David Ogilvy เคยบอกไว้ในหนังสือ Ogilvy on Advertising ว่าถ้าโฆษณาของคุณไม่มี Big Idea มันก็จะผ่านไปเหมือนเรือที่แล่นผ่านในยามค่ำคืน คือไม่มีใครจำได้เลย และที่น่าสนใจคือเขาบอกว่าทั้งชีวิตการทำงานของเขามี Big Idea จริงๆ ไม่เกิน 20 ไอเดียเท่านั้น นั่นแปลว่าไอเดียที่ดีจริงๆ มันหายาก และเราจำเป็นต้องมีเกณฑ์ที่ชัดเพื่อแยกให้ออกว่าอันไหนใช่
SHARP Framework ห้าองค์ประกอบของ Creative Idea ที่ดี
Illustration of the SHARP framework with explanations of each element for marketing success.
เพื่อให้จำง่ายและใช้คู่กับ BRIEFED ได้ ผมขอสังเคราะห์องค์ประกอบของ Creative Idea ที่ดีขึ้นมาเป็นกรอบของตัวเองชื่อ SHARP โดยตั้งอยู่บนสองเสาหลักที่พิสูจน์มาแล้วของวงการ คือ Big Idea ของ David Ogilvy และหลัก SUCCESs จากหนังสือ Made to Stick ของพี่น้อง Chip และ Dan Heath ไอเดียที่คมจริงควรผ่านครบทั้ง 5 ตัวอักษรนี้ครับ
Spotify Wrapped Case Study ของการเปลี่ยน Data ให้คนอยากอวด
Spotify เปิดตัว Wrapped ในปี 2016 โดยพัฒนาต่อจากฟีเจอร์ Year in Music เดิม ไอเดียคือการเอาข้อมูลการฟังเพลงตลอดทั้งปีของผู้ใช้แต่ละคนมาสรุปเป็นภาพสวยๆ ที่แชร์ลงโซเชียลได้
ในแง่ SHARP ไอเดียนี้ Single-minded ตรงที่เฉลิมฉลองปีแห่งการฟังเพลงของผู้ใช้คนเดียว และ Resonant สุดๆ เพราะเป็น Data ส่วนตัวที่คนรู้สึกว่าเป็นตัวตนจนอยากอวด จุดที่เก่งที่สุดคือ Has Legs เพราะทำซ้ำได้ทุกเดือนธันวาคมจนกลายเป็นประเพณีประจำปี และยังถูกแบรนด์อื่นลอกตามจนกลายเป็น Category ใหม่ ที่สำคัญคือ on-Point กับเป้าหมายเรื่องการเติบโต เพราะตอนเปิดตัวระดับโลกปี 2020 ทำให้ยอดดาวน์โหลดแอปสัปดาห์แรกของเดือนธันวาคมเพิ่มขึ้น 21% จนไตรมาสสุดท้ายกลายเป็นไตรมาสที่ใหญ่ที่สุดของ Spotify
SHARP
ผ่านไหม
เพราะอะไร
S – Single-minded
✓
เฉลิมฉลองปีแห่งการฟังเพลงของผู้ใช้คนเดียว
H – Has Legs
✓
ทำซ้ำทุกธันวาคมจนเป็นประเพณี ถูกลอกทั้ง Category
A – Arresting
✓
Data ส่วนตัวที่ไม่เคยมีใครเอามาโชว์แบบนี้
R – Resonant
✓
เป็นตัวตนของผู้ใช้จนอยากแคปไปอวด
P – on-Point
✓
ดันยอดดาวน์โหลด 21% ตรงเป้าการเติบโต
Dove Case Study ของการขายสบู่ด้วยความจริงที่กระตุกใจ
ปี 2013 Dove ปล่อยหนังสั้น Real Beauty Sketches ที่ให้นักวาดภาพจำลองของ FBI วาดภาพผู้หญิงสองรอบ รอบแรกจากคำบรรยายของเจ้าตัว รอบสองจากคำบรรยายของคนแปลกหน้า แล้วให้เห็นว่าภาพจากคนอื่นสวยและมีความสุขกว่าที่ตัวเองมองตัวเอง ภายใต้แก่นเดียวว่าคุณสวยกว่าที่คุณคิด
ไอเดียนี้คือตัวอย่างของ Resonant ที่ทรงพลังที่สุด เพราะกระตุกความจริงสากลเรื่องที่ผู้หญิงมักมองตัวเองในแง่ลบ จน Arresting ด้วยกลไกการเปิดภาพเปรียบเทียบที่ทำให้คนอึ้ง และยัง on-Point กับจุดยืนของแบรนด์ที่ชูเรื่อง Real Beauty มาตั้งแต่ปี 2004 ผลคือภายในเดือนเดียวหนังมียอดวิวทะลุ 114 ล้านครั้ง กลายเป็นวิดีโอโฆษณาออนไลน์ที่มีคนดูมากที่สุดในเวลานั้น และคว้ารางวัล Titanium Grand Prix จากเวที Cannes Lions ปีนั้น
ไอเดียอ่อนคือหนังโฆษณาที่ไล่ฟีเจอร์ครบทั้งวิ่งไกล ชาร์จเร็ว ปลอดภัย และราคาคุ้ม ไอเดียนี้ตกข้อ S – Single-minded ทันทีเพราะพยายามพูดทุกเรื่องจนคนจำไม่ได้สักเรื่อง
ส่วนไอเดียที่คมคือการเล่าแค่แก่นเดียวผ่านหน่วยเวลาในชีวิตจริง เช่น ชาร์จเท่ากับเวลากินกาแฟหนึ่งแก้ว หรือดูซีรีส์จบหนึ่งตอนแบตก็เต็มพอดี ไอเดียนี้แปลงเรื่องนามธรรมอย่างความเร็วในการชาร์จให้กลายเป็นภาพที่จับต้องได้ ผ่านข้อ Resonant และยัง Has Legs เพราะต่อยอดเป็นซีรีส์ X เวลา เท่ากับแบตเต็ม ได้อีกยาว
ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าเราต้องหมกมุ่นกับการปั้น Big Idea ที่สมบูรณ์แบบจนลืมโลกจริงนะครับ ตัวผมเองเคยเขียนไว้ใน 7 Strategy ของการทำ Social Media Marketing ว่าบนโซเชียล หัวใจไม่ได้อยู่ที่ Big Idea หรือ Key Message ที่เก๋อย่างเดียวอีกต่อไป แต่อยู่ที่การเข้าใจผู้บริโภคและพร้อมปรับตัวตาม Algorithm ที่เปลี่ยนทุกวัน
จากที่ผมสังเกต โลกการตลาดวันนี้เปลี่ยนจากยุคที่เชิดชู Big Idea แบบเอเจนซีล้วนๆ ไปสู่ยุคที่ความเร็วและการทดสอบกับคนจริงสำคัญไม่แพ้ความคมของไอเดีย อย่างที่งาน DAATDAY 2025 พูดถึงการเปลี่ยนจาก Big Idea สู่ Data-Driven Personalization ดังนั้น SHARP ควรใช้เป็นเกณฑ์คัดไอเดียก่อนปล่อย ไม่ใช่ข้ออ้างให้เรานั่งขัดเกลาไอเดียเดียวเป็นเดือนโดยไม่ยอมเอาไปทดสอบกับคนจริง
สรุป Creative Idea ที่ดีไม่ใช่ไอเดียที่เจ๋งที่สุด แต่คือไอเดียที่ตอบโจทย์ที่สุด