Customer journey word concepts banner. Touchpoint marketing. Infographics with linear icons on blue background. Client feedback. Isolated typography. Vector outline RGB color illustration
ปกติแล้วการวัดผลมักจะดูกันที่ตัวเลข Conversion บรรทัดสุดท้ายว่าลูกค้าคลิ๊กเข้ามาหรือไม่ คลิ๊กเข้ามาแล้วเกิดการซื้อหรือเปล่า แต่เมื่อ Third-party cookies ใช้งานไม่ได้ การจะวัดผลที่บรรทัดสุดท้ายเหมือนเดิมก็ดูจะเป็นอะไรที่ไม่เข้ากับโลกยุคใหม่ที่เป็น Privacy-first หรือ Privacy Era แต่อย่างไร
สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราทดลองผ่านการทำ A/B testing หรือ Experiments ว่าตัวแปรไหนบ้างที่ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของลูกค้าเราในบรรทัดสุดท้าย เราอาจจะต้องลองดูว่าถ้าเราเปลี่ยนการทำ Communication ไปแล้วส่งผลต่ออัตราการเสิร์จหาใน Google ไหม เรียกได้ว่าต่อไปนี้ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นยุคของการสร้างสูตรสำเร็จเฉพาะตัวของแต่ละคนขึ้นมาครับ
เมื่อเราทำการวัดผลแบบดูจากภาพรวมเป็นหลักเราก็จะค้นพบ Attribution models หรือสูตรสำเร็จของเราในแบบที่ใครก็ลอกไม่ได้ และสิ่งสำคัญต่อจากนี้คือเลิกวัดผลที่การทำการตลาดแบบเน้นตีหัวเข้าบ้าน หรือ Short-term อีกต่อไป แต่คุณต้องไปโฟกัสที่การเพิ่ม Customer Lifetime Value ในระยะยาวว่าเราจะทำอย่างไรให้ลูกค้าอยู่กับเรานานขึ้น และใช้เงินกับเราเพิ่มขึ้นจึงจะดีกว่าครับ (อ่านบทความเรื่องการทำ RFM Model ที่เกี่ยวข้องกันต่อได้)
และการทำการตลาดบนโซเชียลมีเดียหรือ Social media marketing ในยุคหลัง Third-party cookies ตายไปคือต้องหันมาโฟกัสกับการทำ Content Marketing เพื่อดึงความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการให้ได้ เน้นไปที่การสร้าง Community ของกลุ่มลูกค้าคุณตัวจริงให้เหนียวแน่น แน่นแฟ้น และมีคุณภาพ มากกว่าการเพิ่มปริมาณไปโดยทุ่มเงินกับ Facebook Ads หรือโฆษณามากเกินไปแบบก่อน
การตลาด Social media marketing ต่อจากนี้จะเป็นการเน้นคุณค่าโดยให้ความสำคัญกับ Audience ที่เห็นว่าเราสำคัญก่อน เราต้องดูว่าใครกันแน่ที่เป็น Top Fans ตัวจริงของเรา ใครที่เข้ามา Engage กับเราบ่อยๆ ไม่ว่าจะผ่านการ Likes, Comments หรือ Share คุณต้องใส่ใจกับคนกลุ่มนี้มากกว่ากลุ่มคนที่ติดตามเพจของคุณแต่ไม่เคย Engage กับคุณเท่ากับคนกลุ่มแรกครับ
เพราะยิ่งคุณสร้าง Quality Engagement กับ Quality Audience ใน Social media ของคุณมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งรู้สึกสนิทใจและผูกพันธ์ซึ่งจะส่งผลต่อการเลือกใช้เงินกับคุณในอนาคตมากเท่านั้น
การหายไปของ Third-party cookies นั้นจะทำให้การทำการตลาดบนโซเชียลมีเดียกลับมาเป็นแบบที่มันควรจะเป็นมากขึ้น อย่างที่รู้กันว่าทุกวันนี้โซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่ของการโฆษณาและการตลาดมากกว่าการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับแบรนด์ด้วยกับบนโซเชียลแบบวันวาน
ท้ายที่สุดแล้ว Customer Data ไม่ได้หายไปไหนครับ นักการตลาดอย่างเรายังสามารถ Collect data ลูกค้าเพื่อนำมาวิเคราะห์และต่อยอดการตลาดได้เหมือนเดิม เพียงแต่อยู่ในรูปแบบของ First-Party Data หรือ Zero-Party Data เสียมากกว่า และข้อดีของดาต้าประเภทนี้คือเราจะเป็น Data ที่มี Quality ที่ให้ Deep Insight ได้ดีกว่า Third-Party Data แบบเดิมอย่างมาก
ซึ่งการจะได้ซึ่ง Customer Data ข้อมูลของลูกค้ามาก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังลจนเกินไปเหมือนที่ผมเห็นนักการตลาดหลายคนเป็นกังวลกัน เพราะเราต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าทำไมลูกค้าถึงจะต้องยอมให้ข้อมูลกับเราด้วย? คุณต้องมีความชัดเจนและตรงไปตรงมาในการบอกเหตุและผลว่าทำไม รวมไปถึงเรื่องของ Data Secuerity การดูแลรักษาข้อมูลของลูกค้าให้ปลอดภัยไม่ถูกเจาะ ถูกแฮก หรือตั้งพาสเวิร์ดง่ายๆ ที่จะทำให้ข้อมูลรั่วไหลออกไปแล้วกลายเป็นข่าว