บทเรียนการตลาด JANUA ใช้ Presenter จาก Viral สู่ Global จนยอดขายกว่า 13 ล้านบาทภายใน 22 ชั่วโมง 

ในยุคที่การขายของบนโซเชียลหรือ Social Commerce กลายเป็นที่ดุเดือดสุด ๆ สำหรับทุกแบรนด์ การเลือกพรีเซ็นเตอร์สักคนมาเป็นหน้าตาให้แบรนด์ไม่ใช่แค่เรื่องของการมองหาคนดังที่มีชื่อเสียงมาช่วยโปรโมทเฉย ๆ แล้วแต่คือศาสตร์และศิลป์ที่ต้องอาศัยความเข้าใจอินไซต์ของผู้บริโภคจริงๆ ค่ะ บทความนี้เลยจะพามาถอด บทเรียนการตลาด JANUA (แจนยัวร์) แบรนด์น้ำหอมไทยที่สร้างปรากฏการณ์เติบโตอย่างรวดเร็วสุด ๆ เริ่มต้นจากการเป็นกระแสใน TikTok และ X จนตอนนี้ก้าวขึ้นสู่ระดับ Mass Market และบุกตลาดโลกได้อย่างสวยงามภายในเวลาไม่นานค่ะ เรามาดูกันว่ามีวิธีคิดและกลยุทธ์ยังไงถึงได้ครองใจลูกค้าได้อยู่หมัดขนาดนี้ค่ะ ไปดูกันเลยค่ะ

Social Commerce คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ

ก่อนจะเข้าเนื้อหาหลักเรามาทำความรู้จักกับ Social Commerce กันสักนิดนะคะ สรุปให้เข้าใจง่ายที่สุดเลยก็คือการซื้อขายสินค้าที่เกิดขึ้นบนโซเชียลมีเดียโดยตรงนั่นเองค่ะ ไม่ว่าจะเป็น TikTok Shop, Facebook Marketplace หรือพวกฟีเจอร์ Shopping ใน Instagram ที่เราคุ้นเคยกันดี

@ceo.januathailand

ความภูมิใจของน้ำหอมแบรนด์ไทย ที่สร้างปรากฏการณ์ล่าสุด ในวันเปิดตัว #JANUAXRENJUN ขึ้นเทรนด์ทวิตอันดับ 1 ของโลก และทะลุ 1,000,000 POSTS ภายใน 12 ชั่วโมง 🌍✨ เรื่องราวของ JANUA น้ำหอมแบรนด์ไทย ที่All inทุกอย่างที่มี พัฒนาแบรนด์ จนสามารถเป็นที่ยอมรับ จนมีวันนี้ วันนี้!! วันที่แบรนด์ได้ร่วมงานกับ ศิลปินระดับ Global อย่าง RENJUN NCT 💛 อยากขอบคุณลูกค้าทุกคนที่ให้การสนับสนุนแบรนด์เสมอมา ขอบคุณแฟนคลับของRENJUN ที่เชียร์และซัพพอร์ตจนมีปรากฏที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างที่เห็นในวันที่ 6ที่ผ่านมา สัญญาว่าจะพัฒนาสินค้าให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้น้ำหอมแบรนด์ไทยของเราไประดับ Global ให้ได้ 🌍💛

♬ เสียงต้นฉบับ – Janua Perfume Thailand. – Janua Perfume Thailand.

ซึ่งความพิเศษจะต่างจากการตลาดสมัยก่อนนะคะ เพราะเมื่อก่อนแบรนด์จะใช้โซเชียลไว้แค่โพสต์รูปสวย ๆ ให้เราเห็นแล้วเราต้องตามไปกดซื้อในเว็บไซต์หรือเดินทางไปที่หน้าร้านเอง แต่สำหรับ Social Commerce ทุกอย่างจบได้ในที่เดียวเลยค่ะ ตั้งแต่เราเห็นสินค้าแล้วเกิดอาการ “โดนตก” สนใจอยากได้ไปจนถึงขั้นกดจ่ายเงินซื้อ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มเดียวแบบไร้รอยต่อเลย ช่วยลดขั้นตอนยุ่งยากและทำให้แบรนด์ปิดการขายได้ไวขึ้นมาก ซึ่งต้องบอกว่า JANUA เป็นแบรนด์ที่หยิบเอาพลังของแพลตฟอร์มเหล่านี้มาใช้ได้อย่างถูกจังหวะสุด ๆ เลยค่ะ

กลยุทธ์ Presenter 2 ชั้นของ JANUA จาก Local ไปจนถึง Global

กลยุทธ์ของ JANUA มีความน่าสนใจมากเพราะเป็นการวางหมากไว้ถึง 2 ชั้น โดยเริ่มจากกลยุทธ์แรกที่เปลี่ยนจากกระแสไวรัลให้กลายเป็นพรีเซ็นเตอร์ระดับโลก อย่างกรณีของ เหรินจวิน (Renjun)หรือ อินจุน จากวง NCT ค่ะ

เรื่องนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากเพราะเริ่มมาจากสิ่งที่เรียกว่า Organic Movement หรือกระแสที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติค่ะ ย้อนกลับไปช่วงปี 2024-2025 ใน X (Twitter) มีแฮชแท็ก #น้ำหอมน้องอินจุน ที่แฟนคลับพูดถึงกลิ่นน้ำหอมหลังจากที่โดนศิลปินทักจนกลายเป็นไวรัลส่งผลให้ตอนนั้นน้ำหอม JANUA ขายหมดเกลี้ยงทั่วประเทศเลยค่ะ ซึ่งกระแสแบบนี้มีพลังมหาศาลมากนะคะ เพราะคนซื้อเขารู้สึกว่ามันมาจากความชอบจริง ๆ ไม่ใช่การโดนยัดเยียดโฆษณา

บทเรียนการตลาด JANUA

แต่สิ่งที่ทำให้ JANUA ต่างจากแบรนด์อื่นคือ “ความไว” ในการจับโอกาสค่ะ เขาไม่ได้ปล่อยให้กระแสนี้เงียบหายไปตามกาลเวลาแต่ตัดสินใจคว้าตัวเหรินจวินมาเป็นพรีเซ็นเตอร์จริง ๆ ในช่วงปลายปี 2025 ซึ่งในทางการตลาดเราเรียกว่า Agile Marketing หรือการตลาดที่คล่องตัว ปรับตัวตามสถานการณ์ได้ทันที ผลลัพธ์ที่ได้คือการยกระดับแบรนด์อย่างก้าวกระโดดเลยค่ะ จากที่คนเคยจำภาพว่าเป็น “น้ำหอมไวรัลราคาหลักร้อย” ก็กลายเป็น “แบรนด์ที่มีมาตรฐานสากล” ทันทีแถมยังช่วยขยายฐานลูกค้าไปต่างประเทศได้แบบอัตโนมัติผ่านกลุ่มแฟนคลับทั่วโลกจนเกิดยอดขายแบบพุ่งสูงในพริบตาหรือที่เรียกว่า Spike Sales ตั้งแต่ชั่วโมงแรกเลยค่ะ

ในขณะที่เหรินจวินช่วยเปิดประตูสู่ตลาดโลก กลยุทธ์ชั้นที่ 2 ของแบรนด์คือการครองใจคนในประเทศให้อยู่หมัดด้วยการเลือก อิงฟ้า วราหะ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ค่ะ ซึ่งอิงฟ้ามีพลังที่ดึงดูดผู้คนจำนวนมากเข้าถึงคนได้ทุกกลุ่มและมีฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่ง

บทเรียนการตลาด JANUA

แถมการมีพรีเซ็นเตอร์ระดับมหาชนแบบนี้ยังช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเหล่าตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศด้วยนะคะ ทำให้การกระจายสินค้าทำได้ง่ายและมั่นคงขึ้นเพราะทุกคนมั่นใจว่าสินค้ามีกระแสรองรับแน่นอน เรียกได้ว่าเป็นการวางแผนที่ครอบคลุมทั้งการสร้างภาพลักษณ์ การเจาะกลุ่มแฟนคลับไปจนถึงการบริหารจัดการระบบตัวแทนได้อย่างสมบูรณ์แบบจริง ๆ

เจาะลึกทำไมกลยุทธ์พรีเซ็นเตอร์ของ JANUA ถึงปัง

อย่างแรกเลยคือเลือกคนที่ “มีเรื่องราวร่วมกับแบรนด์” จริง ๆ อย่างเคสของเหรินจวินที่กระแสเริ่มมาจากพลังแฟนคลับก่อนหรืออย่างคุณอิงฟ้าที่มีกลุ่มเป้าหมายตรงกับแบรนด์ ทั้งวัยรุ่นและวัยทำงานการใช้พรีเซ็นเตอร์มาช่วยเป็นภาพลักษณ์แบรนด์ค่ะ จากเดิมที่คนอาจจะมองว่า JANUA เป็นแค่น้ำหอมราคาหลักร้อยทั่วไปแต่พอได้พรีเซ็นเตอร์ระดับ Top Tier ทั้งไทยและเกาหลีมาช่วยดึงภาพลักษณ์ การรับรู้ของลูกค้าก็เปลี่ยนไปทันทีค่ะ กลายเป็นแบรนด์ที่ดูพรีเมียมขึ้นมาเลยในราคาที่ยังน่ารักเท่าเดิม เข้าคอนเซปต์ Affordable Luxury หรือความหรูหราที่จับต้องได้ ทำให้คนซื้อรู้สึกคุ้มค่าเหมือนได้ใช้น้ำหอมแบรนด์ดังในราคาที่สบายกระเป๋ากว่าเยอะเลยค่ะ

บทเรียนการตลาด JANUA
Screenshot

และที่พลาดไม่ได้เลยคือความเข้าใจในพลังของ Fandom Marketing ค่ะ JANUA รู้ดีว่าตลาดทุกวันนี้ขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งความรัก แฟนคลับไม่ได้แค่ซื้อสินค้าเพื่อใช้เฉย ๆ นะคะ แต่ซื้อเพื่อซัพพอร์ตศิลปินที่รักด้วยแบรนด์เลยออกสินค้าแบบ Limited Edition หรือกิจกรรม Exclusive ต่าง ๆ มากระตุ้นการตัดสินใจซื้อ จนเกิดพฤติกรรมที่เรียกว่าการซื้อทีละเยอะ ๆ เพื่อสะสม แถมยังใช้กระแส FOMO มาช่วยเร่งให้คนต้องรีบกดสั่งเพราะกลัวของหมดหรือพลาดโอกาสพิเศษไปเรียกว่าเป็นการเปลี่ยนจากการโฆษณาแบบยัดเยียดมาเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่แฟนคลับเต็มใจและมีความสุขที่จะเปย์ให้ค่ะ

กลไกที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จด้วย Social Listening

นอกจากพรีเซ็นเตอร์ที่ปังสุด ๆ แล้ว เบื้องหลังความสำเร็จของ JANUA ยังมีกลไกที่ซ่อนอยู่ซึ่งน่าสนใจมากค่ะ อย่างแรกเลยคือเขาเก่งเรื่องการ “ฟัง” ค่ะ โดยใช้สิ่งที่เรียกว่า Social Listening คือไม่ได้นั่งคิดเองเออเองว่าควรจะจ้างใครดีแต่เขาคอยสังเกตว่าคนบนโซเชียลกำลังพูดถึงอะไรกันอยู่พอเห็นกระแสแฮชแท็กน้ำหอมน้องอินจุนปุ๊บก็รู้ทันทีว่านี่แหละคือโอกาสทอง ข้อมูลที่ได้มาจากการฟังเสียงผู้บริโภคจริง ๆ แบบนี้เลยมีค่าและแม่นยำกว่าการทำวิจัยตลาดแบบสมัยก่อนเยอะเลยค่ะ

อีกอย่างที่แบรนด์ทำได้ดีมากคือการสร้าง Emotional Connection หรือการเชื่อมโยงความรู้สึกค่ะ เขาไม่ได้มองลูกค้าเป็นแค่คนที่จะมาซื้อของเฉย ๆ แต่มองว่าเป็นคนที่มีความรักและความชอบในตัวศิลปิน พอแบรนด์นำคนที่ลูกค้ารักมาเป็นตัวแทนเลยทำให้เกิดความรู้สึกว่า “แบรนด์นี้เป็นพวกเดียวกับเรานะ” จนกลายเป็นความผูกพันที่อยากจะซัพพอร์ตกันไปนาน ๆ หรือที่เรียกว่า Brand Loyalty ซึ่งยั่งยืนกว่าการขายได้แค่ครั้งเดียวแล้วจบไปค่ะ

บทเรียนการตลาด JANUA

สุดท้ายคือความเก่งในการทำงานแบบองค์รวม หรือ Integrated Marketing ค่ะ JANUA ไม่ได้ทุ่มเงินไปที่พรีเซ็นเตอร์อย่างเดียวแล้วจบแต่ให้ความสำคัญกับการทำคอนเทนต์ที่น่าสนใจบนโซเชียลมีการกระจายสินค้าผ่านอินฟลูเอนเซอร์ตัวเล็ก ๆ ช่วยรีวิวและที่สำคัญคือทำให้การซื้อขายง่ายสุดๆ บน Social Commerce ทุกอย่างทำงานประสานกันไปหมดเหมือนฟันเฟืองที่เชื่อมโยงกันทุกช่องทางหรือที่เราเรียกว่า Omnichannel Marketing นั่นเองค่ะ ความใส่ใจในทุกมิติแบบนี้นี่แหละค่ะที่ทำให้แบรนด์เติบโตได้อย่างมั่นคง

บทสรุป บทเรียนการตลาด JANUA ใช้ Presenter จาก Viral สู่ Global จนยอดขายกว่า 13 ล้านบาทภายใน 22 ชั่วโมง 

เป็นยังไงกันบ้างคะ บทเรียนการตลาด JANUA การเลือกพรีเซ็นเตอร์คือตัวอย่างที่ชัดเจนมากของการทำการตลาดแบบการเอาลูกค้าเป็นตัวตั้งจริง ๆ ค่ะ เพราะเลือกคนที่ “ใช่ที่สุด” สำหรับแบรนด์และกลุ่มเป้าหมายในตอนนั้นค่ะ การวางหมากแบบ Two-Tier Strategy หรือกลยุทธ์ 2 ชั้นก็น่าสนใจนะคะ เพราะมีทั้งคุณเหรินจวินที่มาช่วยเปิดประตูสู่ตลาดโลกและมีคุณอิงฟ้ามาช่วยรักษาฐานที่มั่นในประเทศให้แข็งแกร่ง เป็นการวางแผนที่ทั้งรอบคอบและมองการณ์ไกลสุด ๆ แต่สิ่งที่กินใจที่สุดคือการทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ค่ะ จากแค่คนซื้อธรรมดาก็กลายเป็น Brand Advocates หรือกลุ่มผู้สนับสนุนที่พร้อมจะช่วยแชร์และปกป้องแบรนด์ด้วยความรักจริง ๆ 

ในมุมของคนทำงานสายคอนเทนต์และการตลาดอย่างผู้เขียนสิ่งที่น่าทับใจที่สุดของ JANUA คือความกล้าที่จะ “ฟังแล้วลงมือทำทันที” ค่ะ หลายแบรนด์อาจจะเห็นกระแส #น้ำหอมน้องอินจุน เหมือนกันแต่อาจจะลังเลเพราะกลัวเรื่องค่าใช้จ่ายหรือความไม่แน่นอนแต่ JANUA กลับเชื่อมั่นในข้อมูลที่มีอยู่และกล้าตัดสินใจลงทุนในจังหวะที่ถูกต้องแถมยังไม่ประมาทตลาดในไทยด้วยการคว้าตัวคุณอิงฟ้ามาเสริมทัพเพื่อดูแลฐานแฟนคลับในบ้านเราไปพร้อม ๆ กันด้วยค่ะ

บทเรียนสำคัญสำหรับนักการตลาดจากเคสนี้คือก่อนจะตัดสินใจเลือกใครมาเป็นพรีเซ็นเตอร์เราต้องทำการบ้านให้หนักค่ะ ต้องคอยสังเกตกระแสสังคมและเข้าใจกลุ่มเป้าหมายให้ลึกและที่สำคัญคือต้องกล้าตัดสินใจเมื่อเห็นโอกาสทองอยู่ตรงหน้าเพราะในโลกดิจิทัลความไวเป็นเรื่องสำคัญก็จริงแต่ต้องเป็นความไวที่มาพร้อมกับข้อมูลและการวิเคราะห์ที่รอบคอบด้วยนะคะ ถึงจะสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืนได้แบบ JANUA ค่ะ

บทความที่แนะนำให้อ่านต่อ

อุ๋มอิ๋ม Marketing Content Creator และ Data Insight Researcher ของการตลาดวันละตอนค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *