บทความนี้จะพาทุกคนมาดู การตลาด ASICS แบรนด์สินค้ากีฬาที่คงไม่มีใครไม่รู้จัก แต่เป็นแบรนด์กีฬาที่นอกจากจะใส่ใจในเชิงร่างกายแล้ว แคมเปญนี้ยังหันมา Support สุขภาพจิตของคนวัยทำงาน ผ่านการทำโฆษณาสไตล์ PSA หรือการรณรงค์ในประเด็นเพื่อสังคมอีกด้วย โดยใช้นักแสดงนำ Brian Cox จากซีรีส์ Succession แต่จะมีความน่าสนใจยังไงบ้างมาดูกัน
VIDEO
ที่มาที่ไปของแคมเปญ The Desk Break
เรื่องราวเกิดขึ้นในเดือนกันยายน 2024 ที่ผ่านมานี้เอง แบรนด์สินค้ากีฬาไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือรองเท้ากีฬา การตลาด ASICS ได้เปิดตัวแคมเปญ ‘The Desk Break’ ขึ้นมา ต้องเกริ่นก่อนว่าแคมเปญนี้เป็นแคมเปญเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตในที่ทำงาน ก่อนถึงวันสุขภาพจิตโลกในวันที่ 10 ตุลาคมที่จะถึงนี้
อ้างอิงข้อมูลจากการศึกษาที่ ASICS ทำร่วมกับ DR Brendon Stubbs ซึ่งเผยว่าสุขภาพจิตของคนเราจะเริ่มเสื่อมลงหลังจากทำงานที่โต๊ะติดต่อกันแค่ 2 ชั่วโมงเอง และถ้าเราลุกขึ้นมาออกกำลังกายเพียงแค่ 15 นาที ก็จะสามารถเพิ่ม Mental well-being ได้ถึง 22.5% เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน 33.2% และลดความเครียดได้ถึง 28.6% (มัวรออะไรหละ ลุกมายืดเส้นกันหน่อยเร็ว)
จึงเป็นที่มาของการทำโฆษณาสั้น ๆ ในสไตล์ PSA ที่เป็นการร่วมรณรงค์การส่งเสริมสุขภาพจิตในที่ทำงาน โดยทำร่วมกับ Golin เอเจนซีในลอนดอน และใช้นักแสดงนำจากซีรีส์ Succession อย่าง Brian Cox มารับบทเป็นเจ้านายใจร้าย บุคลิกคล้ายกับตัวละครในซีรีส์ พร้อม Message สำคัญในการสื่อสารคือสิ่งที่อันตรายที่สุดในสํานักงาน ไม่ใช่เขาที่เป็นเจ้านาย แต่เป็นโต๊ะทํางานของทุกคนนี่แหละ ที่เราอาจจะมองข้ามไป
และยังมีการเสียดสีเยาะเย้ยที่บริษัททั่วไปมักไม่ได้ให้ความสําคัญกับสุขภาพจิตพนักงานเป็นอันดับแรก เช่น ไอผลไม้ฟรีที่บริษัทวางไว้ให้ ก็ไม่ได้ช่วยอะไรได้มาก ช่างมันไปเถอะ เป็นการกระตุ้นพนักงานออฟฟิศให้หยุดพักกันบ้างเถ้อ~ ลุกมาขยับร่างกาย ออกจากโต๊ะทำงานตัวร้าย เพื่อสุขภาพจิตที่ดีของตัวเอง
ทั้งนี้แบรนด์ยังได้เพิ่มข้อสัญญา Desk Break ลงไปในสัญญาของพนักงานด้วย เรียกว่าจริงจังมาก ๆ เพื่อให้พนักงานแน่ใจได้ว่าจะมีสิทธิทางกฎหมายในการพักเคลื่อนไหวร่างกาย 15 นาที ที่นอกเหนือจากเวลาพักปกติทั่วไปอะนะ ซึ่งก็กำลังกระตุ้นและผลักดันให้มีข้อสัญญานี้อยู่ในนโยบายบริษัทต่าง ๆ ด้วย
และในวันสุขภาพจิตโลก การตลาด ASICS ก็มีกิจกรรมเชิญชวนให้คนมาแชร์ภาพโต๊ะทำงาน(ที่ว่างเปล่า)กัน และติด #DeskBreak ในโพสต์ ซึ่งจะมีการระดมทุนให้กับองค์กรการกุศลด้านสุขภาพจิตทั่วโลกด้วย เพื่อเป็นการร่วมด้วยช่วยกันเคลื่อนไหวประเด็นสำคัญนี้ให้กว้างไกลไปทั่วโลกเลย
Change Attitude ถ้าคนสนใจสุขภาพ ก็สนใจแบรนด์มากขึ้น
ลองคิดดูสิว่าถ้าเราเป็นแบรนด์สินค้าออกกำลังกายแต่ไม่มีใครสนใจจะออกกำลังกายเลย เราก็คงจะดำเนินธุรกิจอยู่ต่อไปไม่ได้ แต่ก็อย่างว่าก่อนจะขายสินค้ากีฬา ก็อาจจะต้องทำให้คน ‘เห็นความสำคัญ’ ของปัญหา(ที่อาจจะน่ากลัวหน่อย ๆ)ซะก่อน คนถึงจะรู้สึกว่าเออของมันต้องมีละ ก่อนที่สุขภาพทั้งกายและใจของเราจะแย่ไปกว่านี้
การโชว์ตัวเลข ข้อมูลเชิงสถิติ หรือผลงานวิจัยอะไรต่าง ๆ ก็เป็นทางที่ดีในการสร้างความน่าเชื่อถือ หรือความจริงจังของปัญหา พร้อมบอกวิธีแก้มาเรียบร้อยว่าการพักมาขยับเขยื้อนตัวกันแค่ 15 นาที ใช้เวลานิดเดียวแค่นี้เอง แต่ให้ผลลัพธ์ในการทำงานที่ดีขึ้นตั้งหลายเท่า
จริงอยู่ที่ว่าการรณรงค์ก็อาจไม่ได้ทำให้คนทุกคนหันมาทำตามได้ในทันที หรือหันมาซื้อสินค้าของแบรนด์พร้อมออกกำลังกายตั้งแต่วันนี้เลย แต่ก็ยังดีกว่าการไม่เริ่มทำอะไรเลย อย่างน้อยคือแบรนด์ได้ออกมาเคลื่อนไหวอย่างจริงใจโชว์ให้เห็นว่าสุขภาพจิตใจของคนทำงานเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
นั่นแหละถ้าอยากจะให้ลูกค้าอยู่กับเรานาน ๆ ใช้ของเราแบบ Loyalty สุดอะไรสุด ก็ต้องเริ่มเข้าไปอยู่ในใจเขาให้ได้ก่อน เพราะนอกจากสินค้าจะดีอยู่แล้ว การ Connect กับความรู้สึกของคนก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะคนไม่ได้ซื้อของเพราะ Function เพียงอย่างเดียว
Sound mind, sound body แบรนด์กีฬาที่ไม่ได้ใส่ใจแค่ร่างกาย แต่ Support จิตใจ
เรียกได้ว่าใช้โอกาสในวันสุขภาพจิตโลกที่ใกล้จะมาถึงในการสนับสนุนพนักงานออฟฟิศกันสุดพลัง ผ่านการเปิดเผยข้อมูลความจริงที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือว่าจริง ๆ แล้วไอเวลาที่เราใช้อยู่ที่โต๊ะทำงานหลายชั่วโมงติดต่อกันนี่แหละที่เป็นตัวร้ายต่อทั้งสุขภาพร่างกายและสุขภาพจิตใจของเรามากที่สุด
เป็นการสะท้อนตัวตนของแบรนด์ออกมาผ่านแคมเปญที่ทำ คนก็จะรับรู้ถึงสิ่งที่แบรนด์ให้คุณค่า รวมถึงมองภาพลักษณ์แบรนด์ในเชิงบวก ในทางที่ดีมากขึ้น เวลาอยากออกกำลังกายหรือแม้แต่ใส่ในชีวิตประจำวันก็มีโอกาสที่คนจะเลือกซื้อสินค้าของแบรนด์
เพราะการวางตัวเองเป็นแบรนด์กีฬาที่ไม่ได้ใส่ใจแค่สุขภาพร่างกาย แต่ Support จิตใจของคนด้วย มันก็เป็นการนำเสนอ Value ที่มากกว่าหรือแตกต่างจากแบรนด์อื่น ไม่ใช่แค่แบรนด์สินค้ากีฬาทั่ว ๆ ไป ลูกค้าก็จะรู้สึกว่าไม่ใช่แค่ซื้อของมาใช้ไปเฉย ๆ แต่มีฟีลลิ่งของการได้ดูแลตัวเอง ลงทุนในตัวเอง อยากปรับไลฟ์สไตล์ให้ดีทั้งต่อกายและต่อใจ
การตลาด ASICS ชวนขยับห่างโต๊ะ รณรงค์สุขภาพจิตในที่ทำงาน
AI-Generated Image by Shutterstock (Prompt: create photography, a business man, wear a suit with shorts and sneakers, standing in front of the desk, at the office, lonesomeness mood, dim light, no deformed face.)
เป็นยังไงกันบ้างสำหรับบทความนี้ที่ได้พาทุกคนมาดู การตลาด ASICS ชวนขยับห่างโต๊ะ รณรงค์สุขภาพจิตในที่ทำงาน อีกหนึ่งตัวอย่างแคมเปญการตลาดที่ดีจากแบรนด์สินค้ากีฬา ที่ไม่ได้สนับสนุนแค่การออกกำลังกายในเชิง Physical เท่านั้น แต่ยังใส่ใจ Support ในประเด็นสำคัญที่คนในสังคมไม่ควรมองข้ามอย่างเรื่องของสุขภาพจิตในช่วงชีวิตของวัยทำงาน และในมุมของธุรกิจหากคนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น ออกกำลังกายกันมากขึ้น แน่นอนว่าแบรนด์ย่อมได้ประโยชน์ด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้หวังว่าทุกคนจะได้ความรู้ดี ๆ และประโยชน์กลับไปไม่มากก็น้อย แล้วเจอกันใหม่ในบทความหน้า และสามารถติดตามบทความด้านการตลาดเพิ่มเติมได้จากเพจการตลาดวันละตอนที่ เว็บไซต์ Facebook Instagram Twitter และ Youtube ได้เลย
Source Source