ทุกวันนี้ เวลาจะคุยกับลูกค้า ไม่ว่าแบรนด์เล็กหรือใหญ่ แทบทุกคนต้องมี “ห้องแชท LINE” อยู่ในลิสต์การสื่อสารใช่ไหมค่ะ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ห้องแชทไม่ได้เป็นแค่ช่องทางแชท–ขายของอีกต่อไปแล้ว แต่กำลังกลายเป็นสังเวียนโฆษณา ที่มีพลังมากพอจะเปลี่ยนเกมธุรกิจได้จริง
จากงาน AdSight Talk 2025 ที่ LINE for Business จัดขึ้น เราได้เห็นชัดเจนว่า LINE Ads กำลังเป็น “ระบบนิเวศโฆษณา” ที่ตอบทั้งแบรนด์และพฤติกรรมผู้บริโภคไทยได้ครบวงจรค่ะ
ทำไมต้องรู้? Insight ที่บอกอนาคตการตลาด
การตลาดสมัยนี้เดินหน้าไปไกลกว่าการแข่งกันโปรยโฆษณาให้คนเห็นเยอะ ๆ ค่ะ สิ่งที่ถูกพูดถึงมากกว่ากลับคือคำถามที่ว่า “แล้วเงินที่ใช้ไป ได้ผลลัพธ์จริงแค่ไหน?” เพราะสิ่งที่แบรนด์มองหาตอนนี้คือ ประสิทธิภาพของงบ (Efficiency) และการแปลงลูกค้า (Conversion) ที่วัดออกมาเป็นผลลัพธ์จับต้องได้
ในปีที่ผ่านมา เราได้เห็น SME ไทย หลายเจ้าขยับเข้ามาใช้ LINE Ads กันมากขึ้นแบบจริงจัง โดยอาศัยเครื่องมือใหม่ ๆ อย่าง Business Manager เครื่องมือจัดการข้อมูล แชร์กลุ่มเป้าหมายระหว่าง LINE OA และ LINE Ads ไปจนถึง Conversion Tracking มาช่วยจัดการและติดตามพฤติกรรมลูกค้ากลุ่มเป้าหมายจาก Action ที่เกิดขึ้นทั้งจากร้านค้าบน MyShop และหน้าเว็บไซต์
ผลที่ออกมาน่าทึ่งทีเดียวค่ะ เพราะธุรกิจเหล่านี้ทำให้ ROAS กระโดดสูงขึ้นเฉลี่ยถึง 4 เท่า ซึ่งพูดง่าย ๆ คือโฆษณาที่เคยได้แค่การมองเห็น กลายเป็นการลงทุนที่สร้างยอดขายได้จริง
เจาะเทรนด์การใช้ LINE Ads ของธุรกิจไทย
เมื่อรู้แล้วว่า LINE Ads ช่วยเพิ่ม ROAS ได้จริง คำถามต่อมาคือ “แล้วตอนนี้ธุรกิจไทยกำลังใช้มันในทิศทางไหนกันบ้าง?”
1. Beauty & Wellness On Top กลุ่มความงามและสุขภาพโตแรง
เวลามองไปที่อุตสาหกรรมที่ใช้ LINE Ads เยอะที่สุดในปีนี้ แชมป์ยังคงเป็น กลุ่มความงาม & สุขภาพ ที่โตขึ้นถึง 18% เพราะพฤติกรรมคนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพและความสวยความงามมากขึ้นทุกปี ไม่ว่าจะเป็นสกินแคร์ คลินิกความงาม หรืออาหารเสริม ต่างก็เลือก LINE Ads เป็นเครื่องมือหลักในการเข้าถึงลูกค้า
ถัดมาในอันดับสองคือ กลุ่มช้อปปิ้ง ที่โต 15% ครอบคลุมทั้งค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซ ซึ่งสะท้อนชัดเจนว่าคนไทยยังอินกับการช้อปออนไลน์ และยังคงเสพติดโปรโมชันกับความสะดวกเหมือนเดิม เวลาเจอโฆษณาบน LINE แล้วกดสั่งได้ทันที เลยเป็นหมวดที่ไม่มีใครอยากพลาดค่ะ
ส่วนอันดับสามเป็นของกลุ่มยานยนต์ ที่โต 9% แม้จะไม่ได้สูงเท่ากลุ่มอื่น แต่ก็น่าจับตา เพราะการเปิดตัวรถใหม่และเทคโนโลยีล่าสุดผลักให้แบรนด์ต้องหันมาใช้ LINE Ads เป็นเครื่องมือเร่งสร้างการรับรู้และสื่อสารกับลูกค้าแบบทันทีทันใด
2. Video is the Language วิดีโอ = ภาษาที่ผู้บริโภคเชื่อถือ
คอนเทนต์ที่มาแรงที่สุดตอนนี้คือ วิดีโอ ค่ะ การใช้โฆษณาวิดีโอบน LINE พุ่งแรงถึง 75% เพราะผู้บริโภคไม่ได้อยากอ่านแค่ข้อความหรือดูภาพนิ่งอีกแล้ว แต่เขาอยาก “เห็นของจริง” ผ่านรีวิว เดโม หรือคลิปสั้น ๆ ที่เล่าเรื่อง
สามกลุ่มที่ใช้วิดีโอแล้วผลลัพธ์ดีมากคือ ช้อปปิ้ง, เกม และความงาม เพราะสินค้าพวกนี้ถ้าลูกค้าได้เห็นวิธีใช้หรือความสนุกแบบจับต้องได้ → แทบจะตัดสินใจทันที
3. Smart Channel Custom = ยิงแม่น + เห็นซ้ำ + แปลงผลลัพธ์ได้จริง
หนึ่งในฟอร์แมตที่โตแรงสุดบน LINE Ads คือ Smart Channel Custom ที่มีอัตราเติบโตสูงถึง 53% ด้วยตำแหน่งและรูปแบบโฆษณาอันโดดเด่น พร้อมจุดเด่นที่สามารถเลือกยิงไปหากลุ่มเป้าหมายตามความสนใจได้ละเอียด ควบคุมความถี่ และต่อเนื่องได้นานสูงสุด 30 วัน ทำให้คนเห็นซ้ำจนจำได้
ที่สำคัญ ถ้าใช้ควบคู่กับ Custom Audience ผลลัพธ์จะดียิ่งขึ้นไปอีกค่ะ CTR เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 25% และ Conversion Rate สูงขึ้นอีก 13% พูดง่าย ๆ คือไม่ใช่แค่ยิงให้คนเห็น แต่ทำให้คนคลิกและซื้อจริงมากขึ้น
4. 222 Target Segments อาวุธใหม่เจาะพฤติกรรมคน
ตรงนี้คือของเด็ดค่ะ LINE Ads ตอนนี้มีให้เลือกมากกว่า 222 กลุ่มเป้าหมาย ที่เจาะลึกสุด ๆ ตั้งแต่พฤติกรรมใน LINE OA, ความสนใจใน OpenChat, ความตั้งใจช้อปใน LINE SHOPPING ไปจนถึงการอ่านคอนเทนต์บน LINE TODAY พูดง่าย ๆ คือ แบรนด์สามารถยิงโฆษณาได้ตรงกับ “พฤติกรรมจริง” ของคน ไม่ต้องเดาเหมือนเมื่อก่อนแล้วว่าคนสนใจอะไร
ซึ่งตอนนี้กลุ่มที่ใช้หนักสุดยังคงเป็น Beauty, Shopping, Automotive แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เทคโนโลยี การเงิน อสังหาฯ และท่องเที่ยว ก็กำลังทยอยเข้ามาเช่นกัน แสดงให้เห็นว่า LINE Ads ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สินค้า mass อีกต่อไป แต่กำลังถูกใช้ในธุรกิจที่มีมูลค่าสูงและต้องการการตัดสินใจซับซ้อนอีกด้วยค่ะ
Roadmap ต่อไปที่ต้องจับตา
LINE ยังเตรียมโร้ดแมปใหม่ที่จะยกระดับเกมโฆษณาให้ทั้งฉลาดขึ้น เร็วขึ้น และทรงพลังขึ้นกว่าเดิม ผ่านการเดินหน้าพัฒนาประสิทธิภาพใน 3 ด้าน ไม่ว่าจะเป็น…
1. AI Creative Lab เครื่องมือช่วยประหยัดเวลา & งบ Creative
LINE เตรียมปล่อยชุดฟีเจอร์ AI ที่ช่วยให้แบรนด์ทำครีเอทีฟง่ายขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็น Text-to-Image ที่พิมพ์คำสั่งแล้วได้ภาพเลย, AI Expand ที่ขยายรูปให้ออกมาสวยเป๊ะในทุกขนาด หรือ Background Remover ที่ลบฉากกวนใจออกทันที จากเดิมที่ต้องเสียเงินเสียเวลาไปกับการจ้างหรือแก้ไฟล์ ตอนนี้ทำเองได้ไว ประหยัดต้นทุนไปอีกเยอะ
2. Target ROAS & Max Conversion Value ยิงแบบไม่ต้องเดา
ยุคใหม่ของ LINE Ads กำลังไปไกลกว่าแค่ “ทำให้คนกด” เพราะแบรนด์สามารถตั้งเป้า ROAS (Return on Ad Spend) ที่ต้องการได้เลย แล้วให้ระบบช่วย Optimize ให้อัตโนมัติ ช่วยหาลูกค้าที่สร้างมูลค่าซื้อสูงสุด ได้เลย
3. Chat Ads กลายเป็น Game Changer ของ Chat Commerce
นี่คือฟีเจอร์ที่หลายแบรนด์รอคอย เพราะต่อไปเวลาเจอโฆษณาแล้วกดปุ๊บ ผู้ใช้จะเด้งเข้าห้องแชททันที โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนกดเพิ่มเพื่อนก่อนอีกแล้ว ทำให้การขายผ่านแชทเร็วขึ้นหลายเท่า เหมือนเปิดทางลัดจากโฆษณา → แชท → ปิดการขายในทันที
ทั้งหมดนี้คือก้าวต่อไปที่บอกชัดว่า LINE Ads กำลังจะเป็น “เครื่องจักรการตลาดครบวงจร” ที่ช่วยทั้ง สร้างครีเอทีฟไวขึ้น, คุม ROI แม่นขึ้น, และขายจบในแชทได้ทันที
แล้วนักการตลาดควรทำยังไง? กลยุทธ์ต่อยอดจาก Insight
สิ่งที่เราได้จากอินไซต์ทั้งหมดนี้ คือภาพรวมที่สะท้อนว่า พฤติกรรมผู้บริโภคไทยกำลังเปลี่ยนแปลงแบบไหน และ ธุรกิจไทยกำลังใช้เครื่องมือโฆษณาอย่างไร ค่ะ และถ้าเรามองดี ๆ จะเห็นแนวทางที่สามารถหยิบไปปรับใช้ได้ทันที
Efficiency ก่อน Reach ลองนึกภาพสนามแข่งที่ทุกคนมีลูกศรคนละกำมือ สิ่งสำคัญไม่ใช่ใครขว้างได้แรงที่สุด แต่คือใครเล็งเป้าแม่นที่สุด LINE Ads ก็กำลังบอกเราว่า เกมโฆษณาวันนี้คือเรื่องของความคุ้มค่าและความแม่นยำ ไม่ใช่การโปรยหว่านแบบเดิมอีกต่อไป สำหรับ SME หรือแบรนด์ที่งบจำกัด การโฟกัสที่เครื่องมือวัดผลและการ Optimize คือจุดเริ่มต้นที่ควรให้ความสำคัญค่ะ
วิดีโอคือ Must-have Content เทรนด์วิดีโอที่พุ่งสูงขึ้นถึง 75% ก็คือสัญญาณว่า ผู้บริโภคอยาก “เห็นของจริง” มากกว่าคำบอกเล่า คำถามคือแบรนด์ของเราเล่าเรื่องผ่านภาพและเสียงได้ชัดพอหรือยัง? ถ้ายัง นี่คือเวลาที่ต้องเริ่มทดลองทำคอนเทนต์รีวิว เดโม หรือเล่าเรื่องผ่านคลิปสั้น ๆ ที่จับใจ
เล่นเกมระยะยาวด้วย Smart Channel Custom CTR ที่เพิ่มขึ้น 25% และ Conversion ที่สูงขึ้นอีก 13% มาจากการที่ผู้บริโภคได้เห็นโฆษณาซ้ำ ๆ จนจำได้ เพราะการตลาดไม่ใช่การยิงแล้วหวังผลทันทีเสมอไปค่ะ แต่คือการสร้างจังหวะให้ลูกค้าเจอเราซ้ำ ๆ จนเกิดการตัดสินใจ
เข้าใจคนด้วย Target Segments 222 กลุ่มเป้าหมาย สะท้อนว่าการตลาดกำลังเข้าสู่ยุค “Behavior-based Marketing” ใครที่เข้าใจและเลือก Segment ได้ลึกกว่าคู่แข่ง จะเข้าถึงลูกค้าได้ตรงใจมากกว่าค่ะ คำถามคือ เรารู้จักคนของเราดีพอที่จะเลือกเส้นทางเดินให้ตรงที่สุดหรือยัง?
เตรียมตัวรับ Roadmap ใหม่ให้ทัน AI Creative, Target ROAS, และ Chat Ads คืออนาคตของการโฆษณาบน LINE ถ้าเราเริ่มทดลองก่อนคู่แข่ง แบรนด์จะได้ Learning Curve ที่นำหน้า และพร้อม Scale ให้คุ้มค่าที่สุดเมื่อฟีเจอร์เหล่านี้ถูกใช้อย่างแพร่หลาย
สรุป อินไซต์ LINE Ads 2025 เจาะรูปแบบโฆษณายอดนิยมที่แบรนด์และผู้บริโภครัก
สิ่งที่โอปออยากฝากไว้หลังจากอ่าน Insight ทั้งหมดนี้ก็คือ โลกของการตลาดกำลังเปลี่ยนไปแบบที่เราไม่อาจมองแค่ “ตัวเลข Reach” เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้วค่ะ เพราะทุกแพลตฟอร์ม รวมถึง LINE Ads เอง ต่างกำลังพิสูจน์ว่าแบรนด์ที่อยู่รอดคือแบรนด์ที่เข้าใจ Efficiency, Conversion และการใช้ทุกบาทอย่างมีเป้าหมายชัดเจนมากกว่าแค่ยิงให้กว้างที่สุด
และท้ายที่สุด ในมุมของโอปอเองมองว่า ต่อไปนี้การตลาดยุคใหม่ คือ การใช้เครื่องมือที่ฉลาดขึ้น เพื่อพาเราไปโฟกัสสิ่งที่สำคัญที่สุดจริง ๆ นั่นคือ การเข้าใจคน และทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าแบรนด์คือคู่สนทนาที่เข้าใจพวกเขาจริง ๆ แล้วพบกันใหม่บทความหน้านะคะ :0)
บทความที่แนะนำให้อ่านต่อ