แคมเปญนี้ไม่ได้แค่ทำให้คนหยุดคิดตั้งคำถาม “เอ๊ะ” ทำให้ Cadbury 5 Star กลายเป็นแบรนด์ที่โดดเด่นและมีความเป็นตัวของตัวเองฉีกกฎการตลาดที่เธอว่าดีฉันก็ว่าดี ใช้การตลาดที่แตกต่างดึงดูดกลุ่มเป้าหมายใหม่และสร้างการมีส่วนร่วมจากผู้บริโภค
Cadbury 5 Star คือใครทำไมเล่นฉีกกฎวันแห่งความรักแบบนี้ Cadbury 5 Star เป็นแบรนด์ช็อกโกแลตที่อยู่ภายใต้บริษัท Mondelēz International เป็นหนึ่งในบริษัทอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก
แคมเปญนี้ไม่ได้ทำออกมาโปรโมทโฆษณาทางโทรทัศน์หรือโซเชียลมีเดียอย่างเดียวนะคะ เพราะเว็บไซต์เฉพาะที่ชื่อว่า destroyvalentinesday.com เพื่อให้บรรดากลุ่มคนที่ say no กับเทศการความรักแบบเดิม ๆ
การตลาดสุดแหวกแนวนี้ Cadbury 5 Star เลือก Gen Z มาเป็นกระบอกเสียง
เมื่อ Trend ถูก “Older generation” เช่นลุงนำไปใช้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่ามันไม่ cool เลยอยากเลิกตาม Trend นั้นเหมือนกันกับที่แคมเปญ Destroy Valentine’s Day ที่บอกว่าการให้ “ลุง” มาเฉลิมฉลองจะทำให้ วันวาเลนไทน์สูญเสียความ “cool” กับ Gen Z
ข้อมูลจาก Mintel ระบุว่า Gen Z นั้นมี “distinctive perspectives, preferences and expectations” ที่แตกต่างจากรุ่นก่อนและกำลังจะ “redefine the consumer landscape” ด้วยความที่พวกเขานั้นโตมาพร้อมเทคโนโลยี มีมุมมองและความคาดหวังที่แตกต่างจาก Gen ก่อนหน้าใช่ไหมคะ?
ในยุคที่ Gen Z เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีพฤติกรรมการเลือกซื้อที่แตกต่างจากกลุ่มอื่น ๆ แคมเปญนี้เลยค่อนข้างตอบโจทย์ Gen Z ที่ไม่อยากทำตาม “มาตรฐานความรัก” ที่ถูกตั้งโดยสังคม การเลือก Gen Z เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นการ เข้าใจพฤติกรรมของกลุ่มนี้ ที่ชื่นชอบการทำลายขนบธรรมเนียมและมองหาวิธีการใหม่ ๆ ในการแสดงออกถึงความรู้สึก
การเลือก Gen Z เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในแคมเปญ “Destroy Valentine’s Day” ของ Cadbury 5 Star มาจาก insight สำคัญที่แบรนด์มองเห็นในพฤติกรรมและความต้องการของกลุ่มนี้
การเลือก Gen Z เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในแคมเปญ “Destroy Valentine’s Day” ของ Cadbury 5 Star ส่วนตัวผู้เขียนมองว่ามาจาก insight สำคัญที่แบรนด์มองเห็นในพฤติกรรมและความต้องการของกลุ่มนี้
นั่นก็คือความต้องการในการแสดงออกถึงตัวตนและการไม่ยึดติดกับความคาดหวังของสังคมนั้นเองค่ะ โดยเฉพาะในเรื่องของความรักและความสัมพันธ์ที่ Gen Z มักจะมีมุมมองที่แตกต่างจากกลุ่มอายุก่อนหน้าในเรื่องของ “ความรัก”
นอกจากนนี้ Gen Z มักมีแนวคิดที่ว่า ความรักไม่ต้องมีรูปแบบเดียวกันและไม่จำเป็นต้องตรงกับภาพลักษณ์ของความรักในสังคมที่มักจะถูกตีกรอบผ่าน ภาพยนตร์โฆษณาหรือการคาดหวังจากคนรอบข้าง
การที่ Cadbury 5 Star เลือกทำแคมเปญ “Destroy Valentine’s Day” เปลี่ยนเหมือนการสะท้อนถึงการท้าทายค่านิยมเดิม และทำให้วันวาเลนไทน์ไม่จำเป็นต้องเป็นวันแห่งความหวานและความโรแมนติกเสมอไป
ทำไม Cadbury 5 Star ถึงเลือก Disruptive Marketing ?
เหมือนกันกับที่ Cadbury 5 Star ใช้กลยุทธ์นี้เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่มีมาตั้งแต่แรกอย่างแคมเปญก่อนหน้านี้ “Eat 5 Star, Do Nothing” ที่เป็นสโลแกนที่พูดถึงการทำตัวสบาย ๆ
ไม่ต้องมีความกดดันในการทำตามความคาดหวังของสังคมสำหรับ Gen Z ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแคมเปญนี้ ความ เรียบง่ายและการไม่ต้องแสดงออกเกินไป เป็นสิ่งที่ Gen Z มองหา
แคมเปญ “Destroy Valentine’s Day” ของ Cadbury 5 Star เรียกได้ว่าเป็นตัวอย่างการทำการตลาดที่แหวกแนวแหวกความคิด norm แบบเดิม ๆ ที่ใช้การท้าทายกระแสหลักและความคาดหวังเดิม ๆ ที่สร้างการมีส่วนร่วมจากผู้บริโภค ผ่านการใช้ความขบขันแต่ไม่ลืมที่จะฝากตั้งคำถาม กับสิ่งที่คนคาดหวังจากวันสำคัญอย่างวันวาเลนไทน์การใช้ “ลุง” มาเป็นตัวละครหลักในการทำให้วันนี้ไม่ “คูล” สำหรับ Gen Z เป็นการสร้างความแตกต่างที่ช่วยให้แบรนด์โดดเด่นและจดจำได้ นอกจากนี้ยังสร้างการคาดหวังในระยะยาวกับ การตลาด Valentine Marketing เมื่อขนมช็อกโกแลต(ประกาศสงคราม)กับความรักกับแคมเปญ Destroy Valentine’s Day
เป็นยังไงกันบ้างคะชอบกันหรือเปล่าและไม่ว่าผู้อ่านจะอยู่ Gen ไหนก็สามารถแวะมาแสดงความคิดเห็นเห็นด้วยไหมกับแคมเปญนี้ แลกเปลี่ยนความรู้ไอเดียดี ๆ กันได้นะคะผ่านทางคอมเม้นด้านล่างเลยนะคะผู้เขียนอ่านทุกคอมเม้นและ feed back เลยนะคะ