Google’s SGE คืออะไร? และผลกระทบต่อ Digital Marketing กับ SEO

Google’s Search Generative Experience (SGE) ที่ Google เปิดตัวออกมา ถือเป็นมิติใหม่ของ Search Experience และ การทำ SEO ที่ Marketer ต้องปรับตัวสำหรับการตลาดดิจิทัล

ถึงแม้ว่าจริงๆ แล้วการใช้ AI ใน SEO และ Optimization จะไม่ใช่เรื่องใหม่ และนักการตลาดเทพๆ ที่เชี่ยวชาญในด้าน SEO จะใช้ AI ในการดึงข้อมูล Insight และระบบอัตโนมัติมานานแล้ว แต่หลังจากการเปิดตัวของ Generative AI อย่าง ChatGPT ได้ยกระดับความน่าสนใจใน AI และกระตุ้นใน Search Engine เจ้าตลาดอย่าง Google ออกมาโต้ตอบด้วยการออกนวัตกรรมใหม่ๆ อย่าง Search Generative Experience หรือ SGE ออกมา

ซึ่งความน่าสนใจอยู่ตรงคำว่า “Generative Experience” นี่เองค่ะเพื่อนๆ ที่จะมาเปลี่ยนแปลง Search Experience หรือเปลี่ยนแปลงประสบการณ์การค้นหาของผู้ใช้งานด้วย Generative AI ( ̄︶ ̄)↗

และจากสิ่งนี้เอง =>> ที่จะส่งผลกระทบต่อ SEO และการทำ Digital Marketing เป็นอย่างมากกกก ซึ่งนิกคิดว่าเป็นประเด็นจำเป็นที่นักการตลาด และทุกท่านที่เกี่ยวข้องกับการทำการตลาดดิจิทัล ควรเข้าใจหลักการ (ทฤษฎีของ LLM เบื้องหลัง Google’s SGE) เพื่อให้เรายังคงได้รับผลประโยชน์ และเป็นผู้ไม่สูญเสียจากผลแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้ค่ะ^^

Google’s Search Generative Experience (SGE) คืออะไร?

Google’s SGE หนึ่งในเทคโนโลยี Generative AI ของ Google ที่อยู่เปิดตัวครั้งแรกในงาน Google I/O เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2023 ซึ่งก่อนที่จะทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการโปรเจคนี้ถูกพัฒนาภายใต้ทีมงาน Project Magi

ซึ่ง Google’s Search Generative Experience จะเป็นสิ่งที่มาเปลี่ยนประสบการณ์การ Search แบบดั้งเดิมของ Google ให้สามารถโต้ตอบและแสดงผลของการค้นหาได้เหมือนกับการที่ผู้ใช้งานพูดคุยกับ Chatbot (คล้ายๆ คุยกับ ChatGPT แต่ให้ Results ที่ล้ำกว่า)

โดยเบื้องหลังของการ Search รูปแบบนี้คือโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่ Google ใช้เป็น Pathways Language Model 2 ที่เราเรียกกันว่า “PaLM2” ร่วมกับ Multitask Unified Model หรือ “MUM” ซึ่งช่วยให้สามารถรองรับการตอบสนองต่อคำถาม (ข้อความที่ผู้ใช้งาน search) และเชื่อมโยงกับคอนเทนต์ ตลอดจนรองรับรูปแบบของมีเดียที่หลากหลาย ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบของ Interface และการแสดงผลที่เหมาะสมได้อย่างต่อเนื่อง บนพื้นฐานของการแสดงผลลัพธ์จาก Content ที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ประเมินคุณภาพการค้นหาของ Google อย่าง Google E-E-A-T*

*นิกขออนุญาตเล่าเพิ่มเติมนะคะว่า Google E-E-A-T ที่แต่ละตัวอักษรมาจาก Experience (ประสบการณ์) , Expertise (ความเชี่ยวชาญในการสร้าง Content), Authoritativeness (ความมีอิทธิพล) และ Trustworthiness (ความเชื่อถือได้) ตามลำดับ ซึ่ง Google E-E-A-T ไม่ใช่ Algorithm ที่ Google ใช้ทำ Ranking แต่เป็นองค์ประกอบ (components) ของ Guidelines ในการประเมินคุณภาพในการค้นหาสำหรับ Quality Raters ให้ใช้ประเมินคณภาพของเว็บไซต์

ผลกระทบของ Google’s SGE ต่อ SEO

จากการที่ Google’s Search Generative Experience จะมาเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการแสดงผลของการ Search โดยให้ผู้ใช้งานมี Engagement กับแพลตฟอร์มจากการ Search ที่เหมือนกับการถามคำถามกับ Chatbot ที่สามารถแสดงผล Overview ของหัวข้อที่เกี่ยวข้องแบบครบถ้วนทุกสิ่งอันในหน้าแรก และได้รับ creative ideas รวมถึง drafts ของผลลัพธ์ใน Interface นั้นเลย

ทำให้สำหรับ SEO แล้วอาจถูกมองได้ว่าเป็นเหมือนการเปลี่ยนรูปแบบใหม่หรือการวิวัฒนาการจากหน้าการแสดงผลการค้นหาแบบหน้า SERP ไปเป็นรูปแบบ SGE นั่นเองค่ะ

*อธิบายคำศัพท์เพิ่มเติมนะคะเพื่อนๆ =>> SERP หรือ Search Engine Results Page คือหน้าแสดงผลของการค้นหาของ Search Engine ที่จะนำเอาหน้าเว็บเพจต่างๆ มาแสดง ทั้งส่วนที่เป็นการแสดงผลตามธรรมชาติ (Organic Listing) และการแสดงผลจากโฆษณา (Paid Listing) ซึ่งถ้าเป็นโครงสร้าง Google SERPs ก็จะประกอบด้วย Attribution, Text Results, Rich Results, Video & Image และ Exploration features ค่ะ

Google's SGE คืออะไร? และผลกระทบต่อ Digital Marketing กับ SEO
SERP 101: All About Search Engine Results Pages: Source

และจากการเปลี่ยนแปลงของหน้าการแสดงผลนี่เองค่ะ ที่ทำให้รูปแบบของการทำ SEO ต้องปรับเพื่อให้เว็บเพจยังคงติดอันดับบน SGE ซึ่งอาจส่งผลต่อการตอบสนองต่อการใช้งาน และการ Click บนแพลตฟอร์มของ User ดังนี้ค่ะ (~ ̄▽ ̄)~

  • Users สามารถตอบสนองต่อผลลัพธ์ของ AI ได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผลลัพธ์นั้นไม่ถูกต้อง หรือหาสิ่งที่เกี่ยวข้องต่อง่ายๆ ด้วย Ask follow up
  • หน้าผลลัพธ์ AI snapshot แสดงผลจาก Organic Results
  • Google สามารถแนะนำแนวทางการ Search สำหรับ Keywords อื่นๆ ที่ใกล้เคียงให้เราได้ด้วย (ส่วนนี้ถ้าใครลองเล่น Bard แล้ว จะเห็นว่ามีอยู่ในนั้นเช่นเดียวกันค่ะ)

ตัวอย่าง Google’s SGE features

การใช้งานฟีเจอร์ของ SGE ต้องเข้าใช้งานบน Google Chrome ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งในส่วนของ Chrome on desktop และบนโทรศัพท์มือถือทั้งระบบ iOS และ Android โดยมี Functions น่าใช้เยอะมากกก ซึ่งในบทความนี้นิกขอยกตัวอย่างคร่าวๆ ดังนี้ค่ะ

Google's SGE คืออะไร? และผลกระทบต่อ Digital Marketing กับ SEO
Google’s SGE: Source

# FAQ Ask & Knowledge Panel

ในฟีเจอร์นี้ พวกเราสามารถถามคำถาม Google SGE ได้เหมือนกับที่ถาม Google Bard เลยค่ะ โดยที่ FAQ Ask & Knowledge Panel ที่ LLM วิเคราะห์มาแล้วเพื่อตอบคำถามนั้น (ในรูปแบบ Context ยาวๆ แบบ Bard) นอกจากนี้เรายังสามารถกด Ask a follow up เพื่อให้ Google provide คำตอบเพิ่มเติมได้ง่ายๆ

Google's SGE คืออะไร? และผลกระทบต่อ Digital Marketing กับ SEO
Google's SGE คืออะไร? และผลกระทบต่อ Digital Marketing กับ SEO

และเรายังสามารถสลับ viewing option ที่อยู่มุมขวาบนของหน้าการแสดงผลของ AI เพื่อเอาไว้ตรวจสอบว่าแหล่งที่มาของข้อมูลที่ใช้ในการสร้างสรุปมาจากแหล่งใดบ้าง

Google's SGE คืออะไร? และผลกระทบต่อ Digital Marketing กับ SEO
Viewing Option: Source

# SGE กับการ Shopping และรีวิว

มาถึง Feature ที่นักการตลาดให้ความสนในกัน ซึ่งคือเรื่องของการ Search เพื่อมองหาสินค้า ที่พ่วงมาด้วย Function ของการรีวิว โดยในส่วนนี้การแสดงผลจะเป็นในรูปแบบของการตอบคำถามและการรีวิวโดย SGE =>> ใช่ค่ะเพื่อนๆ AI จะเป็นผู้รีวิวสินค้าที่มีลูกค้า Search ให้ลูกค้าเอง!! และมีการแสดงผลสินค้าจาก Sponsor ด้านล่าง ซึ่งสิ่งนี้คือความแตกต่างจาก Google SERP แบบเดิม ที่จะแสดงผลเป็นสถานที่หรือแหล่งที่เราจะไปหาสินค้านั้นได้ พร้อมรีวิวจากที่ลูกค้าเขียนขึ้นมา

Google's SGE คืออะไร? และผลกระทบต่อ Digital Marketing กับ SEO
SGE กับการ Shopping และรีวิว: source

# Local Pack Feature

ถือเป็นอีกหนึ่ง Feature ที่น่าใช้งาน และนิกมองว่า Google ค่อนข้างทำได้ดีเนื่องจากการที่มี Ecosystem ที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว คือในส่วนของ Local Pack (การแสดงผลแบบพิกัด) ที่ SGE มีการ provide คำตอบในรูปแบบที่ใกล้เคียงกับ local pack แบบดั้งเดิม และมีในส่วนของข้อความสั้นๆ ที่อธิบายสถานที่นั้นๆ โดยสังเขป และสามารถกด link ไปยังแหล่งที่มาของข้อมูลที่มุมความบนได้เช่นกัน แต่!! สิ่งที่เกิดขึ้นคือตัวข้อมูลที่เป็น Adds หายไป โดยมีการแสดงผลเพียงแค่ Organic search เท่านั้น และเรายังสามารถ Ask a follow up ได้เช่นกัน

แต่เนื่องจากเบื้องหลังที่เป็น AI ทำให้ผู้ประกอบการอาจต้องมีการปรับตัวในการสร้าง Content เพื่อให้ Search traffic ยังคงเดิม และนำข้อมูลของธุรกิจนั้นๆ มาแสดงผลได้

Google's SGE คืออะไร? และผลกระทบต่อ Digital Marketing กับ SEO
Hotel local pack expansion: Source

การเข้าใช้งาน Google’s SGE

เนื่องจาก ณ วันที่เขียนบทความนี้ Google’s Search Generative Experience ยังไม่เข้าไทย แต่อย่างไรก็ตามเราสามารถลองดูวิธีเข้าใช้งาน เพื่อเตรียมพร้อมทดลองใช้ได้โดยเข้าไปที่ Link (☞゚ヮ゚)☞

https://labs.withgoogle.com/sge/ หรือ https://labs.withgoogle.com/

Google's SGE คืออะไร? และผลกระทบต่อ Digital Marketing กับ SEO

แล้วเข้าไปกด Get started เพื่อ Join waiting list (ถ้าในไทยเปิดให้ใช้แล้วนะคะ) ได้เลย

This image has an empty alt attribute; its file name is image-114.png

Last but not Least…

ตัวอย่างการใช้งาน Google’s Search Generative Experience ในบทความนี้เป็น Features ที่นิกคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับการเตรียมตัวพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงของ SEO ของนักการตลาดและการทำ Digital Marketing ในเบื้องต้นค่ะ ซึ่งแน่นอนว่าคนที่ Move fast ย่อมได้เปรียบทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง และหากเพื่อนๆลองใช้งานดูแล้ว สามารถมาแลกเปลี่ยน และแนะนำเทคนิคเท่ๆ ในการใช้งานเพิ่มเติมได้ใน comment ==>> Enjoy ค่ะ (✿◡‿◡)

Hi, I am Nick,,,,Panaya Sudta (●'◡'●) Engineer during the daytime. Researcher at night. Reader in spare time. (❁´◡`❁) วิศวกร/นักวิจัย/ Market research ค่ะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้แชร์มุมมองกันนะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *