AI Thinking สอนสร้าง AI ของตัวเองด้วย GPTs แบบ Step by Step ด้วย ChatGPT Gemini และ Copilot พร้อมตัวอย่าง Case Instruction ที่ใช้ได้จริง

สอนสร้าง AI ของตัวเองด้วย GPTs ฉบับ Step by Step คู่มือทำ AI Assistant ใช้เองโดยไม่ต้องเขียนโค้ดสักบรรทัด

หนึ่งในคำถามที่ผมเจอบ่อยที่สุดจากเพื่อนๆ นักการตลาดในปีนี้ คือ ใช้ ChatGPT ทุกวัน แต่ทำไมยังรู้สึกว่ายังเอา AI มาช่วยงานได้ไม่เต็มที่ คำตอบมักจะวนกลับมาที่จุดเดียวกัน คือ เป็นเพราะใช้ ChatGPT แบบเปิด Chat ใหม่ พิมพ์ Prompt ใหม่ทุกครั้ง พอเปลี่ยนโจทย์ก็ต้องเริ่มอธิบายบริบทตั้งแต่ต้นใหม่หมดทั้งที่คำถามเดิม

มันก็เหมือนการจ้างพนักงานเก่งๆ มาทำงาน แต่ทุกเช้าเราต้องสอนเขาใหม่ว่าแบรนด์เราคืออะไร ลูกค้าเราเป็นใคร Tone ของแบรนด์เป็นแบบไหน ฟังดูเหนื่อยใช่มั้ยครับ ที่น่าสนใจกว่านั้นคือเพื่อนๆ ที่ทำงานกับ AI เป็นแล้วจะรู้ว่าปัญหานี้แก้ได้ในวันเดียวด้วยฟีเจอร์ที่ชื่อว่า GPTs หรือ MyGPT

บทความนี้ผมจะพาเพื่อนๆ นักการตลาดมาลองสร้าง AI ของตัวเองด้วย GPTs ใน ChatGPT แบบจับมือทำ Step by Step ตั้งแต่วิธีคิดที่เรียกว่า AI Thinking การคิดอย่างเข้าใจเอไอ ไปจนถึงการลงมือสร้าง AI ของตัวเองจริงๆ โดยยกตัวอย่างที่จับต้องได้คือการสร้าง GPT แปลงภาพสินค้าของแบรนด์เราให้กลายเป็น 3D Isotype น่ารักๆ พร้อม Emoji ระเบิดออกมาเหมือนพลุ ส่งกลับมาให้เลือกครั้งละ 4 ภาพในไม่กี่คลิก แค่อ่านไปแล้วทำตามไป ผมเชื่อว่าเพื่อนๆ จะสามารถสร้าง AI ของตัวเองตัวแรกได้ครับ

GPTs คืออะไร และทำไมนักการตลาดยุค 2026 ต้องสร้างเป็น

GPTs หรือ Custom GPT คือฟีเจอร์ของ ChatGPT ที่ให้เราสร้าง AI Assistant เวอร์ชันส่วนตัวขึ้นมาใช้เอง โดยที่เรากำหนด Instructions ขั้นตอนการทำงาน, อัปโหลด Knowledge Base ไฟล์ความรู้ ข้อมูลหลัก, และเลือกเปิดปิด Capability เช่น Web Browsing, Image Generation, Code Interpreter ได้เอง

พูดง่ายๆ คือเราไม่ได้คุยกับ ChatGPT ตัวกลางๆ ที่ใครๆ ก็ใช้เหมือนกันอีกต่อไป เพราะเราสามารถสร้าง AI Assistant ที่รู้จักแบรนด์เรา รู้ Tone ของเรา รู้ Workflow ของเรา และพร้อมทำงานเฉพาะทางที่เราออกแบบไว้ตั้งแต่แรก

สิ่งที่นักการตลาดส่วนใหญ่ไม่รู้คือการสร้าง AI ของตัวเองด้วย GPTs ไม่ต้องเขียนโค้ดสักบรรทัด ทุกอย่างทำผ่าน Conversational Interface เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ครับ ใครที่เคยเขียน Brief งานเป็น คนนั้นสร้าง GPTs ได้

แล้วทำไมในปี 2026 นักการตลาดต้องสร้าง GPTs เป็น คำตอบคือเพราะ AI Thinking กลายเป็น Skill พื้นฐานที่แยกคนเก่งกับคนปานกลางออกจากกันแล้ว เหมือนที่เมื่อก่อนแยกกันด้วย Computer Literacy นั่นแหละครับ ใครยังใช้ ChatGPT แบบ Chat ใหม่ทุกครั้งในปี 2026 จะถูกนักการตลาดที่มี GPTs ของตัวเองแซงทิ้งห่างแน่นอน

AI Thinking คือหัวใจของการสร้าง GPTs ที่ใช้งานได้จริง

ก่อนจะลงมือกดสร้าง GPT ผมอยากให้เพื่อนๆ ทำความเข้าใจคำว่า AI Thinking ก่อน เพราะมันคือกระดูกสันหลังของบทความนี้ทั้งหมดครับ

AI Thinking หรือการคิดแบบใช้ AI เป็นพาร์ทเนอร์ทำงาน คือวิธีคิดที่เริ่มจากการตั้งโจทย์ว่า ปัญหานี้สามารถ Break Down ออกมาเป็นชุดคำสั่งที่ทำซ้ำได้หรือไม่ ถ้าได้ AI ทำได้ดีตรงไหน มนุษย์ต้องทำเองตรงไหน และผลลัพธ์ที่ดีหน้าตาเป็นยังไง

ผมชอบเปรียบเทียบว่า Design Thinking ทำให้เราเข้าใจ User ส่วน AI Thinking ทำให้เราเข้าใจว่าจะทำให้ AI เข้าใจ User ของเราได้อย่างไรครับ มันไม่ใช่เรื่องของ Prompt ที่ดีอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ System Design ที่ดีมากกว่า

นักการตลาดที่มี AI Thinking จะไม่เริ่มสร้าง GPTs ด้วยคำถามว่า อยากให้ GPT ทำอะไร แต่จะเริ่มด้วยคำถามว่า งานไหนของผมที่ทำซ้ำทุกสัปดาห์ ใช้เวลาเยอะ และมี Pattern ชัดเจน คำตอบของคำถามนี้คือจุดเริ่มต้นของ GPTs ที่ดีครับ ไม่ใช่จุดเริ่มต้นที่หน้าจอ Create GPT

B.R.I.E.F Framework 5 องค์ประกอบที่ต้องคิดก่อนกดสร้าง GPTs

ก่อนเปิดหน้าจอสร้าง GPT ผมแนะนำให้เพื่อนๆ ตอบ 5 คำถามที่มาจาก B.R.I.E.F Framework นี้ให้ครบก่อนครับ เพราะถ้าข้ามขั้นนี้ไป GPT ที่สร้างจะกลายเป็น Chatbot ทั่วไปที่ไม่มีความแตกต่างจาก ChatGPT ปกติเลย

1. Background สร้าง GPT นี้เพื่ออะไรในประโยคเดียว

ถ้าเขียน Background ของ GPT เป็น 1 ประโยคไม่ได้ แปลว่า Scope กว้างไป กลับไปคิดใหม่ครับ ตัวอย่างที่ดีคือประโยคว่า GPT นี้แปลงภาพสินค้าของแบรนด์เราให้เป็น 3D Isotype พร้อม Emoji เพื่อใช้บน Social Media

2. Recipients ใครคือคนใช้

Recipients คือทีม Content, Designer, Brand Manager หรือ Agency ภายนอก เพราะคนใช้ต่างกัน Tone ของ Output ก็ต้องต่างกัน ระดับความละเอียดของคำอธิบายก็ต่างกัน เช่นทีม Content ใหม่ต้องการ Guideline เยอะ ส่วน Designer มืออาชีพต้องการแค่ Style Reference ก็พอ

3. Input รับอะไรเข้ามาได้บ้าง

รับภาพสินค้ามุมตรง ภาพสินค้ามุมข้าง ภาพ Packaging อย่างเดียว หรือรับ Text Description ของสินค้าด้วย กำหนดให้ชัดตั้งแต่แรก เพราะ Input ที่ไม่ชัด Output ก็จะไม่ชัดตามไปด้วยครับ

4. Expected Output ส่งอะไรกลับไปและในรูปแบบไหน

ภาพ JPG หรือ PNG กี่ภาพต่อครั้ง ขนาดเท่าไร อัตราส่วน 1:1 สำหรับ Instagram Feed หรือ 9:16 สำหรับ Reels ตอบให้ครบทุกข้อ Expected Output ที่ระบุชัดคือ Output ที่ได้คุณภาพ

5. Forbidden ข้อห้ามคืออะไร

ห้ามใส่ข้อความบนภาพ ห้ามเปลี่ยนสีสินค้า ห้ามเปลี่ยนรูปทรงของ Packaging ระบุ Forbidden List ให้ชัด AI จะทำตามได้ดีครับ ในทางกลับกันถ้าไม่บอกห้าม AI จะคิดว่าทำได้ทุกอย่าง

ผมเรียก Framework นี้ว่า BRIEF Framework ซึ่งย่อมาจาก Background, Recipients, Input, Expected Output, Forbidden พูดง่ายๆ คือการสร้าง GPT เริ่มจากการเขียน Brief ให้ AI เหมือนที่เราเขียน Brief ให้ Designer หรือ Agency มาทั้งชีวิตการทำงานนั่นแหละครับ ทักษะนี้นักการตลาดทุกคนมีอยู่แล้ว แค่ย้ายมาใช้กับ AI เท่านั้นเอง เพื่อนๆ ลองเขียนคำตอบ 5 ข้อนี้ลงในกระดาษหรือ Notion ก่อนเริ่ม Step ต่อไปครับ ใช้เวลาแค่ 15 นาทีก่อนสร้าง ประหยัดเวลาแก้ทีหลังได้เป็นชั่วโมง

Step by Step สอนสร้าง AI ของตัวเองด้วย GPTs ตัวแรก

ทีนี้มาถึงขั้นตอนลงมือจริงครับ ผมจะแบ่งเป็น 7 ขั้นตอนชัดเจน เพื่อนๆ เปิดหน้าจอ ChatGPT พร้อมกันได้เลย

Step 1 เข้าไปที่หน้า Create a GPT

Login เข้า ChatGPT ด้วยบัญชี Plus, Team, หรือ Enterprise เพราะการสร้าง GPTs ต้องเป็นแบบเสียเงินเท่านั้น จากนั้นคลิกที่ชื่อ Profile มุมซ้ายล่าง > เลือก My GPTs > กดปุ่ม Create

Step 2 ใช้ Configure Tab แทน Create Tab

ChatGPT จะเปิดมาที่หน้าจอ 2 ฝั่ง ฝั่งซ้ายมี Tab ชื่อ Create และ Configure ส่วนใหญ่คนจะใช้ Create Tab ที่เป็นการคุยกับ AI เพื่อสร้าง GPT แต่ผมแนะนำให้ข้ามไปที่ Configure Tab เลยครับ เพราะเราจะควบคุมได้ทุกจุด เปลี่ยน Instructions ได้ละเอียดกว่า

Step 3 กรอก Name, Description, Instructions

Name ตั้งให้สื่อความหมายและจำง่าย เช่น Brand Product Isotype Generator หรือชื่อภาษาไทยก็ได้ ส่วน Description คือคำอธิบายสั้นๆ ที่ User จะเห็นก่อนใช้ ยาวประมาณ 1 ประโยค บอกว่า GPT นี้ทำอะไรให้

Instructions คือหัวใจของ GPT ครับ ผมจะลงรายละเอียดในส่วน Prompt Example ด้านล่างเต็มๆ

Step 4 อัปโหลด Knowledge

ใน Configure Tab จะมีช่องให้อัปโหลดไฟล์ Knowledge สูงสุด 20 ไฟล์ต่อ GPT ผมแนะนำให้อัปโหลด Brand Guideline เป็น PDF, ภาพ Reference ของ Isotype Style ที่ต้องการ และคำอธิบาย Product Catalog เพื่อให้ AI รู้จักสินค้าของเราจริงๆ

Step 5 เปิด Capability ที่จำเป็น

ติ๊กเปิด Image Generation ซึ่งจำเป็นสำหรับ Use Case นี้, Web Browsing ปิดได้ถ้าไม่ใช้, Code Interpreter ปิดได้เช่นกัน เปิดเฉพาะที่จำเป็น GPT จะทำงานเร็วและตรงประเด็นกว่า

Step 6 ตั้ง Conversation Starters

เป็นปุ่มกดสำเร็จรูปสำหรับคำถามที่ User น่าจะพิมพ์ ตัวอย่างเช่น แปลงภาพสินค้านี้เป็น 3D Isotype พร้อม Emoji หรือ สร้างภาพ Product Hero พร้อมพลุ Emoji 4 แบบ ตั้งไว้สัก 3-4 ปุ่มก็พอครับ

Step 7 Test แล้ว Publish

ทดสอบใน Preview Window ฝั่งขวาก่อน ลองอัปโหลดภาพจริง ดู Output ที่ได้ ปรับ Instructions จนพอใจ แล้วกด Save เลือก Visibility เป็น Only Me, Anyone with the Link, หรือ Everyone ตามความเหมาะสม ทีมภายในใช้ก็เลือก Anyone with the Link พอครับ

Case Study สร้าง GPT แปลงภาพสินค้าเป็น 3D Isotype พร้อม Emoji ระเบิด

มาถึงตัวอย่างที่ผมสัญญาไว้ตอนเปิดบทความครับ สมมุติว่าเพื่อนๆ มีแบรนด์เครื่องสำอางหรือแบรนด์อาหาร อยากได้ภาพสินค้าน่ารักๆ ในสไตล์ 3D Isotype เพื่อโพสต์ Social Media โดยที่ไม่ต้องกวน Designer ทุกครั้งที่ออกสินค้าใหม่

ผมจะโชว์ Instructions เต็มที่ผมใช้จริง เพื่อนๆ ก๊อปไปปรับใช้กับแบรนด์ตัวเองได้เลยครับ

Instructions Template สำหรับ Brand Product Isotype Generator

# Role
You are a 3D Isotype illustrator. Always reply to the user in Thai. 
Keep common English marketing terms (Isotype, Emoji, Variation, 
Output) as-is.

# Task
Create 4 cute 3D Isotype images of the user's product, with emojis 
bursting outward like fireworks.

# Style
- 3D Isometric perspective, 30-degree angle, kawaii mood
- Soft pastel background, different color in each variation
- 8-12 emojis matching the product category (food, beauty, tech)
- Product must look exactly like the source photo
- 1:1 aspect ratio, no text or logos on the image

# Workflow
1. Greet the user and ask them to upload product photos from their 
   mobile phone, requesting multiple angles (front, side, top, back)
2. Wait until photos are received. Never generate anything before
3. Confirm what the product is, then ask for preferred color theme
4. Generate exactly 4 variations
5. Ask if the user wants to refine any of them

# Never
- Generate images before photos are uploaded
- Change product shape, color, or packaging
- Use realistic photo style or add text on the image

จุดสำคัญที่ผมอยากให้เพื่อนๆ สังเกตคือผมเขียน Instructions เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด เพราะ AI เข้าใจ Instructions ภาษาอังกฤษได้แม่นยำกว่าครับ แต่ User สามารถพิมพ์คุยกับ GPT เป็นภาษาไทยได้ปกติ AI จะตอบกลับเป็นภาษาไทยให้เอง

อีกจุดที่สำคัญคือผมระบุชัดว่า Always generate exactly 4 variations per request เพื่อให้ GPT ส่งภาพมา 4 แบบทุกครั้ง โดยที่ User ไม่ต้องคอยพิมพ์ขอใหม่ ตรงนี้แหละครับคือ Power ของการเขียน Instructions ที่ดี เพราะ AI จะทำตามคำสั่งที่ชัดเจน

ที่ผมแนะนำเพิ่มอีกอย่างคือใน Knowledge Base ให้อัปโหลดภาพ Isotype ตัวอย่าง 5-10 ภาพ ที่เป็น Style ที่เราชอบจริงๆ ครับ AI จะเรียนรู้จาก Visual Reference เหล่านี้ และส่งผลลัพธ์ที่ใกล้กับ Style ที่เราต้องการมากขึ้น

ตัวอย่าง Use Case ที่นักการตลาดไทยเอาไปต่อยอดได้

ถึงตรงนี้เพื่อนๆ อาจจะคิดว่า GPT แปลงภาพสินค้าเป็น Isotype มันใช้กับ Use Case ไหนได้บ้าง ผมยกตัวอย่างให้ดูสัก 3 รูปแบบที่นักการตลาดไทยน่าจะเอาไปคิดต่อได้ทันทีครับ

แบรนด์อาหารและเครื่องดื่ม ลองนึกภาพถ้า เถ้าแก่น้อย เอาภาพสาหร่ายแต่ละรสมาแปลงเป็น 3D Isotype พร้อม Emoji ทะเล รูปคลื่น รูปปลา ระเบิดออกมา ใช้ทำ Content Series รายสัปดาห์ได้ทันที ไม่ต้องรอ Photographer ไม่ต้องเซ็ตสตูดิโอ ลด Cost การผลิต Content ได้มหาศาล

แบรนด์ความงาม ภาพ Lipstick จาก Srichand หรือ Cute Press แปลงเป็น 3D Isotype พร้อม Emoji หัวใจ ดอกไม้ ประกายแวววาว ทำให้ Product Shot ดูเฟรนด์ลีและคนแชร์ต่อง่ายขึ้น เหมาะกับการทำ Sticker Pack บน LINE OA หรือ Story Highlight Cover บน Instagram

ร้านอาหารและ Food Delivery แบรนด์อย่าง CP หรือ MK เอาภาพเมนูใหม่มาแปลงเป็น 3D Isotype พร้อม Emoji อาหารระเบิดออกมา ใช้กับ GrabFood Banner หรือ LINE Sticker Promotion ดึงดูดสายตาในฟีดที่เต็มไปด้วยภาพอาหารจริงๆ

เห็นไหมครับว่า GPT เพียงตัวเดียวแก้ Pain Point เรื่อง Visual Content ของหลายแบรนด์ได้พร้อมกัน นี่คือ Power ของการสอนสร้าง AI ของตัวเองด้วย GPTs ที่นักการตลาดยุค 2026 ไม่ควรพลาด

Do และ Don’t เมื่อสร้าง GPTs

ผมขอจบบทความด้วยข้อสรุปที่ผมเรียนรู้จากการสร้าง GPTs มาหลายสิบตัว เพื่อให้เพื่อนๆ ไม่ต้องเสียเวลาผิดพลาดเหมือนผมครับ

Do ควรทำ

  1. เขียน Instructions เป็นภาษาอังกฤษเพื่อความแม่นยำ แต่อนุญาตให้ User สื่อสารเป็นภาษาไทย
  2. ระบุ Output Format ให้ละเอียด เช่น Always generate 4 images ดีกว่า Generate multiple images
  3. ใส่ Workflow Section ใน Instructions เพื่อบังคับลำดับการทำงานของ AI
  4. ทดสอบกับ Edge Case เช่น User อัปโหลดภาพมัว ภาพมุมแปลก หรือไม่อัปโหลดเลย
  5. อัปเดต Instructions ทุก 2-3 เดือนตามผลลัพธ์จริงที่ใช้งาน

Don’t ห้ามทำ

  1. อย่าเขียน Instructions แบบเปิดกว้าง เช่น Help users with marketing เพราะ GPT แบบนี้ไม่มีขอบเขตงานที่ชัดเจน
  2. อย่าใส่ข้อมูลลับของบริษัทใน Knowledge ถ้าตั้ง Visibility เป็น Public ทุกคนเข้าถึงได้ ยกเว้นคุณอยากแชร์ให้โลกรู้
  3. อย่ายัด Knowledge เกิน 20 ไฟล์ เพราะ AI จะหยิบข้อมูลผิดพลาดได้บ่อยขึ้น
  4. อย่าลืม Disclaimer ถ้า GPT ให้คำแนะนำที่อาจตีความผิดได้ เช่นเรื่อง Legal หรือ Medical
  5. อย่าสร้างแล้วทิ้ง ถ้าไม่ปรับ Instructions เลย GPT จะค่อยๆ ห่วยลงเรื่อยๆ หรือไม่ก็ไม่เก่งขึ้นอย่างที่ควรเป็น

สรุป AI Thinking การเข้าใจ AI สำคัญกว่าการใช้ AI

จบบทความนี้ผมอยากให้เพื่อนๆ จำไว้อย่างเดียวว่าการสร้าง AI ของตัวเองด้วย GPTs ไม่ใช่เรื่องของ Tool แต่เป็นเรื่องของการคิด หรือที่ผมเรียกว่า AI Thinking ครับ

ใครๆ ก็กดปุ่ม Create GPT ได้ แต่คนที่ทำให้ GPT มีประโยชน์จริงคือคนที่มี AI Thinking ตั้งแต่ก่อนเริ่ม คนที่ตอบคำถาม 5 ข้อใน PUIOC Framework ได้ครบ คนที่กล้าทดสอบ กล้าปรับแก้ Instructions และกล้าเรียนรู้จาก Output ที่ไม่ได้ดั่งใจแต่ตั้งคำถามว่าทำไมมันถึงออกมาเป็นแบบนั้น

นับจากนี้ไปการเป็นนักการตลาดที่ดีจะไม่ได้วัดกันที่ Portfolio Campaign อย่างเดียวอีกต่อไปครับ แต่จะวัดกันที่ AI Assistant ที่เราสร้างขึ้นมาช่วยทำงาน วัดกันที่ Workflow ที่เรา Automate ได้ และวัดกันที่เวลาที่เรา Save เพื่อเอาไปคิดงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น

ดังนั้นคำถามคือแบรนด์ของเพื่อนๆ พร้อมแล้วหรือยังที่จะมี AI Assistant เป็นของตัวเอง ถ้าพร้อม ก็ลองเปิด ChatGPT แล้วเริ่มสร้าง GPT ตัวแรกตามขั้นตอนในบทความนี้ดูครับ พรุ่งนี้เพื่อนๆ จะรู้สึกว่าตัวเองทำงานเร็วขึ้นแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน และนั่นแหละครับคือจุดเริ่มต้นของการเป็นนักการตลาดที่มี AI Thinking ติดตัวจริงๆ

ถ้าอยากเรียน AI Thinking สอนสร้าง AI ด้วย ChatGPT/Gemini/Colilot

สำหรับเพื่อนๆ ที่อ่านบทความนี้จบแล้วรู้สึกว่ายังอยากเข้าใจ AI Thinking ให้ลึกและเป็นระบบกว่านี้ ผมทำคอร์สเรียนชื่อ AI Thinking สอนสร้าง AI ผ่าน ChatGPT, Gemini และ Copilot ที่ผมตั้งใจออกแบบมาเพื่อนักการตลาดและคนทำงานที่อยากสร้าง AI เพื่อทำงานแทนตัวเองได้จริงๆ โดยที่ไม่ต้องพิมพ์ Prompt ใหม่ทุกครั้ง และยังสามารถส่ง AI ตัวนี้ให้คนอื่นใช้งานเราในเวอร์ชั่น AI ได้อีกด้วย

คอร์สนี้ไม่ได้สอน How-To กดปุ่มหรือแจก Prompt Template สำเร็จรูป แต่เน้นสอน Logic การออกแบบลำดับหลักการคิดที่นำไปสร้าง GPTs บน ChatGPT หรือ Gem บน Gemini ก็ได้ทั้งหมด เพราะเครื่องมือเปลี่ยนได้ตลอดเวลา แต่ Logic Model ที่ถูกต้องจะอยู่ติดตัวเพื่อนๆ ไปทุกแพลตฟอร์ม นี่คือสิ่งที่ทำให้นักการตลาดที่มี AI Thinking ต่างจากคนที่แค่ใช้ AI เป็นหรือเซฟ Prompt ไว้เป็นพัน

เนื้อหาคอร์สครอบคลุมตั้งแต่วิธีคิดแบบ AI Thinking, การ Break Down ปัญหาให้ AI ทำงานได้, การออกแบบ Workflow ที่ผสม AI กับมนุษย์อย่างลงตัว ไปจนถึงการลงมือสร้าง GPTs และ Gem ตัวแรกของตัวเองในคลาสเรียน AI Thinking สอนสร้าง AI รุ่น 3

เรียนวันเสาร์ที่ 27/6/2026 เริ่ม 9:30-15:30 น. สถานที่อาคารพร้อมพันธุ์ ลาดพร้าว ซ.3 เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดิน หรือถ้าขับรถมาก็มีที่จอดรถมากมาย

ค่าเรียนคนละ 8,000 บาท (ไม่รวม vat) เป็นค่าสนับสนุนสถานที่ รับจำกัดรุ่นละไม่เกิน 20 คน สนใจอ่านรายละเอียดและสมัครก่อนเต็มได้ที่ลิงก์นี้ครับ >> https://forms.gle/8d76UkYTpjgSHMgC6

เจ้าของเพจการตลาดวันละตอน อาจารย์พิเศษวิชา Data-Driven Communication เขียนหนังสือมาแล้ว 7 เล่ม Personalized Marketing, Data-Driven Marketing, Data Thinking, Contextual Marketing, Social Listening, CRM และ ขายดีขึ้นร้อยเท่ากับการตลาดร้อยตอน และที่ปรึกษาด้านการตลาด Data-Driven Advisor

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *