โดย Keys of succes ของการจัดทำธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ ที่พวกเราจะต้องพิจารณามี 5 ข้อหลัก ได้แก่
Top-Down, Bottom-up Strategy: การบูรณาการต้องเป็นกระบวนการที่พิจารณาทุกภาคส่วนตั้งแต่ต้นทางที่มีการใช้งาน AI จนกระทั่งถึงปลายทาง
กรอบการใช้งานธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ จะต้องสร้างมาเพื่อส่งเสริมให้เกิดการสร้างนวัตกรรม หรือ Product อย่างเหมาะสมได้ (ไม่ใช่สร้างมาเพื่อให้ทำงานยากขึ้น– แต่สร้างกรอบเพื่อ Support ให้การใช้งาน AI เป็นไปด้วยความถูกต้อง ปลอดภัย)
Standard of Quality: ให้มาตรฐานทางคุณภาพเป็นสิ่งสำคัญที่นำไปใช้ในกระบวนการการวิเคราะห์ข้อมูล และการใช้งาน ML Model
Model Management: มีกระบวนการในการติดตาม การทำ Testing และการประเมินความสามารถของ AI อย่างต่อเนื่องในด้านการตอบโจทย์ของงาน หรือการตอบโจทย์ด้านธุรกิจ
Tranperency-Responsible: เนื่องจากตัว AI เป็นสิ่งที่มีผลกระทบต่อบุคคลในวงกว้างได้ จึงต้องมีการให้ความสำคัญในเรื่องของความโปร่งใส ตรวจสอบ และสามารถอธิบายขั้นตอนการทำงานหรือที่มาที่ไปได้ด้วย^^
Keys to defining successful AI Governance (source)
ซึ่งจาก Keys of sucess ทั้ง 5 ข้อนั้น เราจะใช้ในการกำหนดกรอบและนโยบายและหลักการของ AI Governance ที่เป็นชุดของหลักการที่มุ่งส่งเสริมให้การนำ AI มาใช้เป็นไปอย่างมีจริยธรรม โปร่งใส และโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการทำ Digital Marketing สิ่งที่บริษัทหรือองค์กรจะต้องกำหนดกรอบและพิจารณาถึง ในการใช้ AI เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้า ในการทำการตลาดต้องครอบคลุมตาม Strategies ต่อไปนี้
การกำหนดกรอบและหลักการของ AI Governance
#1 ความรับผิดชอบตามกรอบ AI Governance
หลักการความรับผิดชอบ (Responsibility) มุ่งเน้นให้การนำ AI มาใช้เป็นไปอย่างมีความรับผิดชอบ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม หลักการนี้ครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ เช่น
ความโปร่งใส: ข้อมูลและอัลกอริทึมของ AI ควรเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและประเมินผลกระทบได้
ความยุติธรรม: AI ควรถูกนำไปใช้อย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด ๆ
ความปลอดภัย: AI ควรถูกนำไปใช้อย่างปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลหรือสิ่งแวดล้อม
ความเป็นส่วนตัว: ข้อมูลส่วนบุคคลที่ใช้ในการพัฒนาและใช้งาน AI ควรได้รับการคุ้มครอง
หลักการความโปร่งใส (Transparency) มุ่งเน้นให้กระบวนการพัฒนา และใช้งาน AI เป็นไปอย่างโปร่งใส ตามหลักการของ AI Governance เพื่อให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถตรวจสอบและประเมินผลกระทบได้ ซึ่งหลักการนี้ครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ เช่น
ความโปร่งใสของข้อมูล: ข้อมูลที่ใช้ในการพัฒนาและใช้งาน AI ควรได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบว่าข้อมูลนั้นมีความถูกต้องและเชื่อถือได้
ความโปร่งใสของอัลกอริทึม: อัลกอริทึมของ AI ควรได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบว่าอัลกอริทึมนั้นทำงานอย่างไร และก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคมอย่างไร
ความโปร่งใสของการกำกับดูแล: กระบวนการกำกับดูแล AI ควรมีความโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบว่า AI นั้นถูกกำกับดูแลอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่
ซึ่งในบริบทของการทำ Digital Marketing จะต้องหลีกเลี่ยงการใช้ AI ในการโฆษณาที่เลือกปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างชัดเจน เช่น การโฆษณาที่มุ่งเป้าไปที่ผู้บริโภคตามเชื้อชาติ ศาสนา เพศ หรือเพศสภาพ (เพื่อนๆ อาจเห็นว่าช่วงนี้มีประเด็นเรื่อง LGBT ที่ถือเป็นกลุ่มลูกค้าอีกกลุ่ม)
โดยการ Unfair จากการใช้งาน Generative AI สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น Unfair ที่เกิดจาก Bias ของ Dataset ที่ใช้กำหนดกลุ่มเป้าหมายของ Digital Marketing หรือ Unfair ที่เกิดขึ้นจากตัว Results จาก AI เลย เช่นการแบ่งกลุ่ม หรือทำ Clustering ของลูกค้า หรือแม้แต่การเลือกปฏิบัติโดยบริษัทที่ในการประยุกต์ใช้ AI เฉพาะกับลูกค้าบางกลุ่มเท่านั้น
แล้วสิ่งที่ควรทำคืออะไรล่ะ เพื่อให้เป็นไปตามกรอบธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์,,,, คำตอบก็คือ o(*^▽^*)┛ บริษัทจะต้องดำเนินการเพื่อหลีกเลี่ยงการเลือกปฏิบัติในเชิง Digital marketing ด้วยการใช้ข้อมูลที่เป็นตัวแทนของประชากรทั้งหมดในการ Training AI หรือทำ Analytics และเลือกใช้ ML Model โดยคำนึงถึงเรื่องการลด Bias ของจากชุดข้อมูล ร่วมกับการสร้างนโยบายและกระบวนการที่ป้องกันการเลือกปฏิบัติ
#4 ความปลอดภัย: Safety
และอีกกรอบ AI Governance หนึ่งที่มีความสำคัญมากๆ คือเรื่องของหลักการความปลอดภัย (Safety) ที่มุ่งเน้นให้การนำ AI มาใช้เป็นไปอย่างปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคล สังคมวงกว้างหรือสิ่งแวดล้อม โดยหลักการนี้ครอบคลุมจะต้องประเด็นต่างๆ ได้แก่
เขียนเรื่อง AI กันมาหลายบทความเลยค่ะ = > ในบทวามนี้นิกเลยอยากอธิบายนิยามของคำว่า AI หรือปัญญาประดิษฐ์เพิ่มเติมว่า คือเทคโนโลยีที่จะทำให้เครื่องจักร หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้สามารถเลียนแบบความสามารถของมนุษย์ได้ เช่น การเข้าใจสิ่งที่เห็น (Image procession) หรือการให้ AI พยายามเข้าใจบริบทของสิ่งต่างๆ จึงเป็นที่มาของคำว่า “ปัญญาประดิษฐ์” คือเป็นความรู้ ความสามารถที่ถูกสร้างขึ้น ซึ่งหลักการที่ใช้ในปัจจุบันมักเป็นหลักการทางการคำนวณทางสถิติ และคณิตศาสตร์
และในบทความนี้นิกหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนๆ จะได้ความเข้าใจเพิ่มเติมในเรื่องของธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Governance เพื่อการเป็นไอเดียในการใช้งานข้อมูลจากฐานข้อมูลต่างๆ ไปประยุกต์ร่วมกับ Generative AI เพื่อใช้ในงานด้านการตลาด และการทำ Digital Marketing อย่างถูกต้องตามกรอบ และปลอดภัยต่อผู้บริโภค/สังคมกันนะคะ
Hi, I am Nick,,,,Panaya Sudta (●'◡'●)
Engineer during the daytime. Researcher at night. Reader in spare time. (❁´◡`❁) วิศวกร/นักวิจัย/ Market research ค่ะ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้แชร์มุมมองกันนะคะ