ถอดรหัสการตลาด Coca-Cola Coke 2024 น้ำอัดลมระดับตำนาน

สวัสดีนักการตลาดและนักอ่านทุกคนนะคะ วันนี้จะพาทุกคนมาถอดรหัส การตลาด Coca-Cola 2024 กันค่ะ เพราะถ้าพูดถึงน้ำอัดลมชื่อดังอย่าง Coca-Cola ผู้เขียนเชื่อว่าทุกวันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก แบรนด์น้ำอัดลมระดับตำนาน ที่ช่วยให้ทุกคนดับกระหายคลายร้อนกันมานานกว่า 120 ปี และยังคงครองตำแหน่งสูงสุดในฐานะโซดาที่มีการบริโภคมากที่สุดทั่วโลก ด้วยจำนวนการเสิร์ฟที่น่าว้าวถึง 1.9 พันล้านครั้งต่อวันในกว่า 200 ประเทศ

ในบทความนี้เราจะมาเจาะลึกกลยุทธ์การตลาดของ Coca-Cola กัน และชวนสำรวจปัจจัยสำคัญที่มีส่วนช่วยให้ Coca-Cola ประสบความสำเร็จอย่างไม่มีใครเทียบได้ หรือแนวทางการตลาดต่าง ๆ ที่แตกต่างจากคู่แข่ง ถ้าพร้อมแล้ว ไม่รอช้า ตามมาดูกันเลยค่า

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความนิยมที่ยั่งยืนของ Coca-Cola ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากแนวทางเชิงกลยุทธ์ในการแบ่งกลุ่มเป้าหมาย เพราะแบรนด์จะเน้นตระหนักถึงความสำคัญของการดึงดูดกลุ่มประชากรที่หลากหลายเพื่อเป็นการรักษาฐานผู้บริโภคในวงกว้าง

กลุ่มประชากรหลักกลุ่มแรกที่ Coca-Cola เลือกเป็นเป้าหมายคือเยาวชน โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุระหว่าง 10 ถึง 35 ปี และเพื่อดึงดูดกลุ่มคนกลุ่มนี้ Coca-Cola จึงเลือกใช้ผู้มีอิทธิพลหรือดาราคนดังในการดึงดูดความสนใจผ่านการทำโฆษณา อีกทั้งยังมีการส่งเสริมการขายภายในสถานศึกษา เช่น มหาวิทยาลัย อีกด้วย

อย่างแคมเปญในไทยของเรา “COKE Studio Campus Tour 2023” ที่ยกทัพศิลปินออนทัวร์มหาวิทยาลัย เอาใจ Gen Z ทั้ง 4 ภาคทั่วไทย เพราะเรื่องของดนตรี เรียกได้ว่าเป็นตัวกลางที่เข้าถึงวัยรุ่นได้ง่าย ๆ ซึ่งแน่นอนว่าไม่เพียงแต่ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับเยาวชน แต่ยังปลูกฝังความภักดีต่อแบรนด์ตั้งแต่อายุยังน้อยอีกด้วย

นอกจากนี้ Coca-Cola ยังเข้าใจและเห็นถึงความสำคัญของกลุ่มวัยกลางคนและผู้สูงอายุ ที่ใส่ใจสุขภาพหรือเป็นโรคเบาหวาน เพื่อตอบสนองความต้องการของคนกลุ่มนี้ Coca-Cola จึงได้มีการออกสินค้าต่าง ๆ มาให้เป็นตัวเลือก อย่างเช่น Diet Coke  ซึ่งก็เป็นทางเลือกที่เบากว่าและใส่ใจในเรื่องของแคลอรี่มากกว่านั่นเองค่ะ

การตลาด Coca-Cola 2024
ที่มา: Unsplash

เอาล่ะค่ะ มาถึงการถอดรหัส Coca-Cola Marketing Strategy กันแล้ว การที่ Coca-Cola ได้รับการยอมรับและคนเข้าถึงทั่วโลก จนเป็นน้ำอัดลมที่ได้รับความนิยมมาอย่างยั่งยืนยาวนานแบบนี้ เป็นผลมาจากกลยุทธ์การตลาดที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี ที่ครอบคลุมแง่มุมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ การกำหนดราคา หรือการเล่าเรื่องของแบรนด์ เป็นต้น

ที่มา: Unsplash

สำหรับกลยุทธ์การตลาดด้าน Product Strategy ของ Coca-Cola คือมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่กว้างขวาง ซึ่งประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันประมาณ 500 รายการ เครื่องดื่มแบรนด์ต่าง ๆ ได้แก่ Coca-Cola, Minute Maid, Diet Coke, Coca-Cola Light, Coca-Cola Life, Coca-Cola Zero, Sprite, Fanta และอื่น ๆ อีกมากมาย อีกทั้งยังมีเป็นตัวเลือกให้กับลูกค้า หลากหลายขนาด หลากหลายบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น

ดังนั้นด้วยความที่มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายนี้ไม่เพียงแค่ช่วยให้ Coca-Cola สามารถครองส่วนแบ่งการตลาดที่สำคัญเท่านั้น แต่ยังทำให้สามารถตอบสนองความชื่นชอบและรสนิยมของผู้บริโภคในวงกว้างอีกด้วย 

พูดง่าย ๆ คือต่อให้จะเป็นน้ำอัดลมเหมือนกัน แต่ก็ยังทำให้มีคุณสมบัติที่แตกต่างหลากหลายให้คนได้เลือก เช่น ใครอยากกินน้ำอัดลมแต่กลัวอ้วน หรือกลัวเรื่องน้ำตาลเยอะ ก็ยังมี Coke Zero เป็นทางเลือกได้นั่นเอง ให้เราอร่อยแบบไม่รู้สึกผิดมาก~

Coca-Cola ใช้กลยุทธ์การกำหนดราคาในระดับที่แข่งขันได้ โดยราคาจะถูกกำหนดอยู่ในระดับพอ ๆ กับบริษัทของคู่แข่ง ด้วยความเข้าใจว่าผู้บริโภคคาดหวังต้องการให้ผลิตภัณฑ์ของตนมีราคาไม่แพง แม้ว่าจะเป็นแบรนด์ใหญ่ก็ตาม

แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจและยังอยากให้ผู้บริโภคยอมรับในราคาสินค้าได้ พูดง่าย ๆ คือมีความยืดหยุ่น แม้การแข่งขันจะเพิ่มขึ้น ไม่ลดราคาลงมากนักและไม่ขึ้นราคาเกินสมควร เนื่องจากจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความสงสัยในคุณภาพสินค้าและเปลี่ยนใจไปหาแบรนด์อื่น

ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงการขึ้นราคาอย่างไม่สมเหตุสมผล เพื่อความมั่นใจในความสามารถในการจ่ายของลูกค้า และระวังไม่ให้ผู้บริโภคหันไปหาทางเลือกอื่นได้

Coca-Cola มีเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่กว้างขวาง คือมีภูมิภาคปฏิบัติการ 6 แห่ง ได้แก่ อเมริกาเหนือ ละตินอเมริกา แอฟริกา ยุโรป แปซิฟิก และยูเรเซีย 

ทั้งยังมีพันธมิตรบรรจุขวดของบริษัทผลิต และจัดส่งให้กับตัวแทน จากนั้นตัวแทนจะขนส่งผลิตภัณฑ์ไปยังคลังสินค้า จากนั้นไปยังผู้จัดจำหน่าย ไปยังผู้ค้าปลีก และสุดท้ายไปยังลูกค้า Coca-Cola และยังมีเครือข่ายห่วงโซ่อุปทานแบบย้อนกลับที่กว้างขวาง คือมีการรวบรวมขวดแก้วที่เหลือ เพื่อนำกลับมาใช้ใหม่

ดังนั้นนอกจากจะมีเครือข่ายโลเคชันที่ครอบคลุมในการดำเนินธุรกิจแล้ว ยังมีวิถีที่เป็นแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน ไม่เพียงแต่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังช่วยประหยัดต้นทุนและอนุรักษ์ทรัพยากรอีกด้วย ซึ่งก็จะมีภาพลักษณ์ที่ดีและช่วยเพิ่มชื่อเสียงของแบรนด์ได้

การตลาด Coca-Cola 2024
ที่มา: Unsplash

ถ้าพูดถึงแบรนด์ไหน ๆ ก็ตาม การจะถูกจดจำได้เป็นครั้งแรกทันทีที่เห็น ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของโลโก้ เพราะเป็นส่วนสำคัญและแทบจะส่วนแรกที่มองเห็นและเกิดการรับรู้ก่อนจะรู้จักแบรนด์นั้นจริง ๆ ด้วยซ้ำ  ไม่ว่าจะโลโก้ สี คำบรรยาย ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างแบรนด์ 

อย่างโลโก้ Coca-Cola ใช้โทนสีแดงและขาวอันเป็นเอกลักษณ์เป็นที่รู้จักทั่วโลกในทันที สีสันที่โดดเด่นได้สร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่แข็งแกร่ง ทำให้คนสามารถจดจำได้ทันทีและกระตุ้นอารมณ์เชิงบวก สดใสซาบซ่าสมกับเป็นน้ำดำซ่า~

นอกเหนือจากการสร้างแบรนด์แล้ว Coca-Cola ยังเชี่ยวชาญศิลปะการโฆษณาอีกด้วยค่ะ อย่างการสร้างอารมณ์ร่วม หรือสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับกลุ่มเป้าหมายได้ 

เพราะถ้าทุกคนสังเกตโฆษณาของ Coca-Cola มักจะกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกมีความสุข การอยู่ร่วมกัน และการเฉลิมฉลองใช่ไหมคะ คือเล่าเรื่องและสื่อสารว่าแบรนด์เป็นมากกว่าเครื่องดื่มนะ แต่เป็นการสร้างสัญลักษณ์ของประสบการณ์ดี ๆ และการมีความสุขที่ได้อยู่ร่วมกัน

ผู้เขียนก็ชื่อเฟิร์น เขินเลย>//< 555555

ใคร ๆ ก็ต้องมีภาพจำหรือเคยเห็นชื่อตัวเองบนกระป๋องหรือขวดโค้กอย่างแน่นอน เพราะเป็นแคมเปญที่โด่งดังทั่วบ้านทั่วเมือง หรือเรียกอย่างเป็นทางการคือชื่อแคมเปญ ‘Share a Coke’ ของ Coca-Cola ในเกือบห้าสิบประเทศ กลายเป็นเรื่องราวความสำเร็จที่โด่งดังสุด ๆ สำหรับในไทยเองก็มีทั้งคำชื่อเล่น หรือคำแทนสถานะ เช่น คนโสด และอีกมากมาย ให้คนได้ซื้อไปมีส่วนร่วมกับผลิตภัณฑ์ได้

และแน่นอนว่าแคมเปญที่มีความเป็น Personalized แบบนี้ ย่อมเรียกกระแสและดึงดูดความสนใจของผู้คนได้ดี เห็นชื่อตัวเองบนกระป๋อง ชื่อเพื่อน ชื่อแฟน ใครที่ไหนจะไม่อยากซื้อกลับไปล่ะคะ หรือถึงแม้จะไม่ได้ซื้อ ก็ต้องถ่ายรูปแชร์กับเพื่อนหรือโพสต์ลงโซเชียลกันอย่างแน่นอน (หรือจะซื้อไปจีบคนที่ชอบก็ได้ ฮั่นแน่~) ถึงได้เกิดช่วงที่เป็นกระแสไวรัลของแคมเปญนี้ทั่วบ้านทั่วเมือง

ดังนั้นการตลาดแบบที่ใช้กลยุทธ์ที่เป็นแนวทางเฉพาะบุคคลแบบนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงและส่งเสริมความภักดีต่อแบรนด์ในหมู่ผู้บริโภคได้นั่นเองค่ะ

Coca-Cola ได้สร้างชื่อเสียงอันแข็งแกร่งจากการเป็น Sponsorships เช่นกัน อย่างการร่วมมือกับโครงการหรือกิจกรรมที่มีชื่อเสียง เช่น การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก, NASCAR และ American Idol หรือไม่ว่าจะทัวร์นาเมนต์ไหน ก็จะเจอโค้กเป็นสปอนเซอร์เสมอ เป็นต้น

ซึ่งแน่นอนว่าการเป็นผู้สนับสนุนให้กับโครงการหรือกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่เหล่านี้ ไม่ใช่แค่ให้การสนับสนุนนักกีฬา เจ้าหน้าที่ และแฟนบอลในระดับโลกเท่านั้น 

แต่ยังเป็นการช่วยเพิ่มโอกาสในการมองเห็นแบรนด์ของ Coca-Cola อีกด้วยนั่นเอง ไปที่ไหนงานไหนก็ได้เห็นได้เจอะเจอโค้กอยู่เสมอ ดังนั้นการนำตัวเองเข้าไปกลมกลืนอยู่กับโครงการหรือกิจกรรมระดับโลกต่าง ๆ เหล่านี้ Coca-Cola ก็จะได้รับความสนใจและถือเป็นการตอกย้ำการปรากฏตัวของแบรนด์ไปด้วยในตัว

AI-Generated Image by Shutterstock (Prompt:Outdoor photo of create photography, group of friends, drinking black sparkling water, no deformed face, with happiness feeling.)

เป็นยังไงกันบ้างคะกับบทความนี้ที่ได้พาทุกคนมาถอดรหัส การตลาด Coca-Cola 2024 น้ำอัดลมระดับตำนาน ที่ทุกวันนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก เรียกได้ว่ากลยุทธ์การตลาดของ Coca-Cola ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นที่ยอมรับในโลกแห่งเครื่องดื่ม

ด้วยการทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย สร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งมาอย่างยาวนาน ทั้งยังสื่อสารเล่าเรื่องแบรนด์ผ่านการทำให้ตัวเองเป็นมากกว่าแค่เครื่องดื่มน้ำอัดลม แต่กลับเป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของความสุข การอยู่ร่วมกัน และการเฉลิมฉลอง ดังนั้นแน่นอนว่าไม่แปลกใจเลยที่ทำไม Coca-Cola ถึงสามารถรักษาตำแหน่งของตนในฐานะแบรนด์น้ำอัดลมชั้นนำของโลกได้

และทุกคนสามารถติดตามบทความด้านการตลาดเพิ่มเติมได้จากเพจการตลาดวันละตอน ที่ เว็บไซต์ Facebook Instagram Twitter Youtube และ Blockdit ได้เลย

Source Source Source Source

เฟิร์น Marketing Content Creator แห่งการตลาดวันละตอน รักแมวอ้วนและหมาโกลเด้น ชอบงานศิลปะและท่องเที่ยวธรรมชาติ ตั้งใจสร้างสรรค์ทุกผลงาน ฝากเป็นกำลังใจและติดตามคอนเทนต์ใหม่ ๆ ต่อจากนี้ด้วยค่ะ <3

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *