การตลาด Pantene ฉีกตำรา Product Demo เปลี่ยน “เม็ดมะม่วง” เป็นอินฟลูเอนเซอร์ ดัน Organic Search โต 24%

หมดยุคโฆษณายาสระผมที่ต้องพึ่งนางแบบผมสลวยสวยเก๋แล้วครับ เพราะผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ซื้อภาพลักษณ์ที่ดูสมบูรณ์แบบจนเกินจริงอีกต่อไป และล่าสุดเคสที่กล้าที่จะฉีกกฎเดิม ๆ การตลาด Pantene ในประเทศจีน ถือเป็นแคมเปญสุดแหวกแนวที่เลือกหันมาหยิบของใกล้ตัวสุดแปลกอย่าง “เม็ดมะม่วง” มาทำ Product Demo จนกลายเป็นไวรัลถล่มทลาย มัดใจวัยรุ่น Gen Z และสร้างยอดขายจนน่าตกใจครับ

เมื่อความสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่คำตอบของคนรุ่นใหม่

ถ้าเรามองตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมในจีน ต้องบอกว่ามีการแข่งขันที่ดุเดือดมากครับ แบรนด์ข้ามชาติหลายรายพยายามยกระดับตัวเองสู่ความพรีเมียมขั้นสุด ในขณะที่แบรนด์ Local เลือกเจาะกลุ่ม Gen Z ด้วยคอนเทนต์ที่รวดเร็ว ดิบ และเข้าถึงง่ายกว่า สถานการณ์นี้ทำให้ Pantene ที่แม้จะมี Brand Awareness แข็งแกร่งมาอย่างยาวนาน กลับต้องติดอยู่ตรงกลางและเริ่มถูกมองข้ามจากกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่

AI-Generated by Shutterstock (Prompt: A cheerful young Chinese teenager, around 17-18 years old, laughing and smiling while looking at their smartphone screen, holding phone with both hands, casual trendy streetwear outfit, bright and vibrant advertising photography style, soft natural daylight, clean white or pastel background, shallow depth of field, lens flare, high saturation, commercial lifestyle photography, joyful authentic expression, –ar 16:9 –style raw –v 6)

พฤติกรรมการเสพสื่อของ Gen Z บนแพลตฟอร์มหลักอย่าง Douyin (TikTok จีน) และ RedNote ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าพวกเขาปฏิเสธภาพความงามที่ไร้ที่ติ และเริ่มตั้งคำถามถึงความจริงใจของดาราหรืออินฟลูเอนเซอร์ ข้อมูลอินไซต์ระบุว่ามีเพียง 16% เท่านั้นที่ยังเชื่อถือพรีเซนเตอร์ระดับแม่เหล็ก พวกเขาโหยหาความเรียลและคอนเทนต์ที่ตัวเองสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้ แต่ในขณะเดียวกัน กฎเหล็กข้อหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปในสินค้ากลุ่มนี้คือ “ผู้บริโภคต้องการเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน” แบรนด์จึงต้องทำการบ้านอย่างหนักว่า จะพิสูจน์สรรพคุณของครีมนวดผมตัวท็อปอย่างไร โดยไม่ต้องพึ่งพาดาราหรือโปรดักชันอลังการแบบเดิม ๆ

กำเนิด PetPit อินฟลูเอนเซอร์ที่หลุดโลกที่สุด

ช่วงเวลานั้น บนโซเชียลมีเดียของจีนมี Subculture หนึ่งที่กำลังได้รับความนิยม นั่นคือการนำเม็ดมะม่วงที่มีเส้นใยชี้ฟูมาแปรงขนและดูแลราวกับเป็นสัตว์เลี้ยงจิ๋ว Pantene เห็นโอกาสและกระโดดเข้าร่วมวงสนทนานี้ด้วยการปั้นโปรเจกต์ “PetPit” ขึ้นมาครับ

การตลาด Pantene
รูปภาพจาก: Bestadsontv

แบรนด์เปลี่ยนเม็ดมะม่วงให้กลายเป็นอินฟลูเอนเซอร์หน้าใหม่ โดยนำครีมนวดผม 3 Minute Miracle มาสาธิตการจัดทรงเส้นใยที่ยุ่งเหยิงของเม็ดมะม่วงให้กลับมาเรียบลื่น แคมเปญนี้ถูกปล่อยออกมาในรูปแบบวิดีโอ How-to สไตล์ครีเอเตอร์ที่ดูขี้เล่นและเข้าถึงง่าย แบรนด์ไม่ได้ใช้งบมีเดียมหาศาลเพื่อยัดเยียดให้คนดู แต่ใช้วิธีนำเสนอที่ Blend in ไปกับคอนเทนต์ทั่วไปบนแพลตฟอร์ม เพื่อทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกสนุกและอยากลองนำโปรดักต์มาทำกับสัตว์เลี้ยงเม็ดมะม่วงของตัวเองบ้าง

ถอดรหัสแนวคิดการตลาดฉบับเม็ดมะม่วง

ความสำเร็จของแคมเปญนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือแค่คลิปตลกไวรัลทั่วไปครับ แต่เกิดจากการวางกลยุทธ์ที่ทลายกรอบเดิม ๆ ซึ่งเราสามารถถอดรหัสออกมาได้ดังนี้ครับ

  • ปฏิวัติรูปแบบ Product Demo (Show, Don’t Tell แบบสุดโต่ง): การเลือกใช้เส้นใยเม็ดมะม่วงที่พังและจัดการยากที่สุดมาเป็นตัวแทนของผมเสีย คือการพิสูจน์ให้เห็นว่า ถ้าโปรดักต์นี้สามารถฟื้นฟูเส้นใยเม็ดมะม่วงให้กลับมานุ่มสลวยได้ มันก็สามารถจัดการกับเส้นผมของมนุษย์ได้เหมือนกัน ถือเป็นการแสดงคุณภาพสินค้าได้น่าสนใจมากครับ
  • Trendjacking อย่างมีความหมาย: แบรนด์ไม่ได้แค่เกาะกระแสแบบผิวเผินเพื่อเรียกยอดไลก์ แต่สามารถหาจุดเชื่อมโยง ที่มีความ Relevancy ระหว่างพฤติกรรมสุดแปลกของชาวเน็ต เข้ากับ Functional Benefit ของสินค้าได้อย่างลงตัว
  • ฉีกกฎอินฟลูเอนเซอร์ (The Anti-Influencer Approach): กล้าที่จะวางอัตตาของแบรนด์ระดับโลกลง แล้วมาพูดภาษาเดียวกับ Gen Z ด้วยการแต่งตั้ง “เม็ดมะม่วง” เป็นอินฟลูเอนเซอร์ แทนการใช้ดาราที่คนรุ่นใหม่เริ่มมองว่าทำไปเพราะเรื่องเงิน
  • เปลี่ยนผู้ชมเป็นผู้ร่วมสร้างสรรค์ (Drive Co-Creation & UGC): การสร้างคอนเทนต์แนว How-to ช่วยกระตุ้นความสงสัย เปลี่ยนสถานะของผู้บริโภคจากแค่ “คนดู” ให้กลายเป็น “ผู้ร่วมพิสูจน์ผลลัพธ์” เกิดเป็น User-Generated Content และกระแส Word-of-Mouth ที่ถูกพูดถึงไปทั่วแพลตฟอร์ม

ผลลัพธ์ที่เกินคาด

การตลาด Pantene
ที่มารูปภาพ: Advertimes

กลยุทธ์การแทรกซึมเข้าไปใน Subculture ของ Gen Z ครั้งนี้ สร้างผลลัพธ์ที่น่าประทับใจทั้งในแง่ของ Brand Metrics และ Business Impact เลยครับ

  • ดัน Organic Search โต 24%: ผู้บริโภคเกิดความสนใจจนต้องไปเสิร์ชหาแบรนด์แบบออร์แกนิกเพิ่มขึ้น
  • Social Impact ทรงพลัง: เกิดคอนเทนต์เกี่ยวกับ PetPit มากถึง 252,000 โพสต์ตั้งแต่ช่วงเปิดตัว
  • ครองอันดับ 1 Share of Voice: แบรนด์สามารถไต่ขึ้นไปครองพื้นที่สื่อและเป็นที่พูดถึงอันดับ 1 ในหมวดหมู่ครีมนวดผมบนแพลตฟอร์ม RedNote ได้สำเร็จ
  • ขยาย Top-of-mind Awareness: สามารถเจาะเข้าไปนั่งในใจกลุ่มเป้าหมายอายุ 18-24 ปี ได้เพิ่มขึ้นสูงถึง 60%
  • Business Impact โตก้าวกระโดด: ที่สำคัญที่สุดคือ แคมเปญนี้สามารถผลักดันมูลค่ายอดขายให้เติบโตขึ้นถึง 150 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

สรุป การตลาด Pantene ฉีกตำรา Product Demo เปลี่ยน “เม็ดมะม่วง” เป็นอินฟลูเอนเซอร์ ดัน Organic Search โต 24%

แคมเปญ PetPit จาก การตลาด Pantene ถือเป็นบทเรียนที่แสดงให้เราเห็นว่าในยุคที่ผู้บริโภครุ่นใหม่มีกำแพงกับการโฆษณา แบรนด์ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับความสวยงามหรือกรอบความพรีเมียมเดิม ๆ เสมอไป การยอมลดความสมบูรณ์แบบลง แล้วก้าวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมที่กำลังเกิดขึ้นจริงในคอมมูนิตี้ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ลูกค้าได้สนุกและร่วมพิสูจน์คุณภาพสินค้าด้วยตัวเอง อาจเป็นกุญแจสำคัญที่สร้างกระแสไวรัลและยอดขายได้ทรงพลังยิ่งกว่าการทุ่มงบมหาศาลจ้างพรีเซนเตอร์ระดับท็อปอีกครับ

Source

อ่านบทความเต็มได้ที่นี่

Marketing Content Creator and Data Insight Researcher

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *