ Blendies เจลาโต้ละลายช้าฝีมือคนไทย ที่ทำให้กลุ่มทุน Nasdaq บินมาขอซื้อแฟรนไชส์ไปเปิดฮ่องกง
FacebookFacebookXXLINELineรู้มั้ยครับว่ามีร้านเจลาโต้สัญชาติไทยที่เคยทำยอดขายสูงสุดถึง 250,000 บาทต่อวัน หรือราว 490 โคนจากสาขาเดียว ทั้งที่ราคาเริ่มต้น 129 บาทไปจนถึงเมนูซิกเนเจอร์ 219 บาท ซึ่งแพงกว่าไอศกรีมทั่วไปในตลาดหลายเท่า ตัวเลขชุดนี้มาจากบทสัมภาษณ์ผู้ก่อตั้ง Blendies ใน The Standard และที่ทำให้ผมต้องหยุดอ่านจริงๆ คือเบื้องหลังของตัวเลขเหล่านี้ ไม่ใช่รสชาติหรือแพ็กเกจจิ้ง แต่เป็นการปรับสินค้าให้เข้ากับอากาศร้อนของเอเชีย จนเจลาโต้ละลายช้ากว่าปกติ หนึ่งในคำถามที่ผมเจอบ่อยเวลาไปบรรยายคือ แบรนด์เล็กที่ไม่มีงบการตลาดมหาศาล จะสร้างความได้เปรียบที่คู่แข่งเลียนแบบยากได้จากตรงไหน เคสของ Blendies (เบลนดีส์) แบรนด์ไอศกรีมพรีเมียมเจลาโต้สัญชาติไทย ที่เพิ่งประกาศขยายแฟรนไชส์ร่วมกับ MasterBeef Group กลุ่มธุรกิจอาหารจากฮ่องกงที่จดทะเบียนใน Nasdaq Capital Market ไปเปิดสาขาแรกในต่างประเทศที่ฮ่องกง คือคำตอบที่จับต้องได้ที่สุดเคสหนึ่งในปีนี้ บทความนี้ผมเลยอยากชวนเพื่อนๆ นักการตลาดมาถอดรหัสว่า Product Localization การปรับสินค้าให้เข้ากับหน้างานจริง ทำงานอย่างไรในเคสนี้ และเราจะเรียนรู้อะไรไปใช้ต่อกับธุรกิจของตัวเองได้บ้าง The Slow-Melt Advantage: เมื่อเจลาโต้ละลายช้ากลายเป็นความได้เปรียบที่คู่แข่งเลียนแบบยาก Product Localization ในเคส Blendies คือการปรับเทคนิคการผลิตและอุณหภูมิการเสิร์ฟเจลาโต้ให้เหมาะกับอากาศร้อนของเอเชีย ทำให้เจลาโต้ละลายช้ากว่าการเสิร์ฟแบบตำราอิตาลี […]