แบรนด์ขนมขบเคี้ยวสุดฮิตอย่าง Doritos ออกแคมเปญ No Choice Chips กระตุ้นให้ผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญของการเลือก ผ่านใช้กลยุทธ์การตลาดที่สะท้อนความจริงในชีวิตว่า ‘if you don’t make a choice, you don’t get a choice’ (ถ้าคุณไม่เลือก คุณก็ไม่ได้เลือก) ผ่านสินค้าที่ดูเหมือนจะไร้รสชาติอย่างเจ้า No Choice Chips ที่ทำจากแผ่นกระดาษแข็งแทนการใช้ขนมขบเคี้ยวจริง ๆ เพื่อสะท้อนให้ผู้บริโภคเข้าใจถึง ผลกระทบจากการไม่ลงมือทำ หรือการไม่ตัดสินใจในเรื่องสำคัญของชีวิตนั้นจะเกิดอะไรได้บ้าง กับ No Choice Chips การตลาด Doritos กระตุ้นการตัดสินใจ และการเลือกในชีวิต
โลกที่เต็มไปด้วยตัวเลือกมากมายเรียกได้ว่า การตัดสินใจ นั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่ผู้คนต้องเผชิญทุกวัน ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ อย่างการเลือกซื้อขนมที่ชอบ ไปจนถึงการตัดสินใจที่มีผลกระทบในระยะยาวในระยะยาว เช่น การเลือก(ตั้ง) การตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิต หลายคนก็อาจจะมองไม่ตัดสินใจ ในเรื่องเหล่านี้
Doritos ขนมขบเคี้ยวกับ perception ด้านการสร้างสรรค์และความสนุกสนาน
Doritos เป็นแบรนด์ขนมขบเคี้ยวที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เริ่มก่อตั้งในปี 1964 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา perception ของขนมเจ้าดังอบ่าง Doritos ที่หลายคนรู้จักจะเป็นในเรื่องของชื่อเสียงในการผลิตขนมขบเคี้ยวที่มีรสชาติอร่อยและเป็นที่ชื่นชอบ ตอบโจทย์สำหรับทุกเพศทุกวัย มีรสชาติหลากหลายตั้งแต่รสธรรมดาไปจนถึงรสชาติแปลกใหม่ เช่น Cool Ranch, Nacho Cheese, และ Spicy Sweet Chili ที่ได้รับความนิยมสูง (รสชาตินี้ผู้เขียนไปค้นหาเพิ่มเติมจะมีขายอยู่ที่ต่างประเทศเป็นซะส่วนใหญ่น้าา)
ซึ่งที่ผ่านมา Doritos ก็มักจะใช้กลยุทธ์การตลาดที่เน้นไปในทาง สร้างสรรค์และแตกต่าง จากคู่แข่ง นอกจากนี้ยังมีแคมเปญที่มีชื่อเสียงโด่งดังอยู่หลาย ๆ ตัวด้วย เช่น ‘For the Bold’ ที่เน้นไปที่การกระตุ้นให้ผู้บริโภครู้สึกว่า Doritos เป็นแบรนด์ที่ กล้าลุย สนุกสนาน มีความสนุกและไม่เหมือนใคร
ที่มาของแคมเปญ No Choice Chips กับการ call to action
Doritos ออกแคมเปญ No Choice Chips (ที่แปลว่า ไม่มี Chips ทางเลือก) ในช่วง National Voter Registration Day วันลงทะเบียนเลือกตั้งแห่งชาติ ที่เป็นวันที่รณรงค์ให้ประชาชนมาลงทะเบียนเลือกตั้ง และในปี 2012 พบว่ากลุ่มเยาวชนที่อยู่ในช่วงอายุ 18-24 ปี มีอัตราการไม่ไปเลือกตั้งถึง 62% อิงตามสถิติของ US Census Bureau ตรงนี้กำลังบอกอะไรกับเรา?
ข้อมูลตรงนี้กำลังบอกถึงปัญหาของการไม่ออกไปใช้สิทธิของประชาชนที่กำลังจะเป็นอนาคตต่อไปของชาติ และแน่นอนเลยค่ะว่าเหตุผลของการเลือกตั้งนั้นเป็นส่วนสำคัญอย่างมากในการ กำหนดอนาคตของประเทศได้เลย ซึ่งก็รวมถึงทิศทางการเมือง การเป็นอยู่ สภาพคล่องต่าง ๆ ด้วย
video clip : https://makemakeentertainment.com/rock-paper-scissors
Doritos มีภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เน้นไปที่ความสนุกสนานและกล้าที่จะแตกต่าง ซึ่งทางแบรนด์เองก็ได้เห็นโอกาสในการใช้ Psychology Marketing หรือ จิตวิทยาการตลาด มาใช้ในการกระตุ้นให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการ ลงทะเบียนเลือกตั้งออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งและ การตัดสินใจที่จะมีผลกระทบในระยะยาว
source
ผ่านการออกแคมเปญ No Choice Chips ที่เล่าถึงเรื่องราวขนมที่ไม่มีรสชาติ ที่ถูกแทนที่ด้วย แผ่นกระดาษแข็ง เป็นการสื่อใน ๆ ว่าผลกระทบจากการไม่เลือกหรือไม่ลงมือทำในสิ่งสำคัญก็จะเป็นเหมือนกับแผ่นกระดาษเปล่า ๆ นี้แหละ
สร้าง Impact ประสบการณ์การที่ทรงพลัง
ในแคมเปญ No Choice Chips ของ Doritos มีการใช้เครื่องขายสินค้าอัตโนมัติอย่าง Vending Machine ที่เอาไปตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยและตามสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งเหตุผลก็เพราะว่าต้องการที่จะกระตุ้นและรงณรงค์ให้ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง
ผ่านตู้ขายสินค้าที่นอกจากจะให้ความสะดวกสบายในการเลือกซื้อ ยังสามารถลงทะเบียนเลือกตั้งได้ด้วย เหมือนเป็นการบอกนัย ๆ ว่าทุกที่รอบตัวเรามีสิทธิในการตัดสินใจและควรตัดสินใจนะ ซึ่งก่อนที่ผู้บริโภคจะได้เลือกรสชาติที่ต้องการจากการกดซื้อตู้ขนม (ฟีลประมาณว่าการเลือกตั้งนั้นไม่ใช่เรื่องที่ไกลตัวเลย)
จะมีข้อความโชว์ถ้า ‘ยังไม่ได้ลงทะเบียน’ ตู้ก็จะให้ No Choice Chips แทนพร้อมกับการ์ดที่เขียนว่า ‘ถ้าคุณไม่เลือก คุณก็ไม่ได้เลือก’ เป็นเหมือนการกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกว่า การเลือกนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากนะ ในการตัดสินใจในชีวิต
จากตรงนี้ทำให้เห็นถึงความสำคัญของการเลือกและการมีส่วนร่วม เช่น การลงทะเบียนเลือกตั้งที่อาจจะถูกมองข้ามไปนั่นเอง
จากแคมเปญเกิดเป็นภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่มีความรับผิดชอบผ่าน Ethical Marketing
การที่ Doritos เลือก ร่วมมือกับ Rock the Vote องค์กรที่ส่งเสริมการลงทะเบียนเลือกตั้ง นอกจากจะสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยังเป็นฟีลเหมือนประมาณว่าไม่ได้ทำการตลาดเพื่อขายสินค้าเท่านั้นนะ แต่ยังสนับสนุนการเลือกตั้ง สนับสนุนให้คนออกไปใช้สิธิของตัวเองอีกด้วยด้วย
ซึ่งการร่วมมือกับ Rock the Vote ทำให้แบรนด์ Doritos ได้รับการยอมรับใน แง่ของความรับผิดชอบต่อสังคม และ สร้างภาพลักษณ์ที่ดี โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแคมเปญนี้ การที่ Doritos ใช้วิธีกระตุ้นการตัดสินใจ ในเรื่องที่มีผลกระทบต่อสังคม ส่วนตัวผู้เขียนเองมองว่าสามารถทำให้แบรนด์นั้นสามารถมีความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนในระยะยาว เพราะไม่ใช่ตอนนี้เดี๋ยวนี้แต่จะทำยังไงให้ครองใจและยืนอยู่ในใจได้ตลอดกาลนั้นเอง
ลองนึกภาพกันเล่น ๆ กันดูค่ะว่าถ้าเราไม่ออกไปเลือกตั้งกัน หรือใช้สิทธิที่เรามี ผลที่ตามมาจะเกดิอะไรขึ้นบ้างนะ ? จะกระทบกับเรา คนใกล้ตัว ครอบครัวมากขนาดไหน ? แต่ไม่ว่าจะยังไง Doritos ก็ยังสนับสนุนให้คุณออกไปใช้สิทธิกันนะ
ผลลัพธ์เป็นไง จากการสร้าง Impact อะไรบางอย่างให้สังคม
แน่นอนเลยค่ะว่าการที่แบรนด์ออกมาทำแบบนี้เป็นอะไรที่แปลกใหม่มาก ๆ เพราะด้วย perception ของ Doritos เป็นแบรนด์ขนมขบเคี้ยวที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกแถมอร่อยกินเพลิน แต่กลับออกแคมเปญให้ขนมแผ่นเปล่าที่ไม่มีรถชาติให้กับผู้บริโภคที่เลือกที่จะ ละเลยสิทธิของตัวเอง ก็อาจจะทำให้สูญเสียผู้บริโภคไปในมุมของความเข้าใจผิด หรือผู้บริโภคที่ไม่เข้าใจในแคมเปญนี้จริง ๆ
เหมือนกับประโยคที่ว่า ‘ถ้าคุณไม่ตัดสินใจ ก็จะมีคนตัดสินใจแทนคุณ’ จากแคมเปญนี้เองทำให้ได้รู้ว่า
การที่ Doritos ออกแคมเปญที่มี การตัดสินใจที่ท้าทาย ก็เพื่อต้องการให้ผู้บริโภคได้เห็นถึง ผลกระทบจากการไม่เลือก และต้องการช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคได้ตระหนักถึงความสำคัญของการตัดสินใจ ผ่านการหยิบเรื่องของการลงทะเบียนเลือกตั้งมาเป็นตัวชูโรง
ใช้ความร่วมมือกับองค์กรที่มีชื่อเสียง Doritos ร่วมมือกับ Rock the Vote ตรงนี้ช่วยให้แบรนด์ ได้รับทั้งความเชื่อถือและสร้างภาพลักษณ์ที่ดี ในการสนับสนุนการเลือกตั้ง ทำให้แคมเปญนี้ได้รับ การยอมรับและการมองเห็นจากผู้บริโภคมากขึ้น
มีการใช้เครื่องมือการตลาดอย่างเช่น เครื่องขายสินค้าอัตโนมัติ และ เว็บไซต์ออนไลน์ ในการกระตุ้นให้ผู้บริโภค ลงทะเบียนเลือกตั้งทั้งง่าย สะดวก ทำให้การมีส่วนร่วมในกิจกรรมมีการขยายวงกว้าง สร้างการตัดสินใจ
สรุป No Choice Chips การตลาด Doritos ที่ ชวนไป เลือกตั้ง กัน
แคมเปญ No Choice Chips ของ Doritos เป็นตัวอย่างที่ดีของการ ใช้กลยุทธ์การตลาดที่สร้างสรรค์ โดยการ กระตุ้นการตัดสินใจ ในเรื่องที่สำคัญในชีวิต เกี่ยวกับการ เลือก และ การลงทะเบียนเลือกตั้ง แคมเปญนี้ไม่เพียงแค่ทำให้ผู้บริโภคตระหนักถึงการเลือก แต่ยังช่วยให้แบรนด์ Doritos สร้าง ความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน กับลูกค้า และ สร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคมได้ไม่มากก็น้อยอีกด้วย หวังว่าผู้อ่านจะสนุกกับเรื่องราวดี ๆ ที่ผู้เขียนนำมาเล่าให้ฟังกันนะคะ หากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมาไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ ขอบคุณผู้อ่านที่น่ารักทุก ๆ คนพบกันใหม่ในบทความหน้าค่ะ see you ka ʕʽɞʼʔʕ•̫͡•ʔ
source source source
บทความที่แนะนำเพิ่มเติม