ในบทความนี้จะพาทุกคนมาดู How to สร้าง Brand Image ภาพลักษณ์ดี ๆ ที่ต้องมีให้คนจำกัน มาดูว่า Brand Image คืออะไร ทำไม Positive Brand Image ถึงสำคัญนักสำคัญหนา รวมถึงในการที่เราจะกำเนิดเกิดปั้นแบรนด์ของเราให้มีภาพลักษณ์ที่ดี คนรับรู้และมีมุมมองต่อแบรนด์ในเชิงบวกหรือในทางที่ดีนั้น ต้องทำยังไง มีองค์ประกอบอะไรที่สำคัญบ้าง
ชวนคิด Brand Image คืออะไร
ก่อนจะไปพูดถึงการ สร้าง Brand Image เรามาดูกันก่อนว่า Brand Image คืออะไร หน้าตาประมาณไหน ถ้าพูดถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์เนี่ย ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าภาพลักษณ์ หรือพูดง่าย ๆ ก็หมายถึงสิ่งที่คนมองเรา รับรู้ว่าแบรนด์ของเราเป็นแบบไหนนั่นเอง
ซึ่งแน่นอนว่าการที่คนจะมีมุมมองต่อเราในเชิงไหนเนี่ย มันก็ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ จะเกิดขึ้นมาได้เองเฉย ๆ แต่มันก็อิงกับสิ่งที่เขาพบเจอมา หรือเกิดมาจากประสบการณ์ที่เขาได้รับจากแบรนด์เรา ซึ่งก็อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้อยู่ตลอด เราเลยอาจต้องใส่ความพยายามกันหน่อยในการรักษาภาพลักษณ์ในด้านที่ดีเอาไว้
ทั้งนี้อาจจะไม่ใช่เรื่องที่สร้างได้ภายในวันสองวัน แต่ต้องใช้ความพยายามอย่างสม่ำเสมอและที่สำคัญก็คือเรื่องของเวลา มีหลาย ๆ ธุรกิจที่ใช้เวลานานมากมายในการสร้าง Brand Image เพราะมันก็ไม่ใช่ว่ามีแค่องค์ประกอบที่คนมองเห็นได้ แต่รวมไปถึงสิ่งนามธรรมต่าง ๆ การบริการ การมอบ Experience ดี ๆ ให้ลูกค้า หลาย ๆ อย่างที่ประกอบหลอมรวมร่างจนคนรับรู้ถึงเราในด้านที่ดีและรักเรานั่นเอง
ทำไม Positive Brand Image ถึงสำคัญ?
ทุกคนก็คงจะรู้กันดีว่าในปัจจุบันมีคนมากมายโดยเฉพาะคนในกลุ่ม Millennials และชาว Gen Z ทั้งหลาย ที่ไม่ได้ตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการของแบรนด์ไหนแค่เพียงเพราะสินค้าของแบรนด์นั้นดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้ แต่ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะภาพลักษณ์และจุดยืนของแบรนด์ด้วย
เพราะจากการศึกษาของ Harvard Business Review พบว่า 64% ของผู้บริโภคบอกว่าการมี Shared values หรือค่านิยมร่วมกัน เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้พวกเขามี Relationship กับแบรนด์
ทั้งนี้แม้ว่าจะเกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ขึ้นแล้ว แต่ก็ใช่ว่ามันจะเป็นสิ่งที่คงอยู่ตลอดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงหลังจากเหตุการณ์โรคระบาดใหญ่อย่าง Covid-19 ก็มีถึง 61% ที่บอกว่าวิธีที่แบรนด์ตอบสนองต่อวิกฤต ก็มีผลอย่างมากต่อการที่พวกเขาจะตัดสินใจว่าจะรักษา Relationship กับแบรนด์นั้นต่อไปดีหรือไม่
อีกทั้งใน Global Consumer Trends Report 2022 บอกว่ากว่า 60% ของผู้บริโภครู้สึกว่าธุรกิจจำเป็นต้องใส่ใจพวกเขามากขึ้น และเมื่อคนรับรู้ได้ถึงการใส่ใจนั้นจริง ๆ พวกเขาก็จะใช้จ่ายมากขึ้นด้วยนั่นเอง
ดังนั้นจากข้อมูลตัวเลขสถิติทั้งหลายที่ได้นำมาให้ทุกคนได้ดู ก็คงจะพอเห็นทิศทางกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่าลูกค้ามีความรู้สึกนึกคิดกับแบรนด์ของเราอยู่ตลอด ที่สำคัญมุมมองเหล่านั้นก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้อยู่ตลอดเช่นกัน อยู่ที่เราแล้วว่าจะสรรสร้างและรักษาภาพลักษณ์ในแง่มุมที่ดีเอาไว้ได้ไหม ในส่วนต่อไปจะพามาดูกันว่าแล้วเราจะสามารถ Build a strong brand image ในเวย์ไหนได้บ้าง ไปดูกัน
How to build a strong brand image สร้างภาพลักษณ์ยังไงให้คนจำ
เริ่มต้นในการที่เราจะสร้าง Brand Image ให้แข็งแกร่ง ควรจะมีการทำความเข้าใจก่อนว่าเราเป็นใคร มีจุดยืนยังไงเพื่ออะไร เรื่องพื้นฐานง่าย ๆ เบสิคแบบนี้นี่แหละที่จะช่วยให้เราวาง Position ตัวเองในตลาดและชนะใจลูกค้า ทำให้คนมีมุมมองต่อแบรนด์ในทางที่ดีต่อไปได้
#1 Determine your mission, vision, and values เป้าหมายต้องชัดก่อน
ในข้อแรกนี้เรามาเริ่มต้นด้วยการกำหนด Mission, Vision และค่านิยมของแบรนด์ให้ชัดเจนก่อน เพราะถ้าเรามีจุดมุ่งหมายและจุดยืนที่ชัดเจน ถึงจะสามารถต่อยอดไปสู่แนวทางการสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ชัดเจนเช่นกัน
เพราะในทุก ๆ องค์ประกอบ ทุกสิ่งที่แบรนด์จะสื่อสารออกไป รวมไปถึงการออกแบบ Experience ต่าง ๆ ให้กับผู้บริโภค ก็ควรที่จะสอดคล้องหรือเป็นไปในทิศทางเดียวกับ Goal ของแบรนด์ด้วย เพราะถ้าเกิดไม่สอดคล้องกัน การสร้าง Brand Image ก็อาจจะมีความไม่ชัดเจน หรือทำให้คนสับสน ดังนั้นสรุปคืออย่าลืมกำหนดจุดประสงค์ของแบรนด์ให้ชัดก่อนที่จะพัฒนาสิ่งอื่นต่อไป
ทั้งนี้ในเรื่องของภายในบริษัทก็สำคัญนะ เพราะทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมด้วยช่วยกันส่งเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้มันออกมาดีและเป็นไปในทางเดียวกัน
ดังนั้นการมี Values หรือค่านิยม มีความเชื่อร่วมกัน ก็ไม่ใช่แค่จะดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาหาเรา แต่เมื่อคนในองค์กรมีความเข้าใจที่ตรงกัน ก็จะนำไปสู่การช่วยกันขับเคลื่อนแบรนด์ได้แบบมีประสิทธิภาพมากกว่าแน่นอน
#2 Create a brand positioning statement หาความยูนีค
มาต่อกันในข้อที่สองนี้คือการกำหนด Brand positioning statement หรือคำแถลงตำแหน่งแบรนด์ ภาษาอาจจะฟังดูงง ๆ ถ้าพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือหมายถึงการที่เราต้องกำหนดข้อความที่จะสื่อสารถึง Position ของแบรนด์เรานั่นแหละว่าเราอยากให้คนมีมุมมอง มีความรู้สึกนึกคิดกับเราแบบไหนดี
เพราะการคิด Brand positioning statement หรือข้อความตรงนี้ขึ้นมา จะทำให้เราสามารถสร้างความโดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่งอีกมากมายในตลาด สร้างความเข้าใจที่ชัดเจนให้กับคนภายในองค์กรให้มุ่งไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงผู้บริโภคก็จะเข้าใจได้อย่างชัดเจนด้วย
แต่ในการจะคิดขึ้นมาได้ก็ต้องรู้เขารู้เรา ทั้งทำความเข้าใจแบรนด์ตัวเอง ว่ามีอะไรบ้างที่ทำให้แบรนด์เรามีความยูนีคไม่เหมือนใครจริง ๆ และศึกษาคู่แข่งไปด้วย เพราะบางทีจุดแข็งของเราก็อาจจะเป็นจุดอ่อนของคนอื่น ๆ
ถ้าเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วว่าอะไรทำให้เราโดดเด่นแตกต่างก็ลุยได้เลย คิดเป็นประโยคสั้น ๆ สัก 1-2 ประโยค ที่สื่อสารคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์ของเราให้ลูกค้ารับรู้ได้ ก็จะช่วยให้การสร้าง Brand Image มีความชัดเจนยิ่งขึ้นไป
#3 Create a brand personality กำหนดบุคลิกให้ชัด
ถ้าให้เปรียบเทียบให้ชัดเจนและเข้าใจง่ายก็ยังคงจะขอยกตัวอย่างในเรื่องของคน หรือมนุษย์นี่แหละที่จะต้องมี Personality เฉพาะตัวที่ชัดเจนจนทำให้คนจดจำได้ แค่พูดชื่อก็มีฟีลลิ่งมาพร้อมเลยว่าคนนี้มันเป็นคนยังไง
ดังนั้นย้อนกลับมาที่แบรนด์ก็เช่นกัน การจะสร้าง Brand Image ให้คนรับรู้ว่าเราเป็นแบรนด์แบบไหนได้ มันก็เชื่อมโยงกับการสร้าง Personality เช่นกัน ถ้ามีบุคลิกตลก ๆ เป็นกันเอง ก็แน่นอนว่าคนคงจะไม่มีภาพจำว่าเราเป็นแนวซีเรียส เพราะมันเชื่อมโยงกัน
ทั้งนี้หากยังไม่แน่ใจว่าแบรนด์เราจะวางตัวเองเป็นบุคลิกแบบไหนดีก็ลองสำรวจตัวเองหรือลิสต์ออกมาดูก่อน เช่น สิ่งที่แบรนด์เราทำได้ ถนัด โดดเด่นแน่ หรือทำไม่ได้ ทำไม่เป็น ไม่ถนัด แล้วนำมาต่อยอดเชื่อมโยงกับบุคลิกดู ก็จะช่วยให้สามารถกำหนด Mood & Tone ได้ง่ายมากขึ้น
ในเรื่องของการสร้าง Brand Personality เคยได้เล่ากันไปใน How to สร้าง Brand Personality ให้มีชีวิตและน่าจดจำ ใครที่ยังไม่ได้ติดตามสามารถตามไปอ่านกันได้นะ
#4 Identify your key audiences using persona market research กำหนดกลุ่มเป้าหมาย
AI-Generated Image by Shutterstock (Prompt: create photography, group of people doing market research, variety of personality in background, no deformed face.)
ในส่วนที่สี่นี้นอกจากที่ผ่านมาจะโฟกัสความเป็นตัวเองจากภายในแล้ว อย่าต้องลืมดูว่าเรากำลังจะมุ่งเป้าไปที่ใคร ศึกษาให้ดีว่าเขาเป็นคนแบบไหน เพราะถ้าเราไม่รู้จักกลุ่มเป้าหมายของเราให้ดีก็คงจะไม่สามารถสื่อสารออกไปได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม หรือพูดง่าย ๆ คือคงไม่โดนใจ Target
ดังนั้นก่อนอื่นเลยก็ลอง Research ทำการบ้านกันดูสักนิดเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายของเรา ไม่ว่าจะข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ จิตวิทยา หรืออื่น ๆ เกี่ยวกับพวกเขา
จากนั้นอาจนำมาลองแบ่งกลุ่ม สร้าง Persona เพื่อให้เราเข้าใจลูกค้าและมองเห็นอะไรชัดเจนยิ่งขึ้น ซึ่งมันก็จะเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถกำหนดหรือนำเสนอ สื่อสาร ภาพลักษณ์ที่เรามองว่าเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายได้ ในขณะเดียวกันก็สอดคล้องกับความเป็นแบรนด์ด้วย
How to สร้าง Brand Image ภาพลักษณ์ดี ๆ ที่ต้องมีให้คนจำ
เป็นยังไงบ้างสำหรับบทความนี้ที่ได้พาทุกคนมาดู How to สร้าง Brand Image ภาพลักษณ์ดี ๆ ที่ต้องมีให้คนจำ ทุกคนคงจะพอเห็นภาพกันแล้วว่าการสร้าง Brand Image หรือการที่คนจะมีมุมมอง มีความรู้สึกนึกคิดต่อแบรนด์ของเรา ล้วนแล้วแต่อิงกับสิ่งที่เขาพบเจอมา หากเราเข้าใจตัวเองและส่งมอบ Experience ที่ดีให้กับลูกค้า คนก็จะมีมุมมองที่ดีต่อแบรนด์เราได้ในระยะยาว
ทั้งนี้หวังว่าทุกคนจะได้ความรู้ดี ๆ และประโยชน์กลับไปไม่มากก็น้อย แล้วเจอกันใหม่ในบทความหน้า และสามารถติดตามบทความด้านการตลาดเพิ่มเติมได้จากเพจการตลาดวันละตอนที่ เว็บไซต์ Facebook Instagram Twitter และ Youtube ได้เลย
Source