และนี่คือบริบทที่ทำให้ผมสนใจการเคลื่อนไหวล่าสุดของ LINE MINI Eats โซลูชันหน้าร้านดิจิทัลบน LINE ที่เพิ่งเริ่มนำร่องกับ 4 แบรนด์เครื่องดื่มชั้นนำอย่าง CPS Coffee, Bottomless, Karun และ After Dark เพราะแทนที่จะเก็บค่า GP เป็นส่วนแบ่งยอดขายตามสูตรเดิมของวงการ LINE MINI Eats กลับเลือกใช้ Subscription Model หรือการเก็บค่าสมาชิกรายเดือนแบบ Fixed Cost ต้นทุนคงที่แทน
บทความนี้ผมเลยอยากชวนเพื่อนๆ นักการตลาดมาถอดรหัสว่า การเปลี่ยนจากโมเดลส่วนแบ่งยอดขายมาเป็น Subscription Model มันเปลี่ยนเกมของร้านอาหารและเครื่องดื่มยังไง ทำไมการคิดเงินแค่หลักพันต่อเดือนถึงเป็นการเดิมพันเชิงกลยุทธ์ที่ลึกกว่าที่เห็น และเราจะเรียนรู้อะไรจากการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไปใช้กับธุรกิจตัวเองได้บ้าง
The GP Trap: ทำไมโมเดลส่วนแบ่งยอดขายถึงกลายเป็นจุดเจ็บของร้านยุคนี้
ก่อนจะไปเข้าใจว่า Subscription Model ดีตรงไหน เราต้องเข้าใจก่อนว่าโมเดลเดิมเจ็บตรงไหนครับ ค่า GP ที่ย่อมาจาก Gross Profit คือค่าธรรมเนียมส่วนแบ่งยอดขายที่ร้านต้องจ่ายให้แพลตฟอร์มสั่งอาหาร โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 30-35% ของยอดขาย และนั่นยังไม่รวม VAT อีก 7% ที่บวกเข้าไปบนค่า GP
ทาง everydaymarketing.co เคยคุยกับผู้บริหารด้าน Martech ไว้ในบทสัมภาษณ์เรื่อง Generative Chatbot สำหรับ SME ซึ่งสรุปประเด็นนี้ไว้คมมากว่า ในวันที่แพลตฟอร์มต่างๆ ขึ้นค่าธรรมเนียมการขายแบบพุ่งทะยาน การมี Customer Data เป็นของตัวเองคือทางรอดหลักของธุรกิจยุคดิจิทัล นั่นแปลว่าโจทย์ของร้านวันนี้ไม่ใช่แค่ขายให้ได้ แต่คือขายยังไงให้ต้นทุนไม่กินกำไรจนหมด และยังเป็นเจ้าของลูกค้าไปพร้อมกัน
LINE เลือกเดินเกมนี้บนจุดแข็งที่ตัวเองมีอยู่แล้ว นั่นคือฐานผู้ใช้ในไทยกว่า 56 ล้านคนต่อเดือน และตามข้อมูลที่ LINE for Business เปิดเผย มีบัญชี LINE Official Account ของภาคธุรกิจเปิดใช้งานแล้วกว่า 7 ล้านบัญชี ทำให้ LINE MINI Eats ไม่ต้องสร้างพฤติกรรมใหม่จากศูนย์ แต่ต่อยอดจากแอปที่คนไทยเปิดอยู่แล้วทุกวัน รายละเอียดของบริการดูได้จากหน้า LINE for Business โดยตรง
The Cost Flip: Subscription Model พลิกต้นทุนจากผันแปรให้กลายเป็นคงที่
หัวใจของ Subscription Model อยู่ที่การเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องต้นทุนจาก Variable Cost ที่โตตามยอดขาย ให้กลายเป็น Fixed Cost ต้นทุนคงที่ที่ร้านรู้ตัวเลขล่วงหน้า โดย LINE MINI Eats คิดค่าบริการแพ็กเกจร้านสาขาเดียวในราคาโปรโมชัน 1,390 บาทต่อเดือน จากราคาเต็ม 1,700 บาท พร้อมให้ทดลองใช้ฟรี 14 วัน
แต่เมื่อร้านขายผ่าน LINE MINI Eats ที่ผูกอยู่กับ LINE Official Account ของตัวเอง ข้อมูลพฤติกรรมการสั่งซื้อ เมนูยอดนิยม ความถี่ในการกลับมา รวมถึงระบบสมาชิกและสะสมแต้ม กลายเป็น First-Party Data ที่ร้านเป็นเจ้าของเต็มตัว ใครที่ยังไม่คุ้นว่า First-Party Data ต่างจากข้อมูลประเภทอื่นยังไง ลองอ่านที่ผมเคยอธิบายไว้ใน ความต่างของ First Party Data, Second Party และ Third Party Data เพิ่มเติมได้ครับ
Ownership: สรุปบทเรียน Subscription Model จาก LINE MINI Eats ที่เปลี่ยนวิธีคิดเรื่องต้นทุนและลูกค้า
ถ้ามองเผินๆ การเปิดตัว LINE MINI Eats อาจดูเป็นแค่เครื่องมือลดคิวหน้าร้านอีกตัวหนึ่ง แต่ถ้ามองให้ลึก นี่คือการเสนอทางเลือกใหม่ให้ร้านอาหารและเครื่องดื่มได้ทบทวนสองเรื่องที่สำคัญที่สุดของธุรกิจ นั่นคือโครงสร้างต้นทุน และความเป็นเจ้าของลูกค้า
LINE MINI Eats คืออะไร LINE MINI Eats คือโซลูชันหน้าร้านดิจิทัลบนแอป LINE สำหรับธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ที่ให้ลูกค้าสั่งล่วงหน้า ชำระเงิน และติดตามสถานะออเดอร์ได้บน LINE เพื่อลดเวลารอคิวหน้าร้าน พร้อมระบบหลังบ้านที่ช่วยร้านจัดการออเดอร์ เก็บข้อมูลลูกค้า และทำระบบสมาชิกสะสมแต้มได้ในที่เดียว
LINE MINI Eats ต่างจากแพลตฟอร์ม Food Delivery ทั่วไปยังไง ความต่างหลักอยู่ที่โมเดลการคิดเงินและความเป็นเจ้าของข้อมูล แพลตฟอร์ม Food Delivery ส่วนใหญ่คิดค่า GP เป็นส่วนแบ่งยอดขายต่อออเดอร์ และข้อมูลลูกค้าเป็นของแพลตฟอร์ม ส่วน LINE MINI Eats ใช้ Subscription Model เก็บค่าสมาชิกรายเดือนแบบคงที่ และข้อมูลลูกค้าผูกกับ LINE Official Account ของร้านเอง นอกจากนี้ LINE MINI Eats เน้นสั่งล่วงหน้าและรับที่ร้าน ไม่ได้มีบริการจัดส่งโดยไรเดอร์
LINE MINI Eats เก็บค่า GP หรือส่วนแบ่งยอดขายไหม ไม่เก็บ LINE MINI Eats ใช้โมเดลค่าธรรมเนียมรายเดือนแบบ Subscription แทนการหักส่วนแบ่งยอดขายแบบ GP
LINE MINI Eats ราคาเท่าไหร่ แพ็กเกจร้านสาขาเดียวมีราคาโปรโมชัน 1,390 บาทต่อเดือน จากราคาเต็ม 1,700 บาทต่อเดือน และมีให้ทดลองใช้ฟรี 14 วัน ส่วนร้านที่มีมากกว่า 1 สาขาต้องติดต่อทีมขายของ LINE