Life Extending Stickers เคล็ดลับการลดขยะจาก Makro 

วันนี้อยากลองชวนทุกคนมาจิตนาการกันค่ะว่าถ้าเกิดเราเดินเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วหยิบกล้วยที่มีสีเปลือกดำขึ้นมา ในขณะที่คนอื่นต่างมองกันว่ามันหมดประโยชน์หรือเป็นขยะ ของเสีย แต่บนกลัวยนั้นมีสติกเกอร์เล็ก ๆ บนเปลือกมีคำแนะนำที่เขียนว่า ‘เหมาะสำหรับทำขนมปังกล้วยหอม’ และที่สำคัญมันยังสามารถช่วยโลกได้มากกว่าที่คุณคิด กับแนวคิดเบื้องหลัง Life Extending Stickers แคมเปญสุดสร้างสรรค์จาก Makro ผู้ค้าส่งในโคลอมเบียที่ได้ริเริ่มสิตกเกอร์นี้ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาขยะอาหารจำนวนมหาศาลในประเทศเพียงแค่ สติกเกอร์ขนาดเล็กจิ๋ว ที่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคของผู้คนได้กับ Life Extending Stickers สติกเกอร์เล็กที่เปลี่ยนโลกการบริโภคอาหาร

Makro Life Extending Stickers

ในประเทศโคลอมเบียขยะที่มาจาก อาหาร ต้องบอกว่าเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบทั้งต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างมาก ข้อมูลจากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และกระทรวงการวางแผนแห่งชาติโคลอมเบีย (National Department of Planning) บอกว่า ในทุก ๆ ปี ในประเทศโคลอมเบียมีปริมาณขยะอาหารสูงถึง 6.1 ล้านตัน อ่านไม่ผิดค่ะ 6.1 ล้านตัน จริง ๆ โดยหนึ่งในจำนวนนั้นเป็นขยะที่มากจากผักและผลไม้มากถึง 40% ซึ่งส่วนใหญ่ยังคงเป็นส่วนที่สามารถเอาไปบริโภคได้นะแต่กลับถูกทิ้งไปอย่างไม่จำเป็น

source source

ต้องบอกว่าหนึ่งในสาเหตุหลัก ๆ ก็คือ ความเชื่อผิด ๆ เกี่ยวกับ รูปลักษณ์ และ ความสมบูรณ์ ของอาหารนั่นเองค่ะ ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักจะมองว่าผักและผลไม้ที่เริ่มเปลี่ยนสีไป มีจุดด่าง หรือดูไม่อยู่ในสภาพที่สมบรูณ์นั้น ‘หมดอายุ’ หรือ ‘กินไม่ได้’ ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงอาหารผักผลไม้บางประเภทนั้นอยู่ในช่วงที่มีรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการดีที่สุดเลยก็ว่าได้ เช่น กล้วยน้ำตาล จะมีรสหวานขึ้นและเหมาะสำหรับการทำขนมปังกล้วยหอม หรือ มะเขือเทศสุก จะให้รสชาติเข้มข้นเหมาะสำหรับทำซอสได้ แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็จะมองว่าเป็นของที่เสียแล้วหรือหมดอายุนั่นเอง

ปล่อยแบบนี้ กับผลกระทบที่ตามมา

การทิ้งอาหารที่ยังบริโภคได้ต้องบอกว่าไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ด้านสิ่งแวดล้อมจากการเพิ่มปริมาณขยะในหลุมฝังกลบเท่านั้นนะคะ แต่ยังสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจให้กับผู้ผลิต ผู้ค้าปลีก และครัวเรือนอีกด้วย โดยเฉพาะเคสอย่าง Makro ที่ต้องเสียโอกาสในการขายผลผลิตที่ใกล้หมดอายุ หรือผลผลิตที่ดู ‘ไม่สมบูรณ์แบบ’ ในสายตาผู้บริโภค

และเพื่อต่อจัดการกับปัญหานี้ทาง Makro เองได้ร่วมมือกับ Grey Colombia บริษัทเอเจนซี่โฆษณาชั้นนำในโบโกตา ร่วมกันพัฒนาแนวคิดที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังขึ้นมา นั่นก็คือ Life Extending Stickers สติกเกอร์ขนาดเล็กที่ไม่ได้เป็นแค่เครื่องหมายบอกแหล่งที่มาของสินค้า แต่ยังทำหน้าที่เป็น คู่มือการใช้งานอาหาร ในแต่ละช่วงของการสีที่เปลี่ยนไปด้วย

Makro Life Extending Stickers
credit picture: dandad

สิ่งที่สติกเกอร์เข้ามาเปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภค

ปกติแล้วสติกเกอร์ที่เราเห็นกันบนผักและผลไม้ก็มักจะเป็นตราสัญลักษณ์ของแบรนด์หรือบอกแหล่งที่มากันใช่ไหมคะแต่ Life Extending Stickers มองในมุมที่ต่างออกไปค่ะนั่นก็คือ เปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภคต่ออาหารในมือพวกเขา

จุดเด่นที่ 1 คำแนะนำที่ชัดเจนว่าอะไรคืออะไร โดยที่สติกเกอร์แต่ละชิ้นจะถูกออกแบบมาให้บ่งบอกถึงระดับความสุกของผักและผลไม้พร้อมกับคำแนะนำวิธีการใช้ในการประกอบอาหารหรือการบริโภค

Makro Life Extending Stickers
credit picture: dandad

จุดเด่นที่ 2 การใช้สีเพื่อสื่อสาร สีของสติกเกอร์ถูกออกแบบให้เลียนแบบสีของผลผลิตในแต่ละช่วงของความสุก เช่น สีเขียวสำหรับกล้วยดิบ สีเหลืองสำหรับกล้วยสุก สีดำสำหรับกล้วยที่พร้อมนำไปทำขนม นอกจากนี้งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Rochester ยังพบอีกนะคะว่าสีสามารถส่งผลต่อการตัดสินใจและอารมณ์ของผู้คนได้ เช่น สีเขียวมักเชื่อมโยงกับความสดชื่นและสุขภาพดีเหมือนกับกล้วยที่เปลือกเขียวจะแนะนำให้ใช้ทำเป็นของทอด สีเหลืองน้ำตาลกระตุ้นความรู้สึกกระตือรือร้นและความสดใสซึ่งกล้วยที่มีเปลือกน้ำตาลจะเหมาะสำหรับการทำขนมหรือเค้ก

Makro Life Extending Stickers

source

ส่วนสีดำให้ความรู้สึกของความสมบูรณ์และความลึกซึ้งเหมือนกับกล้วยที่เปลือกแอบมีสีดำที่แนะนำสำหรับทำสมูทตี้ ต้องบอกว่าการใช้สีเหล่านี้สามารถช่วยให้ผู้บริโภครู้สึกมั่นใจและเข้าใจถึงคุณค่าของอาหารในแต่ละช่วงของความสุกได้ง่ายขึ้นต้องบอกว่าแคมเปญ Life Extending Stickers ที่ใช้สีมาเป็นตัวบ่งบอกวัตถุดิบที่เอาไปประกอบอาหารถือว่าเขาทำการบ้านมาได้ดีมาก ๆ เลยค่ะ

จุดเด่นที่ 3 ง่ายต่อการเข้าใจ จากสติกเกอร์ที่แปะอยู่บนผลไม้หรืออาหารตรงนี้ไม่ทางแคมเปญไม่ได้ใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อนอะไรเลยค่ะ concept คือ ‘ผู้บริโภคสามารถเข้าใจและใช้งานได้ทันทีที่เห็น’ เท่านี้ก็ตอบโจทย์แล้ว

credit picture: dandad
  • ลดขยะอาหาร ช่วยลดปริมาณอาหารที่ถูกทิ้งโดยการเพิ่มมูลค่าและโอกาสในการใช้งานของผักและผลไม้
  • เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค สร้างการรับรู้และปรับมุมมองเกี่ยวกับอาหารที่เริ่มเปลี่ยนสี ว่าแต่ละช่วงมีความสำคัญและสามารถใช้ได้ในบริบทอะไรได้บ้าง
  • เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ ตรงนี้เป็นไอเดียของทาง Makro ที่ช่วยให้ Makro สามารถขายผลผลิตที่เคยถูกมองข้ามไปได้ แถมสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าผ่านสติกเกอร์น่ารัก ๆ ทีมี Detail ไม่ธรรมดา

ต้องบอกว่าแคมเปญนี้ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยหรือเครื่องมือราคาแพงอะไรมากมายเลยค่ะ แต่มุ่งเน้นที่การสื่อสารผ่านสิ่งเล็ก ๆ อย่าง ‘สติกเกอร์’ เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเป็นตัวอย่างทีดีเลยนะคะของการใช้ความคิดสร้างสรรค์มาแก้ปัญหาสังคมในระดับที่แบบจับต้องได้จริง

Life Extending Stickers ถูกนำมาใช้ใน 22 สาขาของ Makro ทั่วโคลอมเบียตั้งแต่ปี 2023 และแคมเปญนี้ไม่ได้เพียงแค่ลดขยะอาหารเท่านั้นนะคะ แต่ยังสร้างผลกระทบในหลากหลายมิติเลยไม่ว่าจะเป็น

Makro Life Extending Stickers
credit picture: dandad
  • การเพิ่มอายุการใช้งานของอาหาร แคมเปญนี้ช่วยเพิ่มอายุการใช้งานของผักและผลไม้เฉลี่ยอีก 6 วัน ซึ่งหมายความว่าผู้บริโภคมีเวลาในการใช้ผลผลิตนานขึ้น และลดโอกาสที่ผักผลไม้อาหารจะถูกเน่าทิ้ง 
  • ช่วยลดขยะอาหาร หลังจากที่แคมเปญนี้ปล่อยออกไปสามารถลดขยะอาหารได้ถึง 70 ตัน/สัปดาห์ ไม่ใช่แค่ที่หน้าร้านMakro เท่านั้นนะคะแต่รวมถึงการลดการเน่าเสียทิ้งในครัวเรือนของผู้บริโภคอีกด้วยด้วย
  • เปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค การใช้สติกเกอร์เข้ามาเป็นหนึ่งของการช่วยสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นให้ผู้บริโภคพิจารณาอาหารที่พวกเขาเคยละเลยในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การลดขยะเท่านั้นนะคะแต่ยังเป็นการสร้างนิสัยใหม่ที่ส่งผลในระยะยาวให้กับผู้บริโภเองให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย
  • ผลลัพธ์ต่อธุรกิจ Makroสามารถเพิ่มยอดขายจากสินค้าที่เคยขายยาก เช่น ผลไม้ใกล้สุกหรือสินค้าที่มีตำหนิ แสดงให้เห็นว่าการลงทุนในแนวคิดง่าย ๆ สามารถสร้างผลกำไรให้กับธุรกิจได้เช่นกัน

แคมเปญ Life Extending Stickers จาก Makro ในโคลอมเบียแสดงให้เห็นถึงการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาขยะอาหารที่มีปริมาณสูงถึง 6.1 ล้านตันต่อปี โดยการใช้สติกเกอร์ขนาดเล็กที่บ่งบอกช่วงเวลาความสุกของผลไม้และผัก พร้อมคำแนะนำการใช้งาน ช่วยเพิ่มมูลค่าและลดปริมาณขยะอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ต้องบอกว่าแคมเปญนี้ไม่ใช่แค่เพียงช่วยลดขยะอาหาร 70 ตันต่อสัปดาห์เท่านั้นนะคะ แต่ยังเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคและเพิ่มอายุการใช้งานของผลผลิตเฉลี่ย 6 วันได้ด้วย เรียกได้ว่าเป็นการช่วยลดการเน่าเสียและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ให้กับMakro ผ่านสติกเกอร์ได้ดีเลย ส่วนตัวผู้เขียนเองมองว่าเป็นตัวอย่างที่ดีของการใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่ต้องพึ่งเทคโนโลยีซับซ้อนในการแก้ปัญหาสังคมและสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืนทั้งในด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ ปล.อยากเห็นประเทศไทยมีแบบนี้บ้าง

Makro Life Extending Stickers
credit picture: dandad

เป็นยังไงกันบ้างคะกับ Life Extending Stickers เคล็ดลับการลดขยะจากMakro สำหรับผู้อ่านที่น่ารักทุกคนที่อยากติดตามข่าวสารทางการตลาด และไม่อยากพลาดแหล่งรวมความรู้ดี ๆ ที่อัปเดททุกวัน สไตลด์การตลาดวันละตอนทางผู้เขียนเองก็มีช่องทางแนะนำเพิ่มเติมให้ผู้อ่านทุกท่านแวะไปทักทายพูดคุยกันได้สามารถติดตามได้ไม่ว่าจะเป็นจาก เพจการตลาดวันละตอน รวมไปถึง เว็บไซต์ Twitter Instagram และ YouTube ของการตลาดวันละตอนได้เลยนะคะการตลาดวันละตอนขอเป็นอีกหนึ่งแหล่งความรู้ที่ไม่ว่าจะเพศไหน อายุเท่าไหร่ ก็สามารถเเวะเข้ามาอัพเดทความรู้กันได้แล้วพบกันใหม่ในบทความหน้าค่ะ see you ka‪ ʕʽɞʼʔʕ•̫͡•ʔ‬

source source source source

อ้อนแอ้น น้องคนเล็กแห่งบ้านการตลาดวันละตอน ชื่นชอบเล่าเรื่องและการเขียนบทความ ในอนาคตอยากพัฒนาตัวเองเพิ่มเติมในด้านของ Data Research & Marketing Content Creator ค้าบบ ปล.ขอฝากเนื้อฝากตัวรักเอ็นดูหนูด้วยนะคร้าบบ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *