Data Research Insight ทรงวาด ย่านสุดชิค By Social Listening

ถนนทรงวาด หรือ Song Wat ย่านเมืองเก่าแก่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าเครื่องเทศและสมุนไพรในอดีต วันนี้ได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งในฐานะ “Creative District” แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ที่วัยรุ่นและสายอาร์ตต้องมาเช็คอิน ถนนเส้นนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ของตึกแถวสถาปัตยกรรมชิโน-ยูโรเปียนที่ผสมผสานเข้ากับคาเฟ่สุดชิค แกลเลอรีงานศิลป์ และร้านอาหารระดับตำนาน จนกลายเป็นกระแสไวรัลที่ใคร ๆ ก็พูดถึง ด้วย Data Research Insight ทรงวาด ฉบับนี้ เราจะพาไปเจาะลึกกันครับว่า ทำไมถนนเส้นสั้น ๆ แห่งนี้ถึงกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่คนรุ่นใหม่ชื่นชอบ คนเขามาทำอะไรกันที่นี่ ร้านไหนเด็ด และกระแสที่เกิดขึ้นบนโซเชียลเป็นอย่างไรบ้าง

ในบทความนี้เราจะพามาดูทั้งขั้นตอนกระบวนการทำ 8 ขั้นตอน และ Insight ที่คัดมาเน้น ๆ ฝากทุก ๆ คนกันครับ

  1. Research Keywords
  2. Set Campaign Collecting Data
  3. Cleansing Data
  4. Conversation Analysis
  5. Categorized Data
  6. Visualization
  7. Insights Summary
  8. Data-Driven Decision

มาเริ่มกันที่ขั้นตอนแรก Research Keyword เพื่อดึงข้อมูลเสียงของผู้คนในโซเชียลมีเดียออกมาครับ

ตัว Keyword ที่ใช้คือ “ทรงวาด” โดยระยะเวลาดึงข้อมูลย้อนหลัง คือ 01 January 2025 – 30 November 2025 รวมทั้งสิ้น 11 เดือน ซึ่งเป็นช่วงที่กระแสของย่านนี้กำลังพีคและมีการจัดอีเวนต์ต่าง ๆ มากมายครับ

หลังจากเซตตัว Keyword เสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือ การ Collecting Data โดยระบบได้กวาดข้อมูลมาให้เราได้ทั้งหมดจำนวน 10,093 Mentions

ก่อนที่จะนำข้อมูลไปวิเคราะห์ เราต้องผ่านขั้นตอนสำคัญคือการ Cleansing Data หรือการทำความสะอาดข้อมูลก่อนครับ เพราะในการกวาด Keyword คำว่า “ทรงวาด” ระบบจะดึงทุกโพสต์ที่มีคำนี้เข้ามา ซึ่งรวมถึงข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย ตัวอย่างการคัดกรองข้อมูล

  • Social Data ที่ไม่เกี่ยวข้อง: พบโพสต์ประเภท “ประกาศรับสมัครงาน” (Job Posting) เช่น ร้านอาหาร Maison Saigon รับสมัครพนักงานต้อนรับ ซึ่งแม้จะมีคำว่า “ทรงวาด” ระบุเป็นสถานที่ทำงาน แต่ไม่ใช่ข้อมูลในบริบทของการท่องเที่ยวหรือไลฟ์สไตล์ที่เราต้องการวิเคราะห์ครับ
  • Social Data ที่เกี่ยวข้อง: เราจะคัดเหลือเฉพาะโพสต์ที่เป็น “รีวิว” หรือการพูดถึงประสบการณ์จริง เช่น โพสต์จากเพจ “เกษียณสำราญ” ที่พาไปเดินเล่นหาพิกัดร้านอร่อย ซึ่งเป็นข้อมูลคุณภาพที่เราสามารถนำมาหา Insight ต่อได้ครับ

การคัดกรองนี้จะช่วยให้ผลลัพธ์การวิเคราะห์มีความแม่นยำและสะท้อนพฤติกรรมนักท่องเที่ยวจริง ๆ ครับ อย่างไรก็ตามสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคลีนดาต้าอย่างละเอียด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีคุณภาพมากที่สุดมาวิเคราะห์ Trend & Insight ได้ที่บทความนี้เลยครับ > https://everydaymarketing.co/trend-insight/top10-influencers-investment-money-2023-on-tiktok/

เมื่อนำข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องออกไปแล้ว เรามาดูภาพรวมของ Social Data Stat กันครับ ว่าแพลตฟอร์มไหนคือเวทีหลักของชาวทรงวาด และพวกเขาคุยเรื่องอะไรกันบ้าง

1. Data By Platform: TikTok ยืนหนึ่งทั้งการพูดถึงและ Engagement จากข้อมูลชุดนี้บอกกับเราว่าแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นอย่าง TikTok เป็นช่องทางหลักที่มีการพูดถึงย่านนี้

  • Mentions (การพูดถึง): TikTok (40%) นำมาเป็นอันดับ 1 ตามด้วย Instagram (26%) และ Facebook (24%) สะท้อนว่าคอนเทนต์เกี่ยวกับทรงวาดเป็นรูปแบบ “คลิปสั้น” และ “รูปภาพสวย ๆ” เป็นหลัก ซึ่งตรงจริตกับความชิคของย่านครับ
  • Engagement (การมีส่วนร่วม): ยิ่งชัดเจนครับว่า TikTok กวาดไปถึง 54% เกินครึ่งของ Engagement ทั้งหมด รองลงมาคือ Instagram (31%) ส่วน Facebook เหลือเพียง 12%

ตัวเลขนี้ชี้ให้เห็นว่า ทรงวาดมีความเป็น Visual Destination คือ คนไม่ได้มาแค่เที่ยว แต่มาเพื่อถ่ายคลิปทำคอนเทนต์นั่นเองครับ

2. Word Cloud & Hashtag: ย่านอาร์ตและอีเวนต์ดีไซน์ เมื่อเจาะดูคำที่คนใช้พูดถึง หรือ Word Cloud และ Hashtag ยอดฮิต พบประเด็นที่น่าสนใจดังนี้ครับ

  • คำยอดฮิต: คำว่า “ทรงวาด”, “ร้าน”, “ย่าน”, “คาเฟ่”, “ถ่ายรูปห้ามพลาด” ลอยเด่นขึ้นมา ยืนยันว่าคนมาที่นี่เพื่อ Café Hopping และหามุมถ่ายรูปเป็นหลัก
  • Event Driven: สิ่งที่น่าจับตามองคือคำว่า “Bangkok Design Week 2025” และ Hashtag อีเวนตือื่น ๆ แสดงให้เห็นว่างานนิทรรศกาลก็อาจจะเป็นอีกหนึง Magnet ในการดึงดูดคนให้เข้ามาในย่านนี้ครับ

จากการกวาดข้อมูลทั้งหมดบน Social Media เรานำมาจัดกลุ่มข้อมูล (Categorize) เพื่อดูภาพรวมว่าคนพูดถึงย่านทรงวาดในมิติไหนบ้าง โดยแบ่งออกเป็น 5 หมวดหมู่ ดังนี้ครับ

  1. เที่ยว กิน ถ่ายรูป: เป็นกลุ่มข้อมูลที่มีสัดส่วนมากที่สุด ทั้ง Mentions 63% และ Engagement 59% ซึ่งครอบคลุมบทสนทนาเกี่ยวกับกิจกรรมหลัก ทั้งการท่องเที่ยว ร้านอาหาร และจุดถ่ายรูปต่าง ๆ
  2. Image ย่าน : มีสัดส่วน Mentions 25% และ Engagement 19% เป็นกลุ่มข้อมูลที่พูดถึงภาพลักษณ์ บรรยากาศ (Vibe) และความรู้สึกที่มีต่อย่านทรงวาดโดยรวม
  3. การเดินทาง: มีสัดส่วน Mentions 6% และ Engagement 6% เกี่ยวกับวิธีการเดินทางมายังพื้นที่และที่จอดรถ
  4. Content Platform: มีสัดส่วน Mentions 3% และ Engagement 6% เป็นกลุ่มข้อมูลที่พูดถึงทรงวาดในฐานะ “พื้นที่สื่อ” ที่แบรนด์หรือ Influencer เลือกใช้เป็นสถานที่ในการทำคอนเทนต์
  5. มากับใคร : มีสัดส่วน Mentions 3% และ Engagement 10% เป็นข้อมูลภาพรวมที่ระบุถึงผู้ร่วมทริป หรือการชวนกันมาเที่ยวในย่านนี้

เราก็พอจะเห็นภาพรวมข้อมูลคร่าว ๆ ของย่านนี้กันแล้ว ในส่วนถัดไปเราจะมาจะลึกในแต่ละประเด็นว่าจะมี Insights อะไรที่น่าสนใจกันบ้าง

เมื่อเรา Zoom-in เข้าไปในก้อนข้อมูล “เที่ยว กิน ถ่ายรูป” ที่มีสัดส่วนมากที่สุด (63%) จะเห็นโครงสร้างที่น่าสนใจมากครับ โดยเฉพาะกลุ่ม “คาเฟ่” ที่นำโด่งทิ้งห่างกลุ่มอื่น ๆ อย่างชัดเจน เรามาไล่ดูทีละหมวดกันครับ

1. Café (Mention 46% Engagement 54%)

หมวดคาเฟ่ถือว่าได้รับความนิยมมากที่สุดเลยครับ โดยมีสัดส่วนการพูดถึงไปเกือบครึ่ง (46%) และที่สำคัญคือสร้าง Engagement ได้สูงถึง 54% สะท้อนว่าคอนเทนต์ “Cafe Hopping” ในทรงวาดเป็นคอนเทนต์ที่ Powerful มากที่สุด โพสต์ปุ๊บคนกดไลก์ปั๊บ โดยร้านที่ติดอันดับ Top 20 ล้วนเป็นร้านที่มีคาแรคเตอร์ชัดเจน ถ่ายรูปสวย รวมถึงการนำเสนอเมนู Specialty ที่สร้างความแตกต่าง ทำให้คาเฟ่ในย่านนี้กลายเป็น Destination ที่ใครมาก็ต้องเช็คอินครับ

  1. Choch @ Song Wat (226,541 Engagement)
  2. Terroir BKK Songwat (193,479 Engagement)
  3. Ban Rim Nam (189,386 Engagement)
  4. Wabi’s at Songwat (161,613 Engagement)
  5. Song Wat Coffee Roasters (122,616 Engagement)
  6. Koff & Bun (Song Wat) (119,182 Engagement)
  7. Local Boys Coffee (118,215 Engagement)
  8. Tungchae (116,946 Engagement)
  9. Ceremonial (104,424 Engagement)
  10. Matchamaru (92,502 Engagement)
Data Research Insight ทรงวาด
  1. Koh Crêperie (85,810 Engagement)
  2. F.V Song Wat (85,720 Engagement)
  3. BEANS Coffee Roaster (85,141 Engagement)
  4. Pieces café & bed (80,348 Engagement)
  5. AOYAMA LAB (79,208 Engagement)
  6. TAY Song Wat (77,942 Engagement)
  7. Casa Formosa (68,862 Engagement)
  8. Hansa River House (68,075 Engagement)
  9. ApinkRabbit+bob (64,319 Engagement)
  10. Hit the Road (46,680 Engagement)

2. ร้านอาหาร (Mention 26% Engagement 21%)

ตามมาเป็นอันดับ 2 คือหมวดร้านอาหารครับ ด้วยสัดส่วนการพูดถึง 26% และ Engagement 21% ความพิเศษของร้านอาหารในทรงวาดคือการผสมผสานที่ลงตัว ระหว่าง “ตำนานความอร่อย” ที่อยู่คู่ย่านมานาน กับ “ร้านอาหารสมัยใหม่” ที่เข้ามาสร้างสีสัน ทำให้ย่านนี้คึกคักตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำครับ

Data Research Insight ทรงวาด
  1. Song Viet at Song Wat (268,966 Engagement)
  2. กู่หลงเปา (Gu Long Bao) (199,881 Engagement)
  3. โรงกลั่นเนื้อ (Rong Klan Nuea) (111,918 Engagement)
  4. ลิ้มเล่าซา (Lim Lao Ngow) (95,763 Engagement)
  5. อีกา (E-ga) (65,120 Engagement)
  6. อุไรห่านพะโล้ (52,475 Engagement)
  7. ส้มตำไก่ Black 777 (49,731 Engagement)
  8. โรงกลั่นหมู (Rong Klan Moo) (45,691 Engagement)
  9. Kang Kaang (29,637 Engagement)
  10. Naam 1608 (22,979 Engagement)

3. Shops (Mention 10% Engagement 10%)

หมวดร้านค้าไลฟ์สไตล์ (Selected Shop)  ก็เป็นอีกหนึ่งสีสันที่ขาดไม่ได้ โดยมีตัวเลข Mentions และ Engagement ที่ 10% ซึ่งร้านเหล่านี้ไม่ใช่ร้านขายของที่ระลึกทั่วไป แต่เป็นร้านที่เน้นงานดีไซน์ เครื่องหอม และของวินเทจ ซึ่งช่วยสร้างภาพลักษณ์ให้ทรงวาดดู “คราฟต์” และมีรสนิยมครับ นอกจากนี้ สิ่งที่น่าจับตามองคือเทรนด์ของ “ร้านเครื่องหอม” (Scent & Perfume) ที่ติดอันดับ Top List หลายร้านเลยครับ

Data Research Insight ทรงวาด
  1. อ๊อยสเตอร์ (Oyster and Things) (244,196 Engagement)
  2. Road of Cinnamon (67,933 Engagement)
  3. Copenn (46,201 Engagement)
  4. Onest (42,647 Engagement)
  5. Skonx Perfumery (32,009 Engagement)
  6. Saan ทรงวาด (28,133 Engagement)
  7. Khongsuay (25,350 Engagement)
  8. Get Back and Jude Records (10,580 Engagement)
  9. Kiss me doll (4,595 Engagement)
  10. Analog Space (2,441 Engagement)

นอกจากนี้ก็ยังมีชิ้นส่วนที่ช่วยเติมเต็มให้ทรงวาดมีจิตวิญญาณของความเป็นย่านสร้างสรรค์ ก็คือ “งานศิลปะ, Workshop และกิจกรรม Event” ครับ แม้ตัวเลขสัดส่วนของหมวดศิลปะอาจจะไม่สูงเท่าหมวดของกิน แต่เมื่อรวมกับ กลุ่ม Event ที่มีสัดส่วนการพูดถึงถึง 10% แล้ว จะเห็นว่ากิจกรรมเหล่าก็เป็นอีกหนึ่งสำคัญที่ทำให้ทรงวาด “ไม่เคยน่าเบื่อ” เพราะมีนิทรรศการหมุนเวียนและงานเทศกาลศิลปะ (เช่น Bangkok Design Week) เข้ามาสร้างสีสันใหม่ๆ ให้ย่านอยู่เสมอ 

ในขณะเดียวกัน จุดเช็คอินอย่าง Street Art ก็ยังเป็นที่ทุกคนต้องแวะ ไม่ว่าจะเป็นป้าย “I Wanna Be Bangkok” หรือ “ลานช้าง” รวมไปถึง Mural Art เท่ ๆ แทรกตัวอยู่ตามกำแพง ส่วนใครที่ชอบลงมือทำ ก็มีพื้นที่ปล่อยของอย่าง “Clay Circle” สตูดิโอปั้นเซรามิก หรือ “PLAY art house” แกลเลอรีที่หมุนเวียนงานศิลป์ดี ๆ มาให้ชม ซึ่งพื้นที่เหล่านี้แหละครับที่ทำให้การเดินเที่ยวในทรงวาดสนุกและเซอร์ไพรส์อยู่เสมอ

ข้อมูลทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ความหลากหลายที่ครบเครื่อง (Variety) คือจุดแข็งสำคัญที่สุดของทรงวาดครับ ย่านนี้ไม่ได้พึ่งพาแม่เหล็กเพียงแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็น Ecosystem ที่นักท่องเที่ยวสามารถมาใช้ชีวิตได้ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เริ่มต้นด้วยกาแฟดี ๆ เดินช้อปงานคราฟต์ ชมงานนิทรรศการ ถ่ายรูปกับงานศิลป์ และปิดท้ายด้วยมื้อค่ำสุดพิเศษ ความครบนี้เองที่ทำให้ทรงวาดเป็น “Creative District” ที่ครองใจผู้คนได้นั่นเองครับ

เมื่อขยับมาดูก้อนข้อมูลอันดับ 2 อย่าง “Image ย่าน” (25%) เราจะเห็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนมากว่า ทรงวาดในวันนี้ไม่ได้เป็นแค่ย่านการค้าเก่าแก่อีกไต่อไป โดยคำนิยามที่คนพูดถึงกันเยอะคือคำว่า “เก๋” และ “ไวบ์ดี” ยิ่งเมื่อรวมเข้ากับคำว่า “ชิค” และ “เทสดี” ที่ติดอันดับเข้ามาด้วยแล้ว ก็ยิ่งตอกย้ำว่าในสายตาของคนภายนอก ที่นี่คือพื้นที่แห่งรสนิยม (Taste) ที่ใครได้มาเช็คอินจะดูเท่และดูมีสไตล์ขึ้นมาทันทีครับ

Data Research Insight ทรงวาด

ความน่าสนใจถัดมา คือส่วนผสมที่ลงตัวอย่างน่าประหลาดระหว่างความเก่าและความใหม่ครับ เพราะเราพบว่า Keyword ฝั่งความคลาสสิกอย่าง “วินเทจ”, “ตำนาน”, และ “เมืองเก่า” ถูกพูดถึงควบคู่ไปกับ Keyword ฝั่งคนรุ่นใหม่อย่าง “วัยรุ่น” และ “Gen Z”

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าวัยรุ่นไม่ได้มองว่าความเก่าของทรงวาดคือความล้าสมัย แต่มองว่าเป็น “ความวินเทจที่คูล” ทำให้กลุ่ม Gen Z รู้สึกสนุกกับการมาเดินซึมซับบรรยากาศย้อนยุคในบริบทที่ทันสมัยครับ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเสียงชื่นชมก็ยังมีเสียง “แอบบ่น” เล็ก ๆ แทรกเข้ามาในประเด็นเรื่อง “ราคาแรง” ซึ่งสะท้อนความรู้สึกของนักท่องเที่ยวบางส่วนที่มองว่าค่าครองชีพในย่านนี้ ทั้งอาหารและสินค้า ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับย่านอื่นครับ

เมื่อเจาะลึกในประเด็นเรื่อง “การเดินทาง” ซึ่งมีสัดส่วนการพูดถึงอยู่ที่ 6% ของของการพูดถึงทั้งหมด เราพบ Insight พฤติกรรมที่ชัดเจนมากครับว่า คนที่มาย่านทรงวาดส่วนใหญ่กว่า 91% เลือกที่จะพูดถึงการเดินทางด้วย “ขนส่งสาธารณะ” เป็นหลัก ในขณะที่การพูดถึงการใช้ “รถส่วนตัว” นั้นมีสัดส่วนเพียงแค่ 9% เท่านั้น

Data Research Insight ทรงวาด

จากตัวเลขส่วนต่างที่ชัดเจนนี้ ทำให้เราวิเคราะห์พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวได้ว่า “ความสะดวกในการเข้าถึง” เป็นปัจจัยสำคัญครับ โดยปัจจุบันการเดินทางด้วยระบบรางอย่าง MRT (สถานีวัดมังกร) หรือการเดินทางทางเรือ นั้นเอื้อให้ผู้คนเดินทางเข้าสู่พื้นที่ย่านเมืองเก่าได้ง่ายขึ้น ประกอบกับลักษณะทางกายภาพของย่านที่เหมาะกับการเดินเท้า (Walkable) เชื่อมต่อจุดต่าง ๆ จึงทำให้ “ขนส่งสาธารณะ” กลายเป็นตัวเลือกหลักที่ได้รับความนิยมสูงสุดในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มาเยือนทรงวาดครับ

เมื่อเจาะลึกดูพฤติกรรมทางสังคมของคนที่มาทรงวาด เพื่อหาคำตอบว่าคนที่มาเดินย่านนี้เขามากับใคร พบคำตอบที่ชัดเจนที่สุดคือ “กลุ่มเพื่อน” ครับ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายอันดับ 1 ของย่านนี้เลยก็ว่าได้ เหตุผลหลักคงหนีไม่พ้นกิจกรรมยอดฮิตอย่างการ Cafe Hopping และการถ่ายรูปตามจุดต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องมี “เพื่อนคู่ใจ” หรือตากล้องส่วนตัวมาช่วยกันหามุมและสร้างคอนเทนต์ ทำให้บรรยากาศของทรงวาดเต็มไปด้วยความสนุกสนานของแก๊งวัยรุ่นที่นัดมารวมตัวกันครับ

Data Research Insight ทรงวาด

สิ่งที่เซอร์ไพรส์และน่าสนใจมาก คือลำดับรองลงมากลับเป็นกลุ่ม “มาคนเดียว” ที่ไม่ได้มาแค่เดินเที่ยวเฉย ๆ แต่มาในรูปแบบของ “Solo Date” ครับ นี่คือเทรนด์ใหม่ของคนรุ่นใหม่ที่หันมาให้ความสำคัญกับ Self-Love หรือการพาตัวเองออกไปเดตเพื่อสร้างความสุขครับ

ส่วนกลุ่มที่มากับ “แฟน” นั้นตามมาเป็นอันดับ 3 ครับ แม้ตัวเลขจะน้อยกว่ากลุ่มคนโสดเล็กน้อย แต่ทรงวาดก็ยังถือเป็น Romantic Destination ที่คู่รักนิยมควงแขนกันมาเดตครับ เพราะนอกจากจะมีมุมตึกเก่าสวย ๆ ให้เดินจับมือถ่ายรูปเล่นแล้ว ร้านอาหารดินเนอร์บรรยากาศดี ๆ ในย่านนี้ก็มีเยอะมาก เหมาะกับการพาแฟนมาทานข้าวในโอกาสพิเศษ หรือเดินเล่นเสพงานศิลป์เติมความหวานให้กันครับ

ในขณะที่ กลุ่ม “ครอบครัว” มาเป็นอันดับสุดท้าย ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลด้านการเดินทางที่เราวิเคราะห์ไปก่อนหน้านี้ครับ เพราะด้วยข้อจำกัดเรื่องที่จอดรถและทางเดินเท้าที่อาจจะไม่สะดวกสบายสำหรับผู้ใหญ่หรือเด็กเล็กมากนัก ทำให้ย่านนี้อาจยังไม่ใช่ตัวเลือกแรก ๆ สำหรับ Family Trip ครับ ทรงวาดในวันนี้จึงเป็นพื้นที่ของคนรุ่นใหม่ กลุ่มเพื่อนฝูง และคู่รักเป็นหลักครับ

สุดท้ายคือกลุ่มข้อมูลที่มีสัดส่วน 3% แต่อิมแพ็คของมันน่าสนใจมากครับ เพราะจากข้อมูลชี้ให้เห็นวิวัฒนาการที่เปลี่ยนไป “จากย่านเดินเที่ยว สู่ Content Platform” ถนนทรงวาดได้กลายเป็นเหมือน “เวที” หรือ “แพลตฟอร์ม” ที่แบรนด์สินค้าต่าง ๆ เลือกใช้เป็น Location ในการสื่อสารกับผู้บริโภคครับ

Data Research Insight ทรงวาด

ทำไมแบรนด์ต้องมาทรงวาด? เพราะ “Vibe” ของย่านช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์สินค้าได้ครับ ในภาพตัวอย่างเราจะเห็นความหลากหลายของสินค้าที่เข้ามาใช้พื้นที่นี้:

  • ยานยนต์ (Automotive): มีการนำรถยนต์รุ่นใหม่ (เช่น MG3 Hybrid+) มาทำคอนเทนต์แนว “One Day Trip” ขับรถเที่ยวในย่านเมืองเก่า เพื่อสื่อถึงไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยแต่เข้าถึงง่าย
  • สินค้าไลฟ์สไตล์และแกดเจ็ต: มีการรีวิวกล้องถ่ายรูป (Fujifilm) หรือสมาร์ตโฟน โดยใช้ฉากตึกสวย ๆ เป็น Test Subject เพื่อโชว์ประสิทธิภาพ
  • สินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG): แม้แต่เครื่องดื่มหรือสินค้าแฟชั่น ก็เลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์มายืนโพสต์ท่าคู่กับสินค้าในย่านนี้ เพื่อดึงคาแรคเตอร์ความเท่และเป็นกันเองของย่านไปใส่ในตัวแบรนด์

ข้อมูลส่วนนี้บอกเราว่า ทรงวาดไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแค่ Destination สำหรับนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็น Co-Creator ให้กับแบรนด์ต่าง ๆ ที่ต้องการภาพลักษณ์ที่ดูมีรสนิยม คลาสสิก และเข้าถึงคนรุ่นใหม่ไปพร้อม ๆ กันครับ

รูปภาพจาก: Google Nano Banana

จาก Data Research Insight ทรงวาด หากต้องนิยาม “ทรงวาด” ในวันนี้ ข้อมูลยืนยันชัดเจนว่าที่นี่ไม่ใช่แค่ย่านเมืองเก่าสำหรับคนแก่เดินรำลึกความหลังอีกต่อไป แต่ได้ Transform ตัวเองกลายเป็น “Lifestyle & Creative District” ที่สมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ

1. The Power of Visual Culture: หัวใจสำคัญที่ปลุกย่านนี้ให้ตื่นขึ้นมาคือพลังของ “คอนเทนต์” ครับ การที่ TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มหลัก และร้านคาเฟ่กวาด Engagement ไปเกินครึ่ง พิสูจน์ให้เห็นว่า ทรงวาดเติบโตด้วย “Visual Economy” คนมาที่นี่เพื่อเสพความสวยงาม เพื่อถ่ายรูป และเพื่อแชร์ตัวตนผ่านฉากหลังที่เป็นตึกแถวชิโน-ยูโรเปียน ย่านนี้จึง “ขายได้” ด้วยงานดีไซน์และบรรยากาศ (Vibe) เป็นอันดับแรก

2. A Perfect Blend of Old & New: ความแข็งแกร่งของทรงวาดคือ Ecosystem ที่มีความหลากหลาย (Variety) อย่างเหลือเชื่อ เราเห็นร้านระดับตำนาน (ก๋วยเตี๋ยว/ซาลาเปา) ยืนหยัดอยู่ข้าง ๆ ร้าน Specialty Coffee สุดชิค และ Art Gallery สุดเท่ ความผสมผสานนี้ดึงดูดคนได้ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นแก๊งวัยรุ่น Gen Z ที่มาหาที่ถ่ายรูป หรือหนุ่มสาวออฟฟิศที่มาหาร้านทานอาหารแบบเก๋ ๆ 

3. From Location to “Media Space”: สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดสำหรับนักการตลาด คือการที่ตัวย่านทรงวาดเองได้ยกระดับจาก “สถานที่ท่องเที่ยว” กลายเป็น “Content Platform” ไปแล้ว แบรนด์สินค้าต่าง ๆ ทั้งยานยนต์ แฟชั่น และแกดเจ็ต ต่างมุ่งหน้ามาที่นี่ไม่ใช่เพื่อมาขายของ แต่มาเพื่อ “ยืมภาพลักษณ์” ความเท่ ความคลาสสิก และความมีรสนิยมของย่าน ไปช่วยส่งเสริม Branding ของตัวเองให้ดูดีขึ้นในสายตาผู้บริโภค

4. Quality over Convenience: สุดท้ายนี้ Data เรื่องการเดินทางบอกเราว่า แม้การจอดรถจะยากลำบาก หรือราคาสินค้าจะดูแรงในบางร้าน แต่คนรุ่นใหม่ “ยอมแลก” ครับ พวกเขายอมนั่งรถไฟฟ้าแล้วเดินเท้าเข้ามาร้อน ๆ ยอมจ่ายแพงกว่าเพื่อแลกกับประสบการณ์ (Experience) และบรรยากาศที่หาจากที่อื่นไม่ได้ นี่คือบทพิสูจน์ว่า หากสินค้าหรือสถานที่มี “Character” ที่ชัดเจนและมอบประสบการณ์ที่ดี ผู้บริโภคก็พร้อมที่จะมองข้ามความไม่สะดวกสบายบางอย่างไปได้ครับ

และนี่คือ Insight ทั้งหมดของ “ทรงวาด” ถนนสายเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งนี้ครับ…..

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่

Marketing Content Creator and Data Insight Researcher

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *