กลยุทธ์การตลาด โรซ่า ทำ CSV จากถุงยังชีพสู่โซลูชันเพื่อการฟื้นฟู

เวลาเกิดน้ำท่วมใหญ่ในไทย ภาพที่เราคุ้นเคยกันคือเรือท้องแบนลอยผ่านถนน น้ำท่วมสูงถึงเอวใช่ไหมคะ แน่นอนว่าสถานการณ์แบบนี้ ผู้ประสบภัยหลายครอบครัวต้องอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว และสิ่งที่หลั่งไหลเข้ามาเสมอก็คือ “ถุงยังชีพ” สัญลักษณ์ของความช่วยเหลือที่ส่งต่อจากน้ำใจคนไทยและองค์กรต่างๆ มานับครั้งไม่ถ้วน

แต่คำถามสำคัญคือ… แค่นั้นพอแล้วจริงหรือ?

ในทุกวิกฤติ เรามักจะคิดว่า “ส่งถุงยังชีพไปถึงมือผู้ประสบภัย = ภารกิจสำเร็จ” แต่ความจริงที่โรซ่าพบหลังทำงานกับ มูลนิธิกระจกเงา มูลนิธิองค์กรทำดีของคุณบุ๋ม ปนัดดา และ ทีมเจ็ทสกีจิตอาสา กลับไม่ง่ายแบบนั้นเลยค่ะ

  • โภชนาการไม่ครบและซ้ำซาก อาหารส่วนใหญ่เป็นของแห้ง พลังงานสูง แต่สารอาหารไม่พอ ทำให้ร่างกายฟื้นตัวช้า และยังสร้าง “menu fatigue” ที่กดดันจิตใจผู้รับ
  • อาหารที่ต้องปรุง = ภาระ เพราะในพื้นที่น้ำท่วมหรือไฟดับ การเข้าถึงน้ำสะอาดหรือเตาแก๊สแทบเป็นไปไม่ได้
  • หมดอายุ/เสียหายระหว่างขนส่ง การโลจิสติกส์ในภาวะวิกฤติทำให้ของดี ๆ บางครั้งถึงมือผู้รับไม่ทัน
  • ไม่ตอบโจทย์ผู้รับทุกกลุ่ม ซึ่งศาสนา ช่วงวัย ข้อจำกัดทางสุขภาพ มักถูกมองข้าม เช่น อาหารไม่ใช่ฮาลาล หรือเด็กเล็กกินไม่ได้
  • ปัญหาขยะซ้ำเติมวิกฤติ บรรจุภัณฑ์จำนวนมหาศาลสร้างภาระใหม่ เพราะระบบจัดการขยะมักล่มในสถานการณ์ฉุกเฉิน
AI image generated by Shutterstock (Prompt : cinematic shot of elderly man seated alone on a wooden stilt house, holding a rice box, gazing at it with disinterest, flooded landscape all around, cloudy sky, melancholic tone, film still composition, natural lighting –ar 16:9)

คุณสุวิทย์ วังพัฒนมงคล ผู้บริหารฝ่ายการตลาดของโรซ่า เล่าว่า “หลายครั้งที่เราเห็นอาหารดี ๆ กลับถูกทิ้งหลังวิกฤติ เพราะผู้ประสบภัยบางกลุ่มไม่สามารถกินได้ หรือแม้กระทั่งระหว่างทาง การส่งของบริจาคโดยเฉพาะอาหารสด ยังไม่ทันถึงปลายทางอาหารด้านในก็หมดอายุ”

เมื่อข้อมูลจากพื้นที่จริงมารวมกับความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร โรซ่าจึงร่วมกับ VML Thailand สร้าง Food Solution เพื่อการฟื้นฟู ภายใต้ชื่อ “ถุงยังพร้อม” ที่ไม่ใช่แค่หยิบอาหารใส่ถุง แต่คือ แพ็กเกจความอิ่มที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นคืนพลังทั้งกายและใจ ตั้งแต่เมนู โภชนาการ บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงการเข้าถึงผู้รับจริง ๆ

กลยุทธ์การตลาด โรซ่า
  1. พร้อมทานทันที ไม่ต้องใช้น้ำ/ไฟ/อุปกรณ์
  2. ครบ 3 วัน 9 มื้อ คุมแคล ไขมัน น้ำตาล โซเดียมตามคำแนะนำ
  3. เมนูหลากหลาย ลด “menu fatigue” เช่น โจ๊กไก่ ข้าวทูน่า ข้าวไรซ์เบอร์รี่กับเมนูไก่ ฯลฯ
  4. ครอบคลุมทุกกลุ่ม คำนึงถึงช่วงวัย/ศาสนา (รวมถึงฮาลาล)
  5. ตัวถุงถูกออกแบบมาเพื่อรับมือสถานการณ์จริง กันน้ำได้ 100% ป้องกันไม่ให้อาหารเสียจากความชื้นหรือการลุยน้ำ และยังมีถุงสำหรับแยกขยะมาให้ในตัว เพื่อช่วยลดปัญหาขยะในพื้นที่ที่จัดการได้ยาก
  6. แนวทางเชิงรุก เตรียมสต็อก/เส้นทางล่วงหน้า เพื่อเข้าถึงพื้นที่เร็วเมื่อเกิดเหตุ

ล่าสุด “ถุงยังพร้อม” ได้ถูกส่งมอบให้มูลนิธิองค์กรทำดี เพื่อนำไปใช้ในสถานการณ์จริงแล้ว โดยเฉพาะกับเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจตระเวนชายแดน ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อช่วยเติมพลังงานและใจให้พวกเขาในวันที่ชีวิตปกติของพวกเขาหยุดชะงัก

โรซ่าไม่ได้มอง “ถุงยังพร้อม” เป็นแค่โครงการ CSR แบบทำปีละครั้งแล้วจบ แต่คิดลึกไปกว่านั้นว่า เราจะช่วยสังคมในแบบที่ใช้จุดแข็งของแบรนด์ได้สูงสุด ผลลัพธ์คือการสร้างโซลูชันที่ทำให้ผู้ประสบภัย “อิ่มได้ ฟื้นได้ และใช้ชีวิตต่อได้” ในวันที่ยากที่สุด และในเวลาเดียวกันก็ยกระดับแบรนด์ให้เป็นตัวจริงด้าน Food Solution ที่พร้อมในทุกสถานการณ์

สิ่งที่ทำให้ “ถุงยังพร้อม” แตกต่าง คือโรซ่าลงไปฟังเสียงหน้างานจริง ๆ จากมูลนิธิและทีมอาสา และได้รับ pain point ที่เกิดขึ้นจริง เช่น เมนูที่ต้องปรุงกลายเป็นภาระแทนที่จะช่วยได้ โซลูชันจึงเกิดจากความเข้าใจปัญหาที่แท้จริง เกิดเป็นอาหารต้องพร้อมกินทันที ปลอดภัย และให้สารอาหารครบสำหรับการฟื้นตัว

กลยุทธ์การตลาด โรซ่า

แทนที่จะทำหลายชุดหลายแบบ “ถุงยังพร้อม” ถูกออกแบบตั้งแต่ต้นให้ทุกคนกินได้ ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีข้อจำกัดด้านศาสนา เช่น ฮาลาล จุดนี้ทำให้โรซ่าช่วยได้ครอบคลุมกว่า และลดความซับซ้อนในการผลิตและกระจายของในภาวะวิกฤติ

ความตั้งใจของโรซ่าถูกซ่อนอยู่ในทุกดีเทลของบรรจุภัณฑ์ “ถุงยังพร้อม” ออกแบบให้ กันน้ำ 100% เพื่อปกป้องอาหารจากน้ำท่วม และมี ถุงขยะแยกในตัว เพื่อลดปัญหาขยะในพื้นที่ที่ระบบจัดการล่ม ดีไซน์ที่ตอบโจทย์นี้ไม่ได้แค่ทำหน้าที่เชิงฟังก์ชัน แต่สื่อสารว่า “เราเข้าใจปัญหาจริง ๆ และคิดมารอบด้าน” โดยไม่ต้องพูดสักคำ

กลยุทธ์การตลาด โรซ่า

โรซ่ารู้ดีว่าโจทย์ใหญ่แบบนี้ทำคนเดียวไม่ได้ จึงเลือกทำงานร่วมกับ VML Thailand, มูลนิธิองค์กรทำดี, ทีมเจ็ตสกีจิตอาสา และหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ เพื่อให้การกระจายความช่วยเหลือเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด นี่คือจุดที่แบรนด์ไม่ได้เป็นแค่ “ผู้ให้” แต่กลายเป็นผู้ออกแบบระบบความช่วยเหลือด้วย

โรซ่าไม่ได้สื่อสารตัวเองแค่ในฐานะ “แบรนด์อาหาร” อีกต่อไป แต่เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็น “แบรนด์ที่พร้อมเสมอ” ในยามวิกฤติ การช่วยเหลือที่ลึกกว่าการ “ประทังชีวิต” ทำให้คนจดจำโรซ่าเป็น Top-of-Mind ในฐานะ “แบรนด์ที่เข้าใจและอยู่ข้างเรา” ในวันที่ยากที่สุด

เวลาเรามอง “ถุงยังชีพ” เรามักคิดถึงภาพการช่วยเหลือที่เต็มไปด้วยน้ำใจ แต่ “ถุงยังพร้อม” ทำให้โอปอได้เห็นมุมมองใหม่ค่ะ ว่า ความช่วยเหลือที่แท้จริงไม่ได้จบแค่การทำให้คน “อิ่ม” ในวันนี้ แต่ต้องช่วยให้เขา “ฟื้น” เพื่อเริ่มต้นวันพรุ่งนี้ได้ด้วย

สำหรับโอปอเอง โครงการนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของอาหารหรือบรรจุภัณฑ์ แต่มันคือ วิธีคิด ที่โรซ่าเลือกใช้ เริ่มจากปัญหาจริงที่หน้างาน แล้วเอาจุดแข็งของตัวเองมาสร้างโซลูชันที่ตอบโจทย์สังคมอย่างยั่งยืน เรียกได้ว่าเป็นตัวอย่างที่ดีมากสำหรับนักการตลาดและผู้บริหาร ที่กำลังมองหาวิธีสร้าง Impact ให้สอดคล้องกับ Purpose ของแบรนด์

ท้ายที่สุด อยากฝากให้ลองกลับไปมองธุรกิจของเราเองนะคะ ว่าเรามีจุดแข็งอะไรที่สามารถ “เปลี่ยนความช่วยเหลือ” ให้กลายเป็น “ความพร้อมเพื่อวันที่ไม่พร้อม” ได้บ้าง เพราะในวันที่สังคมต้องการเรา แบรนด์ที่พร้อมเสมอจะไม่เพียงสร้างความไว้ใจในวันนี้ แต่ยังกลายเป็นแบรนด์ Top-of-Mind ที่อยู่ในใจคนไปอีกนานค่ะ แล้วพบกันใหม่บทความหน้านะคะ :0)

บทความที่แนะนำให้อ่านต่อ

โอปอ Marketing Content Creator และ Data Insight Researcher ของการตลาดวันละตอน ⋆˚✿˖° ดีใจที่ได้แชร์เรื่องราวกับทุกคนค่ะ อย่าลืมยิ้มให้ตัวเองทุกวัน และฝากติดตามบทความต่อไปด้วยนะคะ ( 。•ㅅ•。)~✧

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *