Data Research Insight พามาส่องกระแส เยาวราช ที่ได้รับผลกระทบจาก Lisa Effect กันครับ จากการที่ MV เพลง ROCKSTAR ของลิซ่าได้ถ่ายทำที่เยาวราช แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้เลย จึงเป็นประเด็นจนกลายมาเป็นเทรนด์ที่ผู้คนให้ความสนใจเป็นอย่างมากทีเดียวเลยครับ บทความนี้พามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น และกระแสจากลิซ่าทำให้คนพูดถึงเยาวราชอย่างไรบ้าง ติดตามได้ในบทความเลยครับ
นี่คือ MV ดังกล่าวครับ
โดย Data Insight ในบทความนี้ เราใช้ Social listening tool จาก Mandala ที่นักการตลาดต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีกับเครื่องมือที่จะช่วยเราในการหา Data Insight ซึ่งในบทความนี้เราจะพามาดูตั้งแต่ขั้นตอนแรก ในการ Research เพื่อเป็นประโยชน์และความรู้ให้กับนักการตลาดมือใหม่ที่กำลังศึกษาเรื่อง Data และสามารถให้ผู้ประกอบการ และผู้อ่านทุกท่านนำไปปรับใช้กับแบรนด์ได้ด้วยครับ
อย่างที่เห็นใน STEP 3 ในระหว่างที่เราคลีนข้อมูล เราจะได้อ่าน Social Data ที่หลังไหลเข้ามาจาก Keyword จนทำให้พอที่จะเหลือเฉพาะโพสต์ที่เราต้องการ อ่านและวิเคราะห์ข้อมูลต่อเพื่อหาว่ามีการพูดถึง Insight แบบไหนบ้าง ที่จะนำมาเล่าต่อในรีพอร์ตเล่มนี้ครับ ซึ่งตอนนี้โซเชียลมีข้อมูลดังกล่าวกระจัดกระจายอยู่มาก ไม่เป็นกลุ่มก้อนทำให้เรายังใช้มาวิเคราะห์ Insight อะไรไม่ได้ลึกนัก ณ ตอนนี้ครับ
ตอนนี้เราทำได้แค่อ่านข้อมูลพื้นฐานที่เป็นภาพใหญ่ ซึ่งในการอ่านข้อมูล เรามักจะเริ่มจากฟีเจอร์พื้นฐานในหน้า Dashboard แรกไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์ม Top post เพื่อรู้ภาพรวมข้อมูลที่ได้รับความนิยมครับ
การทำ Categorize Data เป็นการจับกลุ่มข้อมูลเพื่อให้ง่ายต่อการวิเคราะห์ เห็นตัวเลขสัดส่วนชัดเจนที่ช่วยให้เราสามารถตัดสินใจอะไร ๆ ด้ง่ายมากยิ่งขึ้น
ซึ่งโจทย์การทำ Categorize Data ควรจะตั้งมาจาก Social Data ที่มี เราจะได้อ่านจำนวนมากอยู่แล้วตั้งแต่ขั้นตอนการคลีนข้อมูลครับ อีกทางคือโจทย์จากสิ่งที่เราต้องรู้ สิ่งที่จะมีประโยชน์กับธุรกิจมากที่สุด และใช้ฟีเจอร์ Tag บนเครื่องมือ Social Listening เพื่อรวมข้อมูลให้เป็นกลุ่มก้อนครับ
หลังจากที่ลิซ่าสามารถเซอร์ไพร์ทุกคนในประเทศได้เป็นที่เรียบร้อยสิ่งที่ตามมาก็คือ Lisa Effect มาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้นบนโซเชียลมีเดียจากอิทธิพลของลิซ่าบ้างครับ ซึ่งประเด็นแรก คือ การที่แบรนด์ต่าง ๆ เอาไปทำคอนเทนต์แบบ Real Time Marketing พูดตามตรงคือการเกาะกระแสนั่นแหละครับ
จะทำให้แบรนด์ได้ Engagement ที่สูงซึ่งก็เป็นเรื่องปกติในยุคปัจจุบันที่แทบจะทุกแบรนด์อยากที่จะทำอยู่แล้ว หากสงสัยว่าแบรนด์ประเภทไหนทำ Real Time Marketing ในบริบทนี้มากที่สุด อดใจรอนิดนึงครับผมเจาะลึกมาให้แล้ว
มาดูในเรื่องที่ผมติดค้างกับทุกคนอยู่กันบ้างดีกว่าครับ มาดูว่าสินค้าประเภทไหนทำ Real Time Marketing มากที่สุด
Top 11 ประเภทแบรนด์ที่ทำ Real Time Marketing
อาหารและเครื่องดื่ม 56%
บริการสุขภาพและความงาม 14.5%
สกินแคร์ 12.8%
อื่น ๆ 12.8%
อุปกรณ์ IT 11.1%
รถยนต์ และจักรยายนต์ 11.1%
สื่อและบันเทิง 9.4%
การขนส่งและโลจิสติกส์ 7.7%
วัสดุก่อสร้าง 6.8%
การเงินและประกัน 6%
ห้างสรรพสินค้า 2.6%
อันดับหนึ่งที่มีสัดส่วนสูงถึง 56% คืออาหารและเครื่องดื่ม เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีอยู่มากในตลาดอยู่แล้วครับ ทั้งในรูปแบบของแบรนด์ใหญ่และเป็นแบรนด์ SME ฉะนั้นปริมาณการทำ Real Time Marketing ในกลุ่มนี้จึงค่อนข้างเยอะครับส่วนอันดับสอง บริการสุขภาพและความงาม 14.5% และอันดับสามสกินแคร์ 12.8% อย่างที่ทราบกันดีครับ การแข่งขันในธุรกิจเหล่านี้มีความดุเดือดมากอยู่แล้ว ฉะนั้น Marketing ของแต่ละแบรนด์จึงมีความแอคทีฟมาก
Real Time Marketing จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความแตกต่างและดึงดูดผู้บริโภคทันทีที่มีเหตุการณ์หรือเทรนด์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นครับ สำหรับกลุ่มสินค้าอื่น ๆ เช่น อุปกรณ์ IT รถยนต์และจักรยานยนต์ และในอีกหลาย ๆ วงการก็มีการใช้ Real Time Marketing เพื่อสร้าง Engament เช่นเดียวกัน
คุณอุ้มเป็นผู้เรียน Social Listening Analytics รุ่น 21 ของการตลาดวันละตอนที่กลับมา Present การบ้านหลังจากที่ได้เรียนผ่านไป 1 สัปดาห์ เธอเอาไปทำงานกันของลูกค้าอาหารแมวรายหนึ่ง ทำให้พบ Data Insights มากมายที่คาดไม่ถึง
เธอใช้แนวทาง 8 ขั้นตอนการใช้ Social Listening โดยการตลาดวันละตอน (ที่อยู่ในหนังสือ Social Listening ด้วย) ไล่ทำตามทุกขั้นตอนจนทำให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนโดยไม่หลงทาง
Set Objective & Research Keywords
Set Social Listening & Collecting Data
Cleansing Data
Conversation Analysis
Categorized Data
Visualization
Summary Insights
Strategy & Recommendation
ถ้าดูจากภาพจะเห็นว่า เธอพบว่าอาหารแมวชนิดไหนได้รับความสนใจมากที่สุด หรือ Insights อาหารแมวจากช่วงวัยที่น่าสนใจ ว่าคนเลี้ยงแมวใส่ใจเมื่อแมวเริ่มอายุเยอะกว่าแมวโตทั่วไป จนสุดท้ายออกมาเป็นกลยุทธ์เพื่อนำไป Set Business Strategy & Marketing Communication ต่อ