ซึ่งศูนย์ที่ปรึกษาวัยรุ่นของต่างประเทศก็ทำ survey กับเหล่า Gen Z ในเครือทั้งหมด 5 ล้านคนจาก 131 ประเทศ แล้วพบว่า ในช่วง 3 อาทิตย์ที่ผ่านมา เด็ก Gen Z เหล่านี้รู้สึกขาดการติดต่อ เศร้าเสียใจ และหงุดหงิดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมากๆ แถมอารมณ์ก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามเหตุการณ์ที่ยืดเยื้อค่ะ
เพราะฉะนั้น นี่จะเป็นอีกหนึ่งโอกาสของแบรนด์ที่จะ Step ขึ้นมาเพื่อช่วยให้พวกเค้ารู้สึก Connected สนุกสนาน และมีส่วนร่วมกับแบรนด์ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อกันผ่าน Social media หรือแคมเปญต่างๆ แต่สิ่งสำคัญที่แบรนด์ต้องคำนึงก่อนลงมือก็คือ ความจริงใจที่จะให้กลับไปหาผู้บริโภค Gen Z เหล่านี้นั่นเองค่ะ
รักษาจุดของยืนของ Brand ให้มั่นคงในช่วง COVID19
จาก Survey ก็พบอีกว่า กลุ่ม Gen Zจะเป็นกลุ่มที่ไม่ค่อย Shopping ช่วงโควิดค่ะ เพราะฉะนั้นแบรนด์อย่าเพิ่งรีบขายของ แต่สิ่งที่ควรทำก็คือ นำ Insight พวกเค้ามาต่อยอดความสัมพันธ์ให้แข็งแรง สร้าง Community หรือสร้าง Brand love โดยการทำให้พวกเค้าประทับใจจะดีกว่า
เคสข่าวบริษัทใบหยก ที่ให้พนักงาน Work From Home แต่ห้ามกลับบ้านต่างจังหวัดเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
โดยผลจาก Survey ชี้ว่า action อันดับต้นๆ ที่กลุ่ม Gen Z – 75% อยากเห็นจากแบรนด์ก็คือ มาตรการการดูแลพนักงานในบริษัท ทั้งเรื่องสวัสดิการไปจนถึงเงินเดือน นอกเหนือจากนั้น ยังรวมไปถึงวิธีการช่วยเหลือสังคมของแบรนด์ในวิธีต่างๆ ด้วย ซึ่งมาตรการเหล่านี้หากแบรนด์ทำได้ดี พวกเข้าก็พร้อมที่จะหลงรักคุณ แถมยังพร้อมที่จะยืนข้างคุณในวันที่สถานการณ์กลับมาเป็นปกติด้วยค่ะ
และถ้าหากแบรนด์ไหนคิดเพียงแค่ว่า การพูดคำสวยๆ หรูๆ บน Social ก็พอ ที่เหลือจะตัดเงินพนักงานยังไงก็ได้ ต้องบอกเลยว่า จุดนี้คิดผิดมาก เพราะกลุ่ม Gen Z นั้น จะสามารถขุดประเด็นเหล่านี้ออกมาในที่สว่าง เพราะวัยนี้เค้าพร้อมจะจับผิดเอาอะไรที่ไม่แฟร์ ฉวยโอกาสมาประจาน ให้แบรนด์หรือบุคคลถึงกับต้องยกธงขาวเลยละค่ะ
เพราะฉะนั้นหากแบรนด์จะทำอะไรในช่วง COVID19 แบบนี้ ต้องห้ามฉวยโอกาสและคิดถึงสังคมให้มากๆ มามัวแต่แสวงหาผลกำไร แบบน้ำขึ้นให้รีบตัก ยิ่งแบรนด์ไหนที่มีแนวโน้มทำกำไรได้มากๆ ในช่วงวิกฤตแล้วละก็ ยิ่งต้องรักษาจุดยืนและโปร่งใสให้มากๆ ก่อนที่ Gen Z จะเข้ามาเปิดโปงค่ะ
รับฟังเสียงจาก Community ว่าต้องการอะไร
ช่วงโควิด19 ผู้บริโภคกลุ่ม Gen Z นั้นเป็นกลุ่มที่มองหา Connection ผ่านโซเชียลมีเดียมากขึ้นเรื่อยๆ โดยจาก Survey พบว่า 60% ใช้เวลากับการติดต่อคนอื่นๆ ผ่าน Social media นานขึ้น (อ่านรายงาน Digital Report 3 เดือนแรกของปี 2020) เพราะฉะนั้นสิ่งที่แบรนด์จะ step ขึ้นมาช่วยได้ก็คือ การทำให้พวกเขามีส่วนร่วมกับการช่วยเหลือสังคม ไม่ว่าจะเป็นการ ซื้อ 1 บริจาค 1 หรือจะเป็นการบอกต่อวิธีการล้างมือก็ยังได้
ซึ่งในสถานการณ์ที่มาแบบกะทันหันอย่างโควิด นี้ survey พบว่า 41% ของคน Gen Z ยอมรับว่า พวกเค้าไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องโรค หรือการป้องกันเท่าไรนัก ในขณะที่กลุ่ม Gen M นั้นมีกลุ่มที่ไม่แน่ใจกับโรคไวรัสนี้แค่ 31% และ Gen X มีเพียง 23% ดังนั้นแบรนด์ที่รับฟังปัญหาก่อน ว่าคนใน comminity ต้องการอะไร ขาดอะไร ก็จะสามารถ act ได้เร็วกว่า ได้ใจผู้บริโภคไปก่อนใครค่ะ
เพราะการสร้าง Challenge ทำให้เด็กกลุ่ม Gen Z เหล่านี้ สามารถกลับมาเชื่อมต่อกับคนอื่นๆ อีกครั้งผ่านโซเชียล โดยผลจาก Survey ทำให้เราเห็นได้ว่ากลุ่ม Gen Z เหล่านี้มีแนวโน้มที่จะ upload วิดิโอช่วงกักตัวสูงขึ้นกว่า 10 เท่าหรือมากกว่า โดยเฉพาะใน platform อย่าง TikTok ที่ตอนนี้ในไทยเองก็ไม่ใช่เล่นๆ เลยค่ะ
อย่าลืมว่า Gen Z เป็นนักคิดสร้างสรรค์
ต้องบอกว่าจุดเด่นของกลุ่ม Gen Z ที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือเรื่องความคิดสร้างสรรค์ค่ะ เพราะพวกเขาเป็นกลุ่มรุ่นใหม่ที่เกิดขึ้นมาพร้อมContent มากมายเพื่อลง social แถมยังเป็นกลุ่มแรกๆ สำหรับกิจกรรมหลายๆ อย่างบนออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น esports หรือ live streaming และ TikTok เพราะฉะนั้นแบรนด์สามารถเข้าไปสนับสนุนให้กลุ่มรุ่นใหม่นี้ ได้ปล่อยไอเดียของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ค่ะ
โดยเฉพาะช่วงโควิด ที่กลุ่ม Gen Z เริ่มรู้ตัวแล้วว่าพวกเขาจะต้องอยู่บ้านอีกพักใหญ่ พวกเค้าก็จะพยายามหาจุดมุ่งหมายที่จะเปลี่ยนการกักตัวให้เป็นประโยชน์มากขึ้น ตัวอย่างแบรนด์ Hollister ที่เข้าใจ Gen Z สุดๆ เพราะหลังจากที่งาน Prom และงาน Summer ต่างๆ ถูกยกเลิก แบรนด์เองที่จะออกกองไปถ่ายทำคลิปโปรโมตสินค้าก็ทำไม่ได้เช่นกัน สิ่งที่พวกเค้าทำก็คือ การหันเข้าหา Community Gen Z ของตัวเอง เพื่อให้ช่วยสร้าง Brand Content จากบ้าน โดยให้เด็กกลุ่ม Gen Z ทั่วโลกสามารถส่ง Content ของตัวเองเป็น Models เข้ามาได้ ไม่ว่าจะผ่าน Email Social media หรือเว็บไซต์ก็ตามค่ะ
เพราะสิ่งหนึ่งที่แบรนด์เชื่อเสมอๆ ก็คือ กลุ่ม Gen Z เนี่ยแหละที่เป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่ Content ของจริง เพราะพวกเค้าคิดทำ Content มาตั้งแต่อายุ 12 แล้ว เรียกได้ว่าทำจนเป็น Expert แล้วค่ะ ยิ่งการทำ Content แบบไม่มีอุปกรณ์น้อยๆ นี่ยิ่งแล้วใหญ่ ช่างสรรหามา Create จนมักกลายเป็น Talk about อยู่บ่อยๆ ค่ะ
Marketing Strategic Planner ในเครือการตลาดวันละตอน | A Creator สาวพลัสไซส์
@Fabfatkid | A Travel Lover ที่หมดเงินเกือบ 80% ไปกับการเดินทางแบบแมสๆ | An Instagrammer @theplearn ที่ชอบเล่น Story เป็นชีวิตจิตใจ | สุดท้ายคือ Data Researcher ทั้ง Social และ Search Data etc. ค่ะ