AI Thinking คือหัวใจของการสร้าง GPTs ที่ใช้งานได้จริง
ก่อนจะลงมือกดสร้าง GPT ผมอยากให้เพื่อนๆ ทำความเข้าใจคำว่า AI Thinking ก่อน เพราะมันคือกระดูกสันหลังของบทความนี้ทั้งหมดครับ
AI Thinking หรือการคิดแบบใช้ AI เป็นพาร์ทเนอร์ทำงาน คือวิธีคิดที่เริ่มจากการตั้งโจทย์ว่า ปัญหานี้สามารถ Break Down ออกมาเป็นชุดคำสั่งที่ทำซ้ำได้หรือไม่ ถ้าได้ AI ทำได้ดีตรงไหน มนุษย์ต้องทำเองตรงไหน และผลลัพธ์ที่ดีหน้าตาเป็นยังไง
ผมชอบเปรียบเทียบว่า Design Thinking ทำให้เราเข้าใจ User ส่วน AI Thinking ทำให้เราเข้าใจว่าจะทำให้ AI เข้าใจ User ของเราได้อย่างไรครับ มันไม่ใช่เรื่องของ Prompt ที่ดีอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ System Design ที่ดีมากกว่า
ห้ามใส่ข้อความบนภาพ ห้ามเปลี่ยนสีสินค้า ห้ามเปลี่ยนรูปทรงของ Packaging ระบุ Forbidden List ให้ชัด AI จะทำตามได้ดีครับ ในทางกลับกันถ้าไม่บอกห้าม AI จะคิดว่าทำได้ทุกอย่าง
ติ๊กเปิด Image Generation ซึ่งจำเป็นสำหรับ Use Case นี้, Web Browsing ปิดได้ถ้าไม่ใช้, Code Interpreter ปิดได้เช่นกัน เปิดเฉพาะที่จำเป็น GPT จะทำงานเร็วและตรงประเด็นกว่า
Step 6 ตั้ง Conversation Starters
เป็นปุ่มกดสำเร็จรูปสำหรับคำถามที่ User น่าจะพิมพ์ ตัวอย่างเช่น แปลงภาพสินค้านี้เป็น 3D Isotype พร้อม Emoji หรือ สร้างภาพ Product Hero พร้อมพลุ Emoji 4 แบบ ตั้งไว้สัก 3-4 ปุ่มก็พอครับ
Step 7 Test แล้ว Publish
ทดสอบใน Preview Window ฝั่งขวาก่อน ลองอัปโหลดภาพจริง ดู Output ที่ได้ ปรับ Instructions จนพอใจ แล้วกด Save เลือก Visibility เป็น Only Me, Anyone with the Link, หรือ Everyone ตามความเหมาะสม ทีมภายในใช้ก็เลือก Anyone with the Link พอครับ
Case Study สร้าง GPT แปลงภาพสินค้าเป็น 3D Isotype พร้อม Emoji ระเบิด
มาถึงตัวอย่างที่ผมสัญญาไว้ตอนเปิดบทความครับ สมมุติว่าเพื่อนๆ มีแบรนด์เครื่องสำอางหรือแบรนด์อาหาร อยากได้ภาพสินค้าน่ารักๆ ในสไตล์ 3D Isotype เพื่อโพสต์ Social Media โดยที่ไม่ต้องกวน Designer ทุกครั้งที่ออกสินค้าใหม่
# Role
You are a 3D Isotype illustrator. Always reply to the user in Thai.
Keep common English marketing terms (Isotype, Emoji, Variation,
Output) as-is.
# Task
Create 4 cute 3D Isotype images of the user's product, with emojis
bursting outward like fireworks.
# Style
- 3D Isometric perspective, 30-degree angle, kawaii mood
- Soft pastel background, different color in each variation
- 8-12 emojis matching the product category (food, beauty, tech)
- Product must look exactly like the source photo
- 1:1 aspect ratio, no text or logos on the image
# Workflow
1. Greet the user and ask them to upload product photos from their
mobile phone, requesting multiple angles (front, side, top, back)
2. Wait until photos are received. Never generate anything before
3. Confirm what the product is, then ask for preferred color theme
4. Generate exactly 4 variations
5. Ask if the user wants to refine any of them
# Never
- Generate images before photos are uploaded
- Change product shape, color, or packaging
- Use realistic photo style or add text on the image
จุดสำคัญที่ผมอยากให้เพื่อนๆ สังเกตคือผมเขียน Instructions เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด เพราะ AI เข้าใจ Instructions ภาษาอังกฤษได้แม่นยำกว่าครับ แต่ User สามารถพิมพ์คุยกับ GPT เป็นภาษาไทยได้ปกติ AI จะตอบกลับเป็นภาษาไทยให้เอง
อีกจุดที่สำคัญคือผมระบุชัดว่า Always generate exactly 4 variations per request เพื่อให้ GPT ส่งภาพมา 4 แบบทุกครั้ง โดยที่ User ไม่ต้องคอยพิมพ์ขอใหม่ ตรงนี้แหละครับคือ Power ของการเขียน Instructions ที่ดี เพราะ AI จะทำตามคำสั่งที่ชัดเจน
ที่ผมแนะนำเพิ่มอีกอย่างคือใน Knowledge Base ให้อัปโหลดภาพ Isotype ตัวอย่าง 5-10 ภาพ ที่เป็น Style ที่เราชอบจริงๆ ครับ AI จะเรียนรู้จาก Visual Reference เหล่านี้ และส่งผลลัพธ์ที่ใกล้กับ Style ที่เราต้องการมากขึ้น
ตัวอย่าง Use Case ที่นักการตลาดไทยเอาไปต่อยอดได้
ถึงตรงนี้เพื่อนๆ อาจจะคิดว่า GPT แปลงภาพสินค้าเป็น Isotype มันใช้กับ Use Case ไหนได้บ้าง ผมยกตัวอย่างให้ดูสัก 3 รูปแบบที่นักการตลาดไทยน่าจะเอาไปคิดต่อได้ทันทีครับ
นับจากนี้ไปการเป็นนักการตลาดที่ดีจะไม่ได้วัดกันที่ Portfolio Campaign อย่างเดียวอีกต่อไปครับ แต่จะวัดกันที่ AI Assistant ที่เราสร้างขึ้นมาช่วยทำงาน วัดกันที่ Workflow ที่เรา Automate ได้ และวัดกันที่เวลาที่เรา Save เพื่อเอาไปคิดงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น
ดังนั้นคำถามคือแบรนด์ของเพื่อนๆ พร้อมแล้วหรือยังที่จะมี AI Assistant เป็นของตัวเอง ถ้าพร้อม ก็ลองเปิด ChatGPT แล้วเริ่มสร้าง GPT ตัวแรกตามขั้นตอนในบทความนี้ดูครับ พรุ่งนี้เพื่อนๆ จะรู้สึกว่าตัวเองทำงานเร็วขึ้นแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน และนั่นแหละครับคือจุดเริ่มต้นของการเป็นนักการตลาดที่มี AI Thinking ติดตัวจริงๆ
ถ้าอยากเรียน AI Thinking สอนสร้าง AI ด้วย ChatGPT/Gemini/Colilot
สำหรับเพื่อนๆ ที่อ่านบทความนี้จบแล้วรู้สึกว่ายังอยากเข้าใจ AI Thinking ให้ลึกและเป็นระบบกว่านี้ ผมทำคอร์สเรียนชื่อ AI Thinking สอนสร้าง AI ผ่าน ChatGPT, Gemini และ Copilot ที่ผมตั้งใจออกแบบมาเพื่อนักการตลาดและคนทำงานที่อยากสร้าง AI เพื่อทำงานแทนตัวเองได้จริงๆ โดยที่ไม่ต้องพิมพ์ Prompt ใหม่ทุกครั้ง และยังสามารถส่ง AI ตัวนี้ให้คนอื่นใช้งานเราในเวอร์ชั่น AI ได้อีกด้วย
เนื้อหาคอร์สครอบคลุมตั้งแต่วิธีคิดแบบ AI Thinking, การ Break Down ปัญหาให้ AI ทำงานได้, การออกแบบ Workflow ที่ผสม AI กับมนุษย์อย่างลงตัว ไปจนถึงการลงมือสร้าง GPTs และ Gem ตัวแรกของตัวเองในคลาสเรียน AI Thinking สอนสร้าง AI รุ่น 3
FacebookFacebookXXLINELineในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า AI อาจเคยถูกเข้าใจว่าเป็นเพียงเครื่องมือช่วยตอบคำถาม ช่วยเขียนข้อความ หรือช่วยสรุปข้อมูลให้เร็วขึ้น แต่จากอัปเดตล่าสุดของ Google ในช่วงเดือนเมษายน 2026 ภาพของ AI กำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เพราะ Google ไม่ได้พูดถึง AI ในฐานะ Chatbot อีกต่อไป แต่กำลังวาง AI ให้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการทำงาน การเรียนรู้ การสร้างสรรค์ และการใช้ชีวิตในระดับที่ลึกกว่าเดิม บทความนี้จะพามาดู AI Update Google ทำอะไรกับ AI ในปี 2026 สรุปอัปเดตใหญ่ที่ต้องรู้ AI สำหรับองค์กร เมื่อ Google กำลังผลักดันโลกเข้าสู่ยุค AI Agent ภาพใหญ่ที่สุดของ AI Update ครั้งนี้คือการที่ Google กำลังผลักดันโลกเข้าสู่สิ่งที่เรียกว่า Agentic Era หรือยุคของ AI Agent ซึ่งหมายถึง AI […]