เปิดเข้ามาด้วย Session1 หัวข้อ “Data Discovery to New Business” การพัฒนาธุรกิจด้วย Data ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เมื่อพูดถึงในโลกของเราในปัจจุบันเรามักจะโทษเทคโนโลยี แต่ความจริงแล้วเราต่างหากทราเราไม่ได้เข้าใจลูกค้ามากพอต่างหาก เพราะการที่เราจะ Disruption ได้นั้นจะเกิดจาก pain point ของลูกค้าต่างหาก ในการที่เราจะพัฒนาธุรกิจได้ดีนั้น ต้องเริ่มจากแกนแรกก่อนนั่นก็คือ
ภาพโดย การตลาดวันละตอน
1. Digital Business Optimization
ที่เราจะดูว่าทำอย่างไรให้เราทำธุรกิจออกมาได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของการพัฒนา Productivity และ Revenue หรือแม้กระทั่งในเรื่องของการสร้าง Customer Experience ได้ดีขึ้น เช่นการสร้าง Omni channel ใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น เพราะปัญหาของคนที่แพ้ในวงการ Digital ก็คือคนที่สร้าง Experience ได้ไม่ดีพอ ซึ่งด้านล่างก็คือตัวอย่างขงอการนำ Data มาเพิ่มประสิทธิภาพในแง่ของธุรกิจค่ะ
2. Digital Business Transformation
คือการเปลี่ยน Current ไปยัง New Business เช่น เมื่อก่อนเราต้องซื้อ License ของ Adobe ในราคาที่แพงขึ้น แต่พอมาในทุกวันนี้ได้หันมาทำ Business Model ในรูปแบบใหม่นั่นก็คือ Pay per use ใช้เท่าไหร่ก็จ่ายเท่านั้น ซึ่งตรงนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าเราไม่มี Data ที่เอามาวิเคราะห์ถึง Behavior ของคนเราที่เปลี่ยนไป
ทั้ง 2 ข้อด้านบนที่เราพูดถึงนั้น จะเห็นเป็นภาพ Digital Ambition อยู่ 2 แกน ว่าเราจะทำอะไรบ้างอยู่กี่ % ซึ่งเราก็จะต้องวางแผนในการทำ Digital Business Strategy ยังไงบ้าง และเราจะคำนึงถึงกลยุทธ์แบบไหนเป็นหลัก
ภาพโดย การตลาดวันละตอน
Data -> Emerging of Data Monetization Business
ถ้าเราพูดไปอย่างเดียวแล้วอาจจะเห็นตัวอย่างที่ยังไม่ชัดพอ ด้านล่างนี้จะเป็นตัวอย่างของบริษัทต่างๆ ที่เริ่มนำ Data เข้ามาสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ให้กับบริษัทได้
จาก Telco ธุรกิจค่ายมือถือ สู่ Marketing Solution
มีการเก็บทุก Touchpoints จากการใช้งานอินเตอร์เน็ตบนมือถือ เน็ตบ้าน โดย Data เหล่านี้ก็ถูกนำมาวิเคราะห์เป็น Customer insight ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการใช้งาน เช่น URLs Visited, TV Consumption, Brands ที่เสิร์ชบ่อยๆ วิเคราะห์ Segment ของลูกค้า และ Geo-Location insight เขตที่พักอาศัย สถานที่ที่ชอบไปเที่ยว ใช้เส้นทางไหน ยังไม่หมดแค่นั้นทาง CEO Predictive ก็ได้ยกตัวอย่างการ Emerging Data อีกมากมาย
ภาพโดย การตลาดวันละตอน
โดยสรุปแล้ว
หลายๆ Use cases นั้นก็ประสบความสำเร็จในเรื่องของการนำ Data เข้ามาใช้งาน แต่ไม่ใช่ว่าบริษัททุกบริษัทก็สามารถทำได้ตามง่ายๆ เพราะสิ่งแรกเราต้องเข้าใจคือ Customer Economics ของเราก่อน ว่าเราเข้าใจว่าเรามี Data ของเรามีเท่าไหร่ เพียงพอมั้ย และธุรกิจที่เกิดจาก Data ที่เราได้มาคุ้มกับการทำรึเปล่า เพราะสิ่งที่ต้องเข้าใจอย่างมากเลยคือต้นทุน Data ของเราไม่เท่ากัน
ภาพโดย การตลาดวันละตอน
เราต้องเข้าใจว่าเราเก็บ Data มายังไงบ้าง จะเอาไปใช้ในแง่ไหนบ้าง เข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้ของเรามั้ย ซึ่งถ้าหากเรามี Data Inventory ข้อมูลที่มีมากพอ -> Data Organization การจัดการกับข้อมูลมหาศาล -> ไปจนถึงการวางแผนธุรกิจที่คิดครอบคลุมไปจนถึงการทำเงินจากข้อมูลเหล่านี้ การเข้าใจตลาดที่เราจะไปก็จะทำให้เราใช้ต้นทุน หรือ Data ของเราได้อย่างคุ้มค่ามากๆเลยทีเดียวค่ะ
Session ด้านบนเราพูดถึงการนำ Data เข้ามาสร้างธุรกิจใหม่ๆได้แล้ว คราวนี้เราจะมาพูดถึงการทำธุรกิจที่เราต้องเน้นด้วยการสร้างคุณค่ามากกว่าภาพความสำเร็จและยิ่งใหญ่ การนำประสบการณ์ของการสร้าง Branding ให้ฟัง ในแต่ละ Stage ว่ามี Pain point + Solution ที่แก้ยังไงบ้าง?
โดยหัวใจสำคัญในการสร้างแบรนด์นั้นต้องประกอบไปด้วย Branding + Communication ที่เรานำมาร้อยเรียงให้เกิดการ connecting to the dot สิ่งที่เราจะสื่อออกไปได้อย่างชัดเจน ใน Session นี้ทาง SEA ได้มีการยกตัวอย่างของการสร้าง Branding เป็น 4 Stage ของบริษัทเลย ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนถึงการขยายธุรกิจ
1. Establishment
ภาพโดย การตลาดวันละตอน
ในเคสนี้จะยกตัวอย่างถึง Garena เกมส์ออนไลน์ที่ทุกคนรู้จักกันเป็นอย่างดี หากย้อนไปเมื่อหลายปีก่อนเกมส์ออนไลน์ยังต้องอาศัยการเล่นใน PC ซึ่งเด็กส่วนใหญ่ก้จะเข้าไปอยู่ในร้านกมส์เป็นจำนวนมาก ตรงนี้เองทำให้เกิด Pain point ของแบรนด์ในเรื่องของคนมี perception มันไม่ดี คนที่เล่นเกมส์ออนไลน์ก็จะถูก blame ว่าเป็นเด็กติดเกมส์ เลยต้องการที่จะเปลี่ยนการสื่อสารจากภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อเกมส์ ให้คนเข้าใจว่าเกมส์มีด้านดีเหมือนกันและสื่อภาพความเป็น Digital Entertainment มากขึ้น
ต้อง Set ecosystem ขึ้นมา เชิญต่างประเทศเข้ามาร่วมแข่งขันด้วยทั้งทำเว็บไซต์ Garena Academy เพื่อให้ความรู้ทั้งเรื่อง 14 อาชีพ และความรู้ต่างๆในโลกของเกมส์ ว่าสามารถ transfer ไปยังธุรกิจต่างๆได้
2. Expansion ขยายธุรกิจจากเกมส์ ไปยัง E-commerce ให้มีความ diverse มากขึ้น
ภาพโดย การตลาดวันละตอน
เมื่อพอคลุกคลีกับ digital entertainment เข้ามา ทาง Garena ก็เริ่มมองหาธุรกิจใหม่ๆ แต่ที่นี้ความยากคือการทำธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
การเชิญสื่อต่างๆ เข้ามาทำความรู้จัก Office (สมัยนั้น office แบบแนว startup หรือ open space ถือว่ามีน้อยมากๆในไทย) มากขึ้นและ Set ตัวเองเป็น Thought Leader ใความสมัยใหม่เน้นความเป็น Teach ได้ดีมากขึ้น
ถ้าถามว่าทำไมเราไม่สื่อสารกับผู้บริโภค เน้นโปรโมทแบรนด์ผ่าน Social media เยอะๆ? ถ้าเราลองมาคิดดูดีๆว่าการโปรโมทแบรนด์ผ่าน Social media ซึ่งมองว่าไม่ยั่งยืน คนเลื่อนผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่เน้น platform ให้น่าเชื่อถือมากขึ้น + ส่งผู้บริหาร CEO ส่งผ่านความเป็น thought leader ซึ่งผู้ฟังก็จะจำว่า SEA เป็นใคร ทำอะไรบ้าง โดยที่เราสื่อสาร + core value ความ value ของแบรนด์ออกมาได้จริงๆ